21/4/59

Announcement : รายละเอียดการแก้ไขเนื้อหาในบล็อค ครั้งที่4




รายละเอียดการแก้ไขเนื้อหาในบล็อค ครั้งที่4

1. แก้ไข "ความเห็นส่วนตัว" ในเรื่องต่อไปนี้เล็กน้อย
Excellcia to Shoukan Kishi
Kenshin no Succeed
Kasou Ryouiki no Elysion
Taimadou Gakuen 35 Shiken Shoutai
Mushoku Tensei -Isekai Ittara Honki Dasu-


2. แก้ไข "ความน่าสนใจ" ของ LN ต่อไปนี้
ปรับขึ้น
Grancrest Senki จาก 4 >> 5

ปรับลง
Ruriiro ni Boketa Nichijou จาก 5 >> 4
Sekai no Owari no Encore จาก 4 >> 3
Mushoku Tensei -Isekai Ittara Honki Dasu- จาก 5 >> 4
Eromanga-sensei จาก 3 >> 2
Life Alive! จาก 3 >> 2

3. แก้ไข "จำนวนเล่ม" ของ LN เรื่อง Buta wa Tondemo Tada no Buta

20/4/59

Nejimaki Seirei Senki Tenkyou no Alderamin / สงครามภูตล้างบัลลังก์ อันเดรามินแห่งฟากฟ้า

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 9 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : จักรวรรดิคาโธวาน่าอยู่ในสภาวะสงครามับสาธารณรัฐคิโอก้าประเทศข้างเคียงมาเป็นเวลานาน ทว่า ในมุมหนึ่งของจักรวรรดิกลับมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งต้องเข้าสอบคัดเลือกนายทหารระดับสูงอย่างไม่เต็มใจ เพราะสาเหตุบางประการ

ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าคนที่ทั้งเกลียดสงคราม ขี้เกียจสันหลังยาว และบ้าผู้หญิงอย่างเด็กหนุ่มนามอิคตา โซลอต ผู้นี้ จะกลายเป็นนายทหารซึ่งได้ขนานนามว่าจอมทัพผู้เกรียงไกรในภายหลัง...

เส้นทางของอิคตา ผู้จำต้องฝ่าฟันเอาชีวิตรอดบนโลกอันวุ่นวายด้วยวังวนแห่งสงครามในฐานะทหารด้วยวัยที่ยังไม่พร้อมจะเป็นอย่างไร

สงครามแฟนตาซีสุดยิ่งใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตอันระหกระเหินของเขากำลังจะเปิดม่านขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
ความเห็นส่วนตัว : ระยะหลังมานี้ LN ที่มีตัวเอกสายบุ๋น เน้นใช้สมองมากกว่ากำลังถูก LC เข้ามาในไทยมากขึ้นแฮะ เรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตามท้องเรื่องแล้ว เป็นยุคสงครามในสมัยที่ปืนกำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทพอดี แต่ยังไม่ได้เป็นตัวเอกเหมือนสมัยนี้ ยังเป็นยุคที่ธนู / หน้าไม้ กับ ปืน ยังมีจุดเด่นจุดด้อยก่ำกึ่งกัน การปะทะกันด้วยอาวุธประชิดตัวยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนพวกตัวเอกก็ยังเป็นวัยรุ่นกันหมด

พระเอกเป็นคนขี้เกียจ เกลียดทหารมาก แต่ถึงอย่างงั้นก็เป็นอัฉริยะที่หาตัวจับยาก ทางด้านการทหาร ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะคนวางแผน หรือคนลงภาคสนามก็ตาม เป็นตัวเอกที่มีความดาร์คอยู่ในตัวค่อนข้างสูง นอกจากเรื่องใช้กำลังแล้ว อย่างอื่นอยู่ในเกณฑ์ดี อ้อ มีเรื่องบ้าผู้หญิงด้วยนี่นะ สกิลในการจีบสาวของมันอยู่ในระดับเทพ เผลอแปปเดียวก็ลากสาวที่เพิ่งพบหน้าขึ้นเตียงได้แล้ว เหอๆ


นางเอกเป็นชานะตอนโต เอ๊ย เพื่อนสนิทกับพระเอกมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลของเธอเป็นเลิศด้านการต่อสู้ประชิด เธอจึงเชี่ยวชาญศาสตร์ในการต่อสู้ประชิดตัวมาก สามารถสร้างพายุเลือดกลางสนามรบได้สบายๆ ยามปกติ เธอเปรียบดั่งผู้ปกครองของพระเอก คอยหยุดพระเอกที่ทำตัวออกนอกลู่นอกทางไว้เสมอ และเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างฝ่ายต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี ความสัมพันธ์ก็เลยหยุดอยู่ที่เพื่อนที่รู้จักกันมานานเท่านั้น

พระรองเป็นอัจฉริยะด้านการยิงปืนจากตระกูลที่เป็นเลิศด้านศาสตร์แห่งการใช้ปืน อ้อ ตระกูลนี้ศูนย์รวมหนุ่มหล่อด้วยนะ 555+ ยามปกติเป็นคนอ่อนโยน เป็นมิตรกับทุกคน บุคลิคเหมาะจะเป็นพี่ชายของคนในกลุ่ม เชี่ยวชาญการซุ่มยิงจากระยะไกล ความสามารถในการเป็นสไนเปอร์ของเขาหาตัวจับยากมาก

นางรองเป็นเด็กสาวธรรมดาผู้โอบอ้อมอารี สงสัยเพราะเธอเป็นพี่สาวคนโตในหมู่พี่น้องด้วย เลยมีคาแรคเตอร์แบบพี่สาวประจำกลุ่มตัวเอก เชี่ยวชาญด้านการรักษา และเพราะนิสัยโอบอ้อมอารีนี่แหละ เลยมักจะถูกพระเอกเข้ามาจีบอยู่ตลอด แต่เพราะความรักนวลสงวนตัว เลยไม่พลาดท่าให้

เพื่อนพระเอก เป็นตัวแทนคนธรรมดาในกลุ่มคนไม่ธรรมดา แม้จะเป็นพวกเดียวกัน แต่เขาก็เห็นพวกพระเอกเป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เขาก็เฝ้าฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด

ส่วนเรื่องราวจะเป็นในโรงเรียนทหาร คล้ายๆเรื่องกองพลพลังเวทช่วงแรกๆ แต่จะเน้นไปที่เนื้อเรื่องหนักๆ โดยไม่ค่อยมีคอเมดี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ธีมของเรื่องจะเป็นการทหาร สงคราม และการเมืองเกือบทั้งหมด ทำให้คนที่ไม่ชอบเรื่องราวที่มีเนื้อหาหนักๆ อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ (จริงๆเพราะปกเล่ม1มันหลอกด้วยละนะ 555+ จริงๆน่าเอาปกเล่ม3 ไม่ก็เล่ม7 ขึ้นเป็นเล่ม1)

ในเล่มแรกจะเป็นการเปิดเรื่องตรงกลุ่มตัวเอกที่ตั้งใจจะเดินทางไปสอบเป็นนายทหารระดับสูง แต่ระหว่างทางก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นจนไม่ได้ไปสอบ แถมไอ้พระเอกยังไปช่วยชีวิตองค์หญิงของประเทศตัวเองกลางดินแดนของศัตรูเข้าอีกต่างหาก หลังจากนั้นเรื่องราวก็กลับตาลปัตรไปหมด หลังจากช่วยกันฝ่าฟันจนกระทั่งหนีรอดกลับมาได้ พวกเขาก็ได้รับสิ่งตอบแทนมากมายจนผิดปกติ มีเพียงคู่พระนางเท่านั้นที่สังเกตเห็นได้ว่าตัวเองกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่จะปฏิเสธสิ่งที่กษัตริย์มอบให้ก็ไม่ได้ซะด้วย

หลังจากนั้นพระเอกก็โชว์สกิลวางแผนในการซ้อมรบ ถล่มฝ่ายตรงข้ามที่เป็นทหารมีประสบการณ์ในการรบจริงซะราบ ยังไม่พอ ด้วยการตัดสินใจของเขา หน่วยของตัวเอกจึงไปสร้างวีรกรรม ที่เป็นความดีความชอบต่อประเทศในระหว่างซ้อมรบไว้ได้อีก

สุดท้ายพระเอกถูกองค์หญิงขอร้องให้เป็นเครื่องมืองทางการเมืองหน้าตาเฉย โดยหลังจากนี้ ให้เขาพยายามเลื่อนตำแหน่งจากพันจ่าธรรมดาๆในกองทัพ ขึ้นมาเป็นจอมพล และหลังจากนั้น เขาจะต้อง..................

อืมมม ยังไงดีล่ะ พยายามไม่สปอยเต็มที่แล้วนะเนี่ย เรื่องนี้มีจุดที่เป็นปริศนา มีปม มีอะไรให้ควรจะต้องไปลุ้นเอาเองเยอะมาก แต่เขียนแบบระวังสปอยก็กลัวจะอ่านไม่เข้าใจแฮะ

อาาา เอาเป็นว่า ใครสนใจก็ไปอ่านรายละเอียดในเล่มก็แล้วกันนะครับ บอกได้แค่ว่าเป็น LN แนวทหาร ศึกสงคราม การเมือง บลาๆๆ ที่ดีทีเดียวล่ะ คนที่เป็นโอตาคุทหาร ชอบเรื่องแนวสงคราม ชอบตัวเอกสาย INT ที่เน้นใช้สมองเป็นหลักก็คงไม่น่าพลาดละมั้ง แบบว่า ถ้าไม่ติดว่าราคาต่อเล่มมันทะลุ 200 ไปแล้ว ก็อยากจะแนะนำเลยล่ะ

ว่าแต่อันเดรามินคืออะไรหว่า รู้ว่ามันคือดาวเหนือนะ แต่ในเรื่องยังไม่ได้ใช้ดวงดาวมาเล่นประเด็นอะไรเลยสักนิด
ความน่าสนใจ : 5/5

19/4/59

Grancrest Senki / บันทึกสงครามแกรนเครสท์

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 7 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ณ ทวีปซึ่งถูกครอบงำด้วยเคออส เหล่าผู้คนต่างหวาดกลัวต่อภัยพิบัติที่เกิดจากเคออสนั้น จึงต้องใช้ชีวิตมาโดยได้รับการคุ้มครองจาก "ลอร์ด" ผู้มีพลังของตราศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสยบสิ่งเหล่านั้นได้

ทว่า ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกลอร์ดต่างละทิ้งหลักการ "ปกป้องผู้คน" แล้วเลือกที่จะเข้าห้ำหั่นแย่งชิงตราศักดิ์สิทธิ์กับดินแดนกัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามอันวุ่นวาย

ชิรูก้า จอมเวทผู้โดดเดี่ยวซึ่งดูแคลนเหล่าลอร์ดที่ไร้หลักการ

เทโอ อัศวินเร่ร่อนผู้ออกเดินทางฝึกฝนตนเอง เพื่อหวังว่าสักวันจะกลับไปปลดปล่อยบ้านเกิดจากการถูกกดขี่

"ฉันขอทำพันธสัญญากับเครสท์ของอัศวินเทโอ และสาบานว่าจะจงรักภักดีตลอดไปค่ะ"

พันธสัญญานายบ่าวที่ทั้งสองทำขึ้นจะเปลี่ยนแปลงทวีปที่วุ่นวายไปด้วยสงครามและความโกลาหลได้หรือไม่ เรื่องราวมหาสงครามแฟนตาซีที่อุบัติขึ้นเพราะ "แกรนเครสท์" (ตราจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์) ผลึกที่จะถือกำเนิดขึ้นจากกฎระเบียบ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : แนวแฟนตาซีแห่งดาบและเวทมนต์ในยุคสงครามครับ ดังนั้นก็ตามแพนเทิร์นคือเป็นสงครามระหว่างอาณาจักร มีการยกทัพรบพุ่งกัน ถ้าให้เทียบอรรถรสที่ได้จากการอ่านแล้ว ที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นเรื่องวานาดีสนะครับ ผู้นำหนุ่มกับหญิงสาวมากความสามารถ ลุกขึ้นมาสู้กับอาณาจักรเพื่อประชาชน แต่เรื่องนี้จะใส่ใจรายละเอียดมากกว่า คงเป็นวานาดีสเวอร์ชั่นอัพเกรด ที่รายละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น เซอร์วิสน้อยลงล่ะมั้ง

ปูเรื่องที่เคออส(ความโกลาหล)กระจายอยู่ทั่วทวีป เป็นยุคที่คอสมอส(กฎระเบียบ)จางหายไป ขนาดเหล่าเมจ(ผู้ใช้เวทมนต์)ในเรื่องเองก็ใช้เวทมนต์โดยอาศัยเคออสสร้างความโกลาหลในแบบที่ตัวเมจต้องการนั่นเอง เหล่าปีศาจที่เกิดจากเคออสมารวมตัวครั้ง แม้จะนานๆครั้ง แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน และคนที่ขจัดเคออส และเปลี่ยนแกนกลางของเคออส(เคออสคอร์)ให้กลายเป็นคอสมอสนั้นก็คือผู้ที่ถูกเรียกว่า "ลอร์ด" นั่นเอง ตรงนี้เป็นความประทับใจแรกครับ แม้จะเป็นความขัดแย้งของแสงสว่างและความมืด ก่อให้เกิดการต่อสู้ แต่แทบจะไม่มีนิยายเรื่องไหนในยุคนี้ที่ใช้นามธรรมอย่างเคออสกับคอสมอสเลย อย่างเก่งก็เป็นความดีกับความชั่ว เทพกับมาร เซราฟกับเซเว่นซิน วนเวียนอยู่แค่นั้น

จากนั้น ในเรื่องก็ขยายความต่อไป ถึงรายละเอียดของลอร์ด ว่าลอร์ดจะมีเรย์จู...ไม่สิ เครสท์ ซึ่งเป็นลวดลายเวทมนต์ประทับอยู่ที่ตัว ความซับซ้อนของลวดลายจะบ่งบอกถึงระดับของเครสท์ และเครสท์เองก็จะแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ของลอร์ดคนนั้น ว่ามีความสามารถเพียงพอจะปกครองดินแดนกว้างใหญ่แค่ไหน สามารถจะทำพันธสัญญากับเมจได้กี่คน รวมไปถึงพลังพิเศษที่เครสท์แต่ละระดับจะทำได้ เช่นสร้างธงประจำตัวที่มีผลเป็นการบัฟกองทัพทั้งหมดของตัวเองเวลาออกรบเป็นต้น นอกจากนั้น เครสท์ยังสามารถที่จะส่งมอบ หรือช่วงชิงได้ รวมถึงการสวามิภักดิ์ยอมเป็นข้ารับใช้ของลอร์ดคนอื่น

การจะเป็นลอร์ดนั้นจะมี 2 วิธี 1. คือได้รับมอบมาจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นรางวัล หรือเป็นมรดกตกทอด และ 2. คือทำให้เคออสกลายเป็นคอสมอส และนำมาเป็นเครสท์นั้นเอง และก็แน่นอนว่าในยุคสมัยตามท้องเรื่อง ลอร์ดส่วนมากจะเป็นกันโดยวิธีที่1 และดันไม่ใช้พลังนั้นในการปราบเคออสเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่กลับใช้พลังที่มีมารบพุ่งกัน เพื่อแย่งชิงเครสท์และดินแดนซะนี่

เอาล่ะ เกริ่นกันมาเท่านี้คงพอละมั้ง พูดถึงเนื้อเรื่องกันบ้างดีกว่า เรื่องนี้จะเดินเรื่องโดยตัวเอกซึ่งเป็นผู้หญิงครับ นางเอกของเรื่องเป็นเมจที่เกลียดลอร์ดมาก (เพราะลอร์ดส่วนมากเป็นพวกที่1 ตามย่อหน้าข้างบน) เลยตั้งเป้าที่จะศึกษาเวทมนต์และไปเป็นอาจารย์สอนเวทมนต์แทน โดยไม่ทำพันธสัญญากับลอร์ด แน่นอนว่าอัจฉริยะอย่างเธอ กวาดปริญญาไปได้ 6 จากทั้งหมด 7 ใบแล้วในเวลาสั้นๆ แต่ช่วงเวลาที่กำลังจะเอาใบที่7 อันเป็นใบสุดท้ายของเมจ อะคาเดมี่นั้น เธอถูกลอร์ดนิสัยเสียที่ขึ้นชื่อว่าบ้าผู้หญิงมาก ใช้อำนาจการเมืองกดดัน ซึ่งไอ้หมอนี่จะทำสัญญากับเมจสาวเท่านั้น และต้องเป็นสาวเอ๊าะๆอายุไม่เกิน 25 คนที่เกินจะถูกยกเลิกพันธสัญญา แน่นอนว่านางเอกไม่ต้องการ แต่เพราะโดนเกมการเมืองของผู้ใหญ่ ตัวเองก็เลยถูกส่งตัวไปยังแคว้นของลอร์ดคนดังกล่าว

ระหว่างเดินทางไป เธอถูกโจรป่าลอบโจมตี แน่นอนว่าโจรธรรมดาๆ ไม่มีทางทำอะไรเมจอัจฉริยะได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างงั้น พระเอก...ลอร์ดเร่ร่อน(หมายถึงลอร์ดที่ไม่มีดินแดนปกครอง) ก็เข้ามาช่วย แม้ฝีมือจะอ่อนหัด แต่ความจริงใจของเขาเป็นของจริง นอกจากนั้นเมื่อได้ฟังความคิดของลอร์ดหนุ่ม เมจสาวก็เปลี่ยนความคิดของตัวเองโดยทันที เธอตัดสินใจขัดคำสั่ง และขอทำพันธสัญญากับลอร์ดเร่ร่อนคนนี้ด้วยตัวเอง

พระเอกของเราเป็นลอร์ดประเภทที่2นั่นเอง เขาออกเดินทางฝึกฝนตัวเองเพื่อขจัดเคออส เหตุผลที่เข้ามาช่วยนางเอกก็เป็นเพราะเขามีความคิดว่าลอร์ดต้องช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ความฝันสูงสุดคือการพัฒนาตัวเองจนเก่งพอที่จะเอาชนะลอร์ดชั่วร้าย เป็นทรราชที่ปกครองบ้านเกิดของตัวเองนั่นเอง เจ้าพระเอกของเราเป็นลอร์ดประเภทที่ไม่น่าจะมีตัวตนเหลืออยู่แล้วในยุคสมัยอย่างนี้ ความมุ่งมั่นและความจริงใจของเขากระแทกใจเธออย่างจัง เธอเข้าใจโดยทันทีว่านี่คือคนที่ตัวเองควรรับใช้ เป็นคนที่ตัวเองจะใช้ความสามารถทุกอย่างที่ตัวเองมีผลักดันเข้าไปให้ถึงจุดสูงสุดให้ได้

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดครับ หลังจากนี้เมจสาวก็วางแผนที่จะทำให้ลอร์ดของเธอมีดินแดน มียศถาบรรดาศักดิ์ มีกองทหารของตัวเอง และมีอิทธิพลเพียงพอที่จะเปิดศึก ซึ่งรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ อ่านเอาในเรื่องนะ แค่นี้ก็สปอยจนจบบทนำละ 555+

การเดินเรื่องจะเดินเรื่องโดยใช้สงครามเป็นหลัก โดยนางเอกของเรื่องจะมีหน้าที่เหมือนเสนาธิการ วางแผนการรบ รวมถึงแผนทางการทูต ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ต่างๆอย่างแยบยล เพราะแน่นอนว่า เนื้อเรื่องแนวสงครามแบบนี้ ฝั่งตัวเอกไม่มีทางได้เปรียบเลย 555+ ต้องเป็นการรบแบบที่เสียเปรียบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องกำลังทหาร

หน้าปกเล่ม1 ของภาค Adept ซึ่งเป็น Side Story ของเรื่องนี้
และ!! นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนุกกว่าวานาดีส ทั้งๆที่รสชาติคล้ายกันครับ นั่นก็คือ ตัวเอกในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะพระเอกหรือนางเอก ก็ล้วนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้นแผนการที่นางเอกวางไว้ ใช่ว่าจะเป็นแผนระดับเทพยังตะลึง ที่ล้ำลึกจนไม่มีใครเข้าใจ แยบยลจนศัตรูตั้งตัวไม่ทันแต่อย่างใด บางครั้งเธอก็ผิดพลาด บางครั้งก็ล้มเหลว บางครั้งก็ถูกกุนซือของฝั่งตรงข้ามรู้ทันแล้วตลบหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการศึกกับลอร์ดระดับสูงๆ ไม่มีทางที่ผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ระดับนั้น และบริวารของเขาจะโง่เขลาไปกันหมด เพราะถ้าโง่ก็คงปกครองผู้คนไม่ได้หรอกเนอะ ดังนั้นเล่ห์เหลี่ยม การชิงไหวชิงพริบ การหลอกใช้ การซ้อนแผน การวางกับดัก สงครามบนโต๊ะของเหล่าเสนาธิการก็เลยเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน ภาคสนามเองก็ดุเดือดไม่แพ้กัน เนื่องจากตัวบู้เทพๆในเรื่องนี้ ไม่ได้มีพลังขนาด 1ต่อ1,000 ก็สู้ได้สบายๆ ไม่ได้มีพลังพิเศษที่แค่ชักดาบออกมาตะโกน เอ็กคุซุคาลิบ้าาาา แล้วศัตรูก็ถูกเป่ากระเด็นไปเป็นร้อย แต่เป็นมนุษย์ธรรมดา แค่สู้ 1 ต่อ 10 ก็นับว่ายอดคนมากแล้ว ทำให้เหตุการณ์ที่นิยายเกรด3ชอบใช้อย่างการเอาตัวเทพแหกกองทัพศัตรูไปด้วยพลังแห่งมิตรภาพ หรือพลังพิเศษเฉพาะตัว บลาๆๆ นั้นไม่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้ อารมณ์ว่า แม้จะมีแม่ทัพเก่งกาจระดับเทพเจ้ากวนอู ก็ยังไม่สามารถชนะศึกได้ด้วยการพึ่งเขาคนเดียวนั่นเอง เป็นความสมจริงที่ทำให้อ่านแล้วรู้สึกสนุกมากขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่าเป็นแฟนตาซีแห่งดาบและเวทมนต์ในยุคสงครามที่สร้างความประทับใจได้เกิดหน้าเกิดตาเรื่องอื่นอยู่พอสมควร

ข้อเสียอย่างเดียวของเรื่องนี้คือ ทั้งๆที่วางรายละเอียดไว้ค่อนข้างเนียนตาขนาดนี้ มีแม้กระทั่งสงครามจิตวิทยา หรือการคาดเดาลักษณะนิสัยของเสนาธิการฝั่งตรงข้ามเพื่ออ่านแผนให้ออก แต่ดันไม่ได้สนใจความคิดของเหล่าทหารเลวเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น ในการศึกครั้งหนึ่ง กองทัพของตัวเอก มีจำนวนน้อยกว่าฝั่งตรงข้าม 5-6 เท่า หนำซ้ำยังเป็นทหารชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาสดๆร้อนๆ ฝึกฝนได้ไม่ถึงอาทิตย์ ทำให้ชาวบ้านจำคำสั่งได้แค่ แบบไหนคือเดินหน้า แบบไหนถึงถอยทัพ เท่านั้นเอง แต่กลับไม่มีท่าทีตื่นกลัว หรือระส่ำระส่ายเวลาเผชิญหน้ากับฝั่งตรงข้ามเลย นี่พวกแกใส่สูตรโกงทำ max morale เหรอไงฟ่ะ จะไม่กล่าวถึงสักหน่อยเหรอ ว่าพวกตัวเอกทำยังไงถึงปลุกใจทหารได้

ในส่วนสนพ.ของไทยเอง เรื่องนี้มีการพิมพ์ผิดเล็กๆน้อยๆอยู่หลายจุด ซึ่งไม่กระทบกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เพียงแต่ความเยอะของมันก็ทำให้รู้สึกรำคาญๆอยู่บ้าง และก็ แม้จะเข้าใจว่าเล่มมันหนา ต้นทุนหลายๆด้านก็เลยสูงขึ้น จนทำให้ราคาของมันสูงกว่าเล่มอื่นๆอยู่ก็เถอะ แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อคนที่ทรัพย์จางอยู่ไม่มากก็น้อย ตรงส่วนนี้ก็ต้องตัดสินใจเอานะครับ
ความน่าสนใจ : 5/5

18/4/59

Rensa no Carneades / หักเหลี่ยมเซียนพิชิตกลเกมมรณะ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Investigate, Thriller
จำนวนเล่ม : 2 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ทากะจัง ช่วยด้วย"

วันหนึ่งซาโอโตเมะ ทาคาชิ เด็กมัธยมสี่ติดเกมก็ได้พบกับข้อความของเพื่อนสมัยเด็กที่น่าจะตายไปแล้ว และในทันทีที่เขาตอบกับคำถามประหลาดๆว่า "กรุณาเลือกเกมที่ชอบ" ซึ่งถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ ทาคาชิก็ถูกพาไปยังโลกที่ไม่รู้จักเพื่อเล่นเกม

นอกจากเขาแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มสาวที่แต่งกายแตกต่างกันไปอีกสิบสองคนมารวมตัวกัน แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับความสามารถพิเศษที่ได้รับมานั้น กลับมีผู้เล่นคนหนึ่งเกมโอเวอร์ไป และพวกเขาก็ต้องได้รับฟังกฎและเงื่อนไขอันน่าสิ้นหวัง ซึ่งพวกเขาไม่มีทางหนีไปได้

เกมเซอร์ไววัลเอาชีวิตรอดของหนุ่มสาวทั้ง 13 เริ่มขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : Rensa no Carneades ที่ชื่อญี่ปุ่นเขียนว่า カルネアデス (karuneadesu) แต่ออกเสียงว่า Carneades จ้า แต่ถ้าให้เรียกง่ายๆกว่านั้น เรียกมันว่า Danganronpa ภาคใหม่ก็ได้นะ 555+

เรื่องราวของเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เอา Danganronpa มารวมกับแนวเกมออนไลน์นั่นเอง หรือพูดให้ชัดๆก็คือเป็นแนวที่ตัวเอกหลุดเข้าไปในเกมออนไลน์ และก็แน่นอน ตามมาตรฐานพล็อตแนวนี้ เกมออนไลน์นี้ log out ไม่ได้ 555+ มันก็แหงอยู่แล้วล่ะ แทบจะเป็นกฎพื้นฐานของนิยายแนวนี้ไปล่ะ และก็แน่นอนว่าความเบสิคยังไม่จบแค่นั้น การเกมโอเวอร์ในเกมนี้ก็ตายนะจ๊ะะะะ

ส่วนคอนเซ้ปของเกมนี้จะไม่ใช่ MMORPG ในโลกแฟนตาซีแต่อย่างใด แต่จะเป็นเซอร์ไววัลเกม ที่เพลเยอร์จะต้องฆ่ากัน โดยมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะกลับออกไปยังโลกจริงได้

แต่ถ้าจะให้ฆ่ากันอย่างไร้รสนิยมมันก็ไม่สนุก โมโนคุมะ...เอ๊ย เวต้าจัง เกมมาสเตอร์ประจำเกมนรกนี้ก็เลยตั้งกฎขึ้นมาว่า คนที่จะฆ่า ต้องส่ง sms มาให้เวต้าจังก่อน ว่าตัวเองจะลงมือฆ่าแล้วนะ แต่ไม่ต้องบอกว่าฆ่ายังไง บลาๆๆ นะ รายละเอียดไม่ต้อง ขอแค่บอกว่าจะลงมือก็พอ เวต้าจังจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้อย่างพร้อมเพรียงกันว่ามีคนประกาศว่าจะฆ่าคนอื่นแล้วนะ เตรียมตัวเตรียมใจฆ่ากันได้แล้ว หากคนส่ง sms ฆ่าสำเร็จก็จะเคลียร์ อ๊ะ แต่ถ้าลงมือแล้วพลาด ตัวเองก็เกมโอเวอร์นะ

แน่นอนว่าการฆ่า ถ้าให้ฆ่ากันด้วยวิธีการปกติมันก็ไม่สนุก เวต้าจังเลยให้พลังพิเศษไปคนล่ะอย่าง คล้าย Danganronpa ที่ตัวละครแต่ล่ะตัวจะเป็นอัจฉริยะทางด้านต่างๆ เรื่องนี้ก็เช่นกัน ตัวเอกจะได้พลังพิเศษจากเกมที่ตัวเองถนัดไป ยกตัวอย่างเช่น สาวน้อยมอนฮัน ผู้มีพลังพิเศษแบบเกมมอนฮัน หรือไอ้หนุ่มสตรีทไฟเตอร์ที่มีพลังพิเศษแบบตัวละครสตรีทไฟเตอร์ หรือพลังพิเศษสายบุ๋น เช่น ไอ้หนุ่ม objection ที่สามารถสอบสวนชาวบ้านได้ และคำตอบที่ได้มานั้น จะเป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้แน่นอน

แต่พลังพิเศษแบบนั้น มันก็ไม่สมดุล ดังนั้นผู้ที่มีพลังพิเศษแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะแบกรับความเสี่ยงที่จะพลังจะล้มเหลวจนทำลายตัวเองจนเกมโอเวอร์ไว้มากเท่านั้น ส่วนผู้ที่พลังพิเศษอ่อนแอ ความเสี่ยงก็จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแทบจะถือว่าไม่มีเลยก็ได้ เป็นต้น ดังนั้นเลยเป็นสไตล์ที่จะพึ่งพาพลังพิเศษอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีหัวคิด ก็ไร้ค่า

ซึ่งไอ้พระเอกของเราก็เป็นผู้ใช้พลังพิเศษจากเกมแนว Strategy (เกมวางแผน ตั้งฐาน รบกันน่ะ) เป็นสายบุ๋นเต็มสูบ เพราะใครที่เล่นเกมแนวนี้คงจะรู้กันอยู่แล้ว มันเป็นเกมที่เน้นสกิลเพลย์จากเพลเยอร์ในการคิด การวางแผน ส่งยูนิตกลุ่มนั้นไปทางนั้น ส่งยูนิตสอดแนมนี้ไปทางนี้ ควรส่งยูนิตไหนโจมตีตอนไหน ควรขยับยูนิตไหนไปตรงไหน อีกฝั่งเคลื่อนไหวแบบนี้ เราควรทำยังไง บลาๆๆ 

และพระเอกมันตั้งเป้าที่จะไม่ยอมฆ่าใคร แต่หันความเป็นศัตรูไปหาเวต้าจัง เกมมาสเตอร์ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะไม่ยอมเล่นไปตามเกมของเวต้าจังหรอก ส่วนเวลาที่เวต้าจังประกาศ sms เขาและคนอื่นๆที่เขาคิดว่าเชื่อใจได้ในตอนนั้น ก็จะสืบหาตัวจริงของคนส่ง sms เพื่อจะได้ระวังตัวกัน ประมาณนั้น เป็นอารมณ์แบบ Danganronpa น่ะแหละ แต่เรื่องนั้นจะหาตัวฆาตกร ส่วนเรื่องนี้จะหาตัวคนที่กำลังจะเป็นฆาตกร

อาา แต่เป้าหมายของเขาจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะเบสิคแล้ว เนื้อเรื่องทำนองนี้ ฝั่งเกมมาสเตอร์จะต้องมีคนแฝงตัวอยู่ในกลุ่มเพลเยอร์อยู่แล้วในฐานะเพลเยอร์คนนึง เวลาที่เพลเยอร์ไม่ยอมให้เกมดำเนินต่อ คนๆนี้ซึ่งปะปนอยู่ในกลุ่มเพลเยอร์ก็ต้องหาทางสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการลงมือเอง หรือหลอกล่อให้เพลเยอร์คนอื่นลงมือก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

รวมๆแล้วเลยยังหาจุดที่แตกต่างจาก Danganronpa อย่างเห็นได้ชัดไม่เจอเลยอะนะ อรรถรสในการชิมเรื่องนี้มันค่อนข้างคล้ายกัน เป็น LN โคลนไม่ผิดแน่ เพียงแต่ว่า ในไทยมันไม่มี LN แบบ Danganronpa เลยนี่นา ถ้าจำไม่ผิด LN ที่ถูก LC เข้ามายังไม่มีแนวนี้เลยด้วยสิ ถ้ามองจากมุมของคนที่ไม่ได้เสพยุ่น เรื่องนี้ก็เลยน่าสนใจเป็นธรรมดาล่ะนะ แม้ว่าที่ยุ่นจะถูกตัดจบก็เถอะ
ความน่าสนใจ : 3/5

17/4/59

Mojo-kai no Futekisetsu na Nichijou / ชมรมสาวเพื้ยนไขคดีผี 4 มิติ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Romantic Drama
จำนวนเล่ม : 3 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ชมรมสมาคมชายหญิงร่วมสร้างชีวิตในโรงเรียนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น" หรือที่โดนคนทั่วไปย่อแบบเพี้ยนๆว่า "ชมรมสาวต้องสู้" ของพวกผมเป็นชมรมที่ไม่มีคนนิยม แต่กระนั้นสมาชิกชมรมก็เป็นคนที่มีชีวิตชีวา ทั้งน้องสาวบุญธรรมขี้โวยวาย สาวน้อยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง และรุ่นพี่แสนสวยที่รักของผม

แม้กิจกรรมชมรมอาจจะเพี้ยนๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน แต่เราก็อยู่กันอย่างสงบสุข จนกระทั่งเจอเด็กสาวคนนั้น นั่นทำให้ผม ฮานาวะ เมงุรุรู้ว่าชีวิตประจำวันของพวกนั้น จริงๆแล้วไม่สมเหตุสมผล...

เด็กสาวที่เรียกตัวเองว่า ไอ ดอ ล่า นั้นปรากฎตัวต่อหน้าผมและสอนผมย้อนเวลาเพื่อแก้ไขอดีตที่ทำให้ผมต้องจบชีวิตลงพร้อมกับเงื่อนงำปริศนาที่เราไม่เคยรับรู้มาก่อน
ความเห็นส่วนตัว : Mojo-kai no Futekisetsu na Nichijou หรือ Mojo-kai no I-do-la na Nichijou นั้นเป็นเรื่องที่อ่านรอบ2รอบก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่ว่าจะอ่านของยุ่นหรือของไทยก็ไม่รู้เรื่อง..........แต่นั่นไม่ได้เป็นเพราะคนแปลแปลไม่ดี หรือคนแต่งบรรยายไม่ดีอะไรนะครับ แต่เป็นเพราะเนื้อเรื่องมันโหด และซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกิน จนไม่คิดเลยว่าจะเป็นผลงานของคนเขียนยายะหุ่นหื่น

และเพราะระดับความซับซ้อนของเรื่องราวสูงเกิน ผมจะพยายามพูดถึงตามความเข้าใจที่น้อยนิดของตัวเอง โดยที่ระวังให้สปอยน้อยที่สุดนะครับ

เรื่องราวนั้นจะเปิดฉากแบบเลิฟคอมในรั้วโรงเรียนทั่วไป ที่ระดับความสมเหตุสมผลต่ำ แต่เพราะเรื่องนี้ความไม่สมเหตุสมผลเป็นธีมอยู่แล้วก็เลยปล่อยผ่านได้ (แต่ตอนอ่านครั้งแรกก็ไม่รู้นะ เลยหงุดหงิดอยู่ช่วงนึงเหมือนกัน 555+)

จนกระทั่งพ้นช่วงแนะนำตัวไป ผู้อ่านรู้จักตัวละครในเรื่องครบถ้วนดีแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงดราม่าทันที ตัวหลักล้มตาย กระทั่งพระเอกเองก็ด้วย แต่แล้วพอพระเอกของเรารู้สึกตัวอีกที เขาก็มาอยู่ในโลกแปลกๆ และตรงหน้ามีสาวสวยปากร้ายและออกจะซึนเดเระอยู่หน่อยๆอยู่ด้วย หลังจากพูดคุยกัน พระเอกก็พอจะจับประเด็นได้ว่า ตัวเองเป็นมนุษย์จำพวกหนึ่ง ที่หลุดออกมาจากการไหลของกระแสแห่งกาลเวลา อันเป็นโลก4มิติ ไม่ได้อยู่ในแกนเดียวกับโลกเดิมที่ตัวเองอยู่ ซึ่งเป็นโลก3มิติ (ใครเข้าใจทฤษฎีของไอน์สไตน์น่าจะเข้าใจนะ)

หลังจากนั้นก็ทฤษฎีมาเต็มครับ เป็นช่วงที่อ่านแล้วเข้าใจยากมาก แต่เอาเป็นว่าพอจะสรุปได้ว่า เมื่ออยู่ในโลก4มิติ อันเป็นมิติที่มีแกนเวลาเพิ่มเข้ามาด้วย พระเอกก็เลยสามารถเดินทางข้ามเวลาได้ ส่วนประเด็นที่ว่าจะเกิดทฤษฎีโลกคู่ขนานเอย ไทม์พาราด็อคเอย โลกเอกเทศ บลาๆๆ อันนั้นไปพยายามทำความเข้าใจกันเองในเรื่องนะครับ บอกแค่ว่า พระเอกมันก็เลยพยายามจะใช้การย้อนเวลานี้ ช่วยเหลือพวกพ้องทั้งหมดนั่นเอง

แต่ระหว่างที่ย้อนเวลาช่วยเหลือพรรคพวก ปริศนาต่างๆก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ ความจริงค่อยๆปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆ....แต่ เอ๊ะ ในเมื่อคนในโลก4มิติสามารถย้อนเวลา แล้วเข้าแทรกแซงอดีตได้ แล้วเหตุการณ์ไหนคือความจริงที่แท้จริงอันเป็นดั่งเดิมของโลก3มิติมาตั้งแต่ต้นล่ะ ความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากตรงไหน ไทม์พาราด็อคคือตรงไหน โลกไหนคือเอกเทศที่ตัดขาดจากโลกก่อนหน้าแล้ว และไม่มีผลกระทบไปโลกถัดไป และที่สำคัญที่สุด ใครใน4มิติ ที่เป็นคนยื่นมือเข้ามาสร้างความบิดเบี้ยวใน3มิติตั้งแต่ต้น

อาาา ซับซ้อนซ่อนเงื่อน หลอกลวง ทรยศ หักหลัง เข้าใจผิด เศร้าโศก เสียใจ บลาๆๆ เยอะแยะมากมาย เป็นเรื่องราวที่อยากแนะนำให้อ่านรวดเดียวจบ เพื่อให้งงน้อยที่สุด (คือยังไงก็น่าจะงงนะ 555+) และสัมผัสถึงความสนุกของเรื่องราวที่มาพร้อมกับความงง แต่พูดมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นสปอยแน่

ส่วนทางสนพ.ไทยนั้น นอกจากราคาที่สูงกว่าทุกทีนิดหน่อย อย่างอื่นก็ปกติครับ อ้อ ในเล่มมีจุดพิมพ์ผิดที่นึง และอาจทำให้คนอ่านสตันไปยาวๆได้อยู่นะ ก็คือ เขาเขียนชื่อตัวละครผิดอะ ในฉากเป็น A กับ C แต่ในย่อหน้านึง มี B โผล่มาซะงั้น จริงๆคือตรงนั้นต้องเป็น A ไม่ก็ C อะแหละ B มันไม่ได้วาบมาแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเป็นเรื่องทั่วไปก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เรื่องนี้ เรื่องราวมันซับซ้อนอยู่แล้ว พอผิดตรงนั้นก็เลยจะทำให้สตันกันง่ายๆเลย 555+ อ่านแล้วก็ตั้งสติกันหน่อยนิ

โดยรวมแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ตลาดแน่นอน แต่น่าสนใจไม่สุด เพราะต้องใช้ความสามารถในการทำความเข้าใจสูงพอสมควร เหมาะกับคนชอบเสพเนื้อเรื่องเป็นที่สุด แต่กับคนที่ชอบเซอร์วิส เสพตัวละคร ขอบอกว่า พลาดแล้ว 555+ นอกจากบทแรกๆที่เป็นเลิฟคอม เลยมีเซอร์วิสอันแสนจะน้อยนิดราวกับโอเอซิสกลางทะเลทราย ที่เหลือก็เป็นทุ่งกว้างอันแสนโหดร้ายที่เต็มไปด้วยพายุแห่งเรื่องราวของความสับสน ที่ถ้าไม่ตั้งสติดีๆก็อาจจะถูกดูดกลืนไปได้ง่ายๆ

ส่วนจำนวนเล่มนั้น คิดว่าไม่น่าจะเป็นเพราะถูกตัดจบนะ แต่พล็อตมันยืดเรื่องได้ยาก ก็เลยจบตามโครงเรื่องมากกว่าล่ะมั้ง เอาจริงๆตอนอ่านเล่ม1จบ ความรู้สึกมันยังเหมือนๆเป็นนิยาย 1-2 เล่มจบเลย การที่มีเล่ม3นี่เซอร์ไพร์สพอสมควรแล้ว 555+
ความน่าสนใจ : 4/5