15/4/60

Sono Orc, Moto Yakuza nite / ออร์คตัวนั้นมันเคยเป็นยากูซ่า

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 2 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : "ฉันเกลียดออร์คอย่างพวกแก โดยเฉพาะเจ้าตัวไร้ค่าอย่างแก"

ที่นี่คือ เมืองใหญ่อัลบัสตร้า ตอนที่คิเซะ ริวเฮได้สติ เขาพบว่าตัวเองกลายเป็นนักโทษ "ออร์ค" = เรกัส และผู้ที่เกลียดและแค้นเขา แต่ต้องรับตัวมาอยู่ในกลุ่ม "อัศวินปีกสวรรค์" ภายใต้การนำของตัวเองคือสกายเอลฟ์หญิงชื่อ วิโอล่า

ทั้งคู่ขัดแย้งกัน พร้อมกับเริ่มถูกดึงดูดเข้าหากัน อีกด้านหนึ่งความนึกคิดของเรกัสก็หยุดลงตั้งแต่วันนั้น

ฉันอยู่ที่ไหน ฉันเป็นอะไรกันแน่

ขณะที่รู้สึกเช่านั้น ความมืดภายในตัวเมืองรุกคืบมาหาวิโอล่า นั่นคือผลกรรมของชาติก่อนกับชาตินี้งั้นเหรอ ชายผู้ค้นหาคำตอบนั้นยืนหยัดขึ้น จงสู้ ออร์ค จงบดขยี้โชคชะตาให้สิ้นซาก

ผลงานได้รับรางวัลชนะเลิศของการประกวดงานเขียน GA บุนโกะครั้งที่8
ความเห็นส่วนตัว : คนที่อ่านเรื่องย่อหรือปกหลังแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านเนื้อเรื่อง ขอให้ลืมมันไปซะครับ 555+ แม่งเขียนซะ ตรูนึกว่าเป็นคนล่ะเรื่อง ส่วนคนที่ยังไม่ได้อ่านก็ดีแล้วครับ ไม่ต้องอ่านมันหรอก นี่ขนาดผลงานการันตีด้วยรางวัลชนะเลิศนะเนี่ย เขียนปกหลังได้แค่นี้เองเรอะ

แล้วก็ ตรงหน้าแนะนำตัวละคร ถ้าเป็นไปได้ อย่าเพิ่งอ่านนะครับ อ่านจบเรื่องก่อนแล้วค่อยมาดูก็ได้ เพราะถ้าอ่านหน้าแนะนำตัวละครอย่างจริงจัง บางที รูป หรืออะไรในหน้านั้น มันจะสปอยอะดิ

อีกเรื่องนึง ทำไมคำว่าออร์ค สนพ.ไทยเราใช้คำว่า Ork หว่า หาข้อมูลเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ จะที่ไหนเค้าก็ใช้ Orc ไม่ใช่เหรอ เอาเหอะ ช่างมัน

เรื่องนี้เป็นแนวแฟนตาซี สไตล์ระลึกชาติได้ หรือที่คนชอบเรียกว่ากลับชาติมาเกิดใหม่ครับ พระเอกเป็นออร์คหนุ่ม ในโลกแฟนตาซีสไตล์ดาบและเวทมนต์ แต่เปิดเรื่องก็อยู่ในคุกซะแล้ว 555+ แล้วจู่ๆก็ดันนึกออกว่าตัวเองในชาติก่อนเป็นยากูซ่า อยู่ที่ญี่ปุ่น เคยเจอเรื่องราวอะไรมาบ้าง แต่พอมันระลึกชาติได้ ความทรงจำในชาตินี้ของตัวเองดันเลือนลางนี่สิ ซึ่งจริงๆก็พอเข้าใจแหละ ว่าคนเขียนมันต้องการดริฟ เลยยัดเหตุผลแบบนี้เข้ามา ไม่งั้นมันจะดูไม่เหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่ แต่เหมือนเอาวิญญาณของคนๆนึงมายัดในร่างใหม่มากกว่า และถ้าจะเขียนให้ดูเหมือนกลับชาติมาเกิดใหม่แบบจริงๆจังๆ มันก็ต้องเขียนตั้งแต่วัยเด็กอีก แน่นอนว่าคนเขียนมันไม่อยากทำแบบนั้นล่ะมั้ง สุดท้ายก็เลยใช้เหตุผลแบบนี้แทน

ส่วนนางเอกเป็นสกายเอลฟ์ (เอลฟ์ที่มีผมข้างหูรูปร่างคล้ายปีก) ที่เกลียดออร์คมาก เป็นผู้นำกลุ่มอัศวินแห่งหนึ่งของเมือง เธอต้องรับตัวพระเอกมาอยู่ในกลุ่มอัศวินของตัวเองโดยไม่เต็มใจ เพราะเกิดเรื่องขึ้นในคุก เธอจึงวางแผนจะกลั่นแกล้ง หาเหตุให้ตัวเองสามารถยกขึ้นมาอ้าง เพื่อขับไล่ออร์คที่ตัวเองเกลียดออกไปให้ได้ แต่ระหว่างนั้น ก็ดันมีปัญหาเกี่ยวกับใบ5แฉกระบาดขึ้นในเมืองซะก่อน แถมผู้มีความรู้เกี่ยวกับหญ้าวิเศษ(ฮา)ก็ดันมีแค่พระเอกคนเดียว เพราะความรู้จากชาติก่อนของเขานั่นแหละ แล้วระหว่างที่สืบหาต้นต่อของเจ้าหญ้าตัวปัญหานี่ไป เธอก็เริ่มเข้าใจในตัวตนของพระเอกมากขึ้น ว่าออร์คแบบนี้ก็มีด้วย

ซึ่งการเดินเรื่องจะใช้การพูดถึงปัจจุบัน(โลกแฟนตาซี) สลับกับชาติก่อน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชาติก่อนที่พระเอกเคยผิดพลาดมาก่อน จะถูกรีรันขึ้นใหม่ในโลกแฟนตาซีนี้ (เช่นในชาติก่อนพระเอกเคยช่วยเด็กสาวตัวน้อยสร้างบ้านหมาริมแม่น้ำ ในชาตินี้ พระเอกก็มาช่วยเด็กสาวตัวน้อยสร้างรังนกที่ชายป่าใกล้ๆเมือง.........คือพยายามยกตัวอย่างที่มันสปอยน้อยที่สุดแล้วอะนะ จริงๆเรื่องใหญ่โตกว่านี้ก็มีแหละ) คล้ายกับว่า พระเจ้าต้องการให้พระเอกแก้ตัว ถึงความผิดพลาดในชาติก่อนของตัวเอง หรือไม่ก็ พระเจ้าต้องการจะให้พระเอกลิ้มรสชาติของความผิดหวังเป็นครั้งที่2ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ อยากรู้ต้องอ่านเอง 555+

ทางด้านคาแรคเตอร์ พระเอกในชาติก่อนเป็นยากูซ่าตัวพ่อที่เก่งกาจเรื่องต่อยตี ใครหันอาวุธเข้าใส่เป็นต้องแหลก แต่ก็ยึดมั่นในคุณธรรม ไม่ทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้ เรียกว่ามีความเป็นลูกผู้ชายสูงทีเดียว ในชาตินี้ พอได้รับร่างกายของออร์ค (ซึ่งถ้าดูภาพประกอบ ออร์คมันดูหล่อแบบดิบๆผิดกับเรื่องอื่นที่ต้องดูน่าเกลียดวะครับ) ระดับความสามารถในการต่อยตีก็เลยสูงขึ้นอีก แต่ก็ไม่มีสกิลพระเอกนะ โดยซัดซะแผลเต็มตัว ลงไปนอนกองกับพื้นบ่อยครั้งอยู่

ส่วนนางเอก แม้จะเปิดเรื่องแบบค่อนข้างนางมารร้าย (ก็นางเกลียดออร์คอะนะ) แต่หลังจากเริ่มเปิดใจยอมรับพระเอก เราก็จะเห็นบุคลิคของเธอมากขึ้น ว่าเป็นคนรักพวกพ้อง มีความรับผิดชอบสูง รู้จักเอาใจใส่คนอื่น เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสมกับเป็นหัวหน้ากลุ่มอัศวินเลยทีเดียว

ส่วนข้อเสีย เอาแบบที่เห็นเด่นชัดก็คงเป็นเรื่องที่เปิดตัวตัวละครที่เดียวเยอะมากเลยละมั้ง เริ่มเรื่องได้ไม่ทันไร ตัวละครมีชื่อเข้าฉากเกิน 10 ตัวแล้วอะ เป็นปัญหาด้านการจำชื่อตัวละครพอสมควรเลย

คือปกติ ในกรณีที่ตัวละครเยอะ นักเขียนบางคนจะแบ่งลำดับความสำคัญอะนะ ตัวที่มีความจำเป็นในฉากนั้นๆเลย ก็จะมาพร้อมชื่อเสียงเรียงนาม ส่วนตัวที่จะมีบทในฉากต่อๆไป ฉากนี้มาเป็นแค่ตัวประกอบเฉยๆ ก็จะยกยอดเอาไว้แนะนำตัวในฉากต่อไป ซึ่งมันจะทำให้คนอ่านจำตัวละครได้ง่ายขึ้นกว่าแบบนี้อะนะ

แต่โดยรวมแล้วก็ยังดีในระดับหนึ่งอยู่ เรียกว่าแม้จะออกสตาร์ทเหมือนนิยายโคลนเต็มขั้น แต่การเดินเรื่องกลับฉีกแนวออกไปจากแนวเดิมๆได้ดีทีเดียวครับ
ความน่าสนใจ : 4/5

Isekai Maou to Shoukan Shoujo no Dorei Majutsu / จอมมารต่างโลกกับบริวารสาวนักอัญเชิญ

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 7 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ภายใน MMORPG ที่มีชื่อว่า Cross Reverie นั้นซาคาโมโตะ ทาคุมะ เป็นผู้ทรงพลังแข็งแกร่งเหนือชั้นชนิดที่เพลเยอร์คนอื่นๆ ต่างพากันเรียกว่า 'จอมมาร'

แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ถูกอัญเชิญไปสู่โลกต่างมิติโดยอยู่ในร่างที่ใช้ภายในเกม ที่นั่นเขาได้พบกับสาวน้อย 2 คนซึ่งต่างก็ยืนกรานว่า 'ฉันนี่แหละ คือ ผู้อัญเชิญ'

พวกเธอร่ายเวทเปลี่ยนอสูรอัญเชิญให้กลายเป็นทาสใส่ทาคุมะทว่าพลังพิเศษเฉพาะตัว สะท้อนเวท ก็ทำงานขึ้น คนที่กลายเป็นทาสกลับกลายเป็นเหล่าสาวน้อย จึงทำให้ทาคุมะรู้สึกปั่นป่วน

เขาเป็นจอมขมังเวทสุดแกร่งก็จริง แต่ไร้ซึ่งความสามารถในการสื่อสารโดยสิ้นเชิง คำแรกที่พูดออกมาหลังจากกลุ้มใจก็มาจากบทบาทจอมมารที่เขาใช้ภายในเกม 'ฉันสุดยอด งั้นเรอะ แน่นอนอยู่แล้ว นามของข้าคือเดียโบล ผู้เป็นที่เกรงกลัวในฐานะ จอมมารนะ'

เรื่องเล่าขานแห่งการผจญที่ไม่หยุดยั้งด้วยความแข็งแกร่งไร้เทียมทานของจอมมาร (ตามบท) ผู้ซึ่งจะทำให้โลกสะท้านสะเทือนในไม่ช้า เปิดฉากขึ้นแล้ว
ความน่าสนใจ : แนวหลุดไปต่างโลกอีกแล้ว แต่คราวนี้ถ้าหลุดไปต่างโลกเฉยๆมันดูธรรมดาเกินไป เลยเอาเป็น ให้ตัวละครในเกมหลุดไปต่างโลกก็แล้วกัน 555+ อารมณ์เหมือนเราเล่นเกม PC Online แนว MMORPG อยู่ ย่อมต้องมีตัวละครของเราในเกม แล้วทีนี้ไอ้ตัวละครของเราในเกมนี่แหละที่หลุดไปต่างโลก แล้วจิตสำนึกของเราดันไปอยู่กับตัวละครในเกมที่หลุดไปต่างโลกด้วย ประมาณนี้แหละ

และก็แน่นอน ตามสไตล์นิยายแนวนี้ พระเอกที่ตัวละครในเกมของเขาเลเวลตัน ของครบ แถมยังจุติมาหลายรอบจนเท้ามีแสงแล้วมีแสงอีก ขึ้นแท่นเพลเยอร์สุดแกร่งของเซิฟเวอร์ เมื่อตัวละครระดับนี้หลุดมาต่างโลก แถมยังพ่วงด้วยจิตใจของผู้เล่น สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเดาได้

แน่นอน ตามคอนเซ็ปนิยายแนวนี้ ตัวเอกผู้เป็นเทพทรูสุดแกร่ง มีสาวๆรายล้อม ตัวละครที่โผล่มาล้วนเป็นสาวๆ ส่วนไอ้ตัวผู้ทั้งหลาย ถ้าไม่ใช่ตัวประกอบก็เป็นตัวร้าย และหากตัวร้ายเป็นสาวๆ เดาก่อนเลยว่า อนาคตต้องย้ายข้าง 555+ การเดินเรื่องล้วนโคจรรอบตัวเอก ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าทางมันไปซะหมด ไร้อุปสรรค (เลเวลเฉลี่ยของผู้คนในโลกนี้อยู่แถวๆ10-20 ถ้าเลเวลสัก50ก็จัดว่าโคตรเก่งแล้ว แต่พระเอกมันเลเวล150 แถมยังเป็น 150 ที่แม้แต่ในหมู่ตัวละครเลเวลตัน ก็ติดท็อปของเซิฟเวอร์)

ขนาดกองทัพบอส(พระเอกมันพูดเองว่ามอนสเตอร์ระดับนี้ ปกติแล้วน่าจะเป็นระดับบอส) ยกพวกมา 100 ตัว พระเอกปล่อยสกิลตูมเดียว หายไปเกือบครึ่ง แล้วแบบนี้ยังจะเหลืออะไรให้เป็นอุปสรรคของมันอีกล่ะ


ดังนั้นการเดินเรื่องคงไม่ต้องพูดถึงมั้ง แนวนี้มันก็รู้ๆกันอยู่ นอกจากในเรื่องย่อข้างบนก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ขืนลงรายละเอียดมากเกินไป จะกลายเป็นสปอยซะเปล่าๆ

มาที่คาแรคเตอร์ดีกว่า พระเอกของเรา แม้ภายนอกจะเป็นตัวละคร(จากเกม)สุดแกร่ง ไอเทมเทพๆครบครั้น แถมยังหล่อเหลา แต่ภายในเป็นเด็กติดเกมธรรมดา ที่เล่นเกมมาตลอดจนไม่ชินกับการพูดคุยกับคนอื่น ทำให้จำเป็นต้องสวมบทบาทเป็นจอมมารตามความเคยชิน ถึงจะคุยกับคนอื่นได้ (แสดงว่าชอบเล่นเกม RPG เป็นสาย Role Play อินเต็มขั้นเลยสินะ) พอมาโลกนี้ แล้วดันไปแสดงตัวเป็นจอมมารตามที่คุ้นเคย ประกอบกับเลเวลที่สูงลิ่ว คนทั่วไปเลยดูเหมือนจะเข้าใจว่าหมอนี่เป็นจอมมารไปจริงๆซะแล้ว

นางเอก2หน่อ หนึ่งคือสาวเอลฟ์จากตระกูลใหญ่ผู้สูงศักดิ์แม้แต่ในหมู่เอลฟ์ด้วยกัน แถมยังนมโตแบบที่ชอบโผล่มาในเกมผู้ใหญ่ พร้อมคาแรคเตอร์มาตรฐาน นมใหญ่ไร้สมอง เป็นนักธนูเอลฟ์ผู้เก่งกาจ แต่ดันอยากเดินในเส้นทางสายจอมเวท ค่อนข้างบ๊องๆ ขี้เหงา แถมยังขี้กลัว

อีกหนึ่งคือสาวน้อยมนุษย์สัตว์ที่เก่งกาจได้รับการเคารพยกย่องจากผู้คน แน่นอนว่าเผ่านี้ตามเกม เผ่านี้มักจะเป็นสายบู้ แต่เธอก็ดันอยากเดินในเส้นทางของจอมเวทเหมือนกัน หน้าอกราบและเรียบ เคร่งครึม หน้าตาย เสียงโมโนโทน คุณสมบัติคู่ควรกับคาแรคเตอร์คูลเดเระ

แล้วนางเอกทั้ง2ที่เป็นหญิงระดับไฮโซต้องมาเป็นทาสของพระเอก ผู้(ถูกเข้าใจว่า)เป็นจอมมาร นั่นเอง

แค่นี้แหละ หมดแล้ว เป็นนิยายโคลนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตลาดจนไม่รู้จะพูดอะไรดีเลย
ความน่าสนใจ : 3/5

13/4/60

Zero kara Hajimeru Mahou no Sho / ปฐมมนตรา ตำราพลิกโลก

สำนักพิมพ์ : Dexpress
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 8 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ปฏิทินโบสถ์ปี 526 โลกมี "วิชาเวท" แต่ยังไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า "เวทมนตร์" และผู้คนไล่ล่า "แม่มด" ในฐานะสิ่งชั่วร้าย

ทหารรับจ้างครึ่งคนครึ่งสัตว์นายหนึ่งซึ่งโดนผู้คนรังเกียจเพราะเป็น "ผู้ตกสู่ห้วงสัตว์" เขาจึงเฝ้าฝันว่าอยากเป็นมนุษย์ และแล้วโชคชะตาก็นำพาให้เขามาพบกับ "ซีโร่" แม่มดผู้กำลังตามหา "ตำราของซีโร่" ตำราเวทมนตร์ซึ่งมีพลังทำลายโลกที่โดนใครบางคนขโมยไป!? ทหารรับจ้างจึงยอมเป็นผู้คุ้มกันแม่มดที่สุดแสนเกลียด โดยมีเงื่อนไขว่าจะทำให้เขากลับร่างเป็นมนุษย์

นิยายแนวแฟนตาซีที่การันตีด้วย "รางวัลชนะเลิศ" จากการประกวดนิยายเดงเกคิครั้งที่20มาแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : จอมเวทชิมะคาเสะ เป็นนิยายแนวแฟนตาซีที่การันตีด้วย "รางวัลชนะเลิศ" เชียวนะเออ.............ส่วนจะดีงามสมกับรางวัลรึเปล่าก็ตัดสินใจกันเอานะ

ทางด้านพล็อตเรื่องนั้น เรื่องย่อเขียนไว้ดีพอสมควรแล้ว ดังนั้นจะขอเพิ่มเติมแค่บางส่วนเท่านั้นนะครับ ว่าเรื่องนี้กล่าวถึงยุคสมัยที่ยังมีการล่าแม่มดกันอยู่ ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆก็ขอให้จินตนาการถึงยุคสมัยนั้นนะ

ส่วนเรื่องเวทมนต์นั้น ท้องเรื่องจะเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง "วิชาเวท" แต่ผมขอเรียกเอาเองว่าอาคมละกัน กับเวทมนต์ ซึ่งความแตกต่างของมันคือ การใช้อาคมนั้น จะต้องประกอบพิธีกรรมกันนานมาก มีระเบียบแบบแผน หากถูกขัดจังหวะ พิธีล่ม อาคมก็จะไม่แสดงผล ทำให้เหล่าแม่มดในเรื่องนั้น ไม่เป็นภัยคุกคามต่อผู้คน หนำซ้ำยังถูกโบสถ์ไล่ล่าได้สบายอีกต่างหาก

ส่วนเวทมนต์นั้น คือเวทมนต์แบบที่พวกเรารู้จักกันดีตามนิยายแฟนตาซีทั่วไป เพียงแค่ร่ายเวทไม่กี่ประโยคเวทมนต์ก็แสดงผล


ตามเนื้อเรื่อง แม่มดจะใช้เป็นแค่อาคม จนกระทั่งนางเอก ผู้เรียกตัวเองว่า ซีโร่ (หมายเลข0) คิดค้นวิธีใช้เวทมนต์ได้ แล้วเขียนเป็นหนังสือ และต่อมา หนังสือเล่มนั้นก็ถูกขโมยไปนั่นแหละครับ

จูซังบัง (หมายเลข13) ที่ร่วมค้นคว้าเวทมนต์ด้วยกันกับเธอ จึงออกตามหาหนังสือเล่มนั้น ก่อนที่โลกจะถูกทำลาย (หมายถึง หากแม่มดใช้เวทมนต์ได้ ระดับของภัยคุกคามจะสูงขึ้นทันที แม่มดที่เป็นฝ่ายถูกไล่ล่าจากโบสถ์ต้องตอบโต้แน่ สงครามจะเกิดขึ้น) แต่เวลาผ่านไป 10 ปี ยังไม่มีข่าวคราวของจูซังบัง ซีโร่เลยตัดสินใจออกเดินทางบ้าง แล้วระหว่างทางก็มาเจอพระเอกเข้านี่แหละ

ซึ่งพระเอกของเรา เป็น "ผู้ตกสู่ห้วงสัตว์" เอาง่ายๆก็คือ เป็นมนุษย์สัตว์ตามที่เคยเห็นกันในนิยายแฟนตาซีละนะ อารมณ์แบบมีสเตตัสสูงลิ่ว เก่งกาจเรื่องการต่อสู้ แต่ตามเรื่องนี้ มนุษย์สัตว์เกิดมาจากมนุษย์ ซึ่งทางโบสถ์อธิบายไว้ว่า เป็นเพราะบาปหนา ถูกผู้คนรังเกียจและหวาดกลัว แต่หลังจากเขาเจอกับนางเอก นางเอกอธิบายว่า เป็นคำสาปที่เกิดจากผลสะท้อนจากอาคมต่างหาก ซึ่งเธอก็สัญญาว่า หากเขาช่วยเธอ เธอจะแก้คำสาปให้ พระเอกก็จะมีหน้าตาเป็นมนุษย์เหมือนคนอื่น

ทางด้านคาแรคเตอร์ พระเอกของเราเป็นทหารรับจ้าง ผู้มีสัญชาติญาณค่อนข้างเชื่อถือได้ ผ่านสนามรบมามาก เลยมีประสบการณ์ในการต่อสู้อยู่ระดับหนึ่ง แต่จริงๆแล้วเป็นคนจิตใจดี ฝันอยากจะมีครอบครัวธรรมดาๆ แต่เพราะเป็นมนุษย์สัตว์เลยไม่มีทางเลือก

ส่วนนางเอกเป็นชิมาคาเสะ...เอ๊ย เป็นแม่มดอัจฉริยะ ผู้เขียนหนังสือตัวปัญหานั่น ด้วยความฝันอยากให้ผู้คน ทั้งคนธรรมดาและแม่มดใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข แต่หนังสือกลับถูกขโมย และเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เลยต้องแสดงความรับผิดชอบเก็บกวาดเรื่องที่ตัวเองก่อ นอกจากนั้น เธอยังเป็นเด็กสาวอ่อนต่อโลก พูดจาขวานผ่าซากเล็กน้อย แถมยังขี้เหงาด้วย(มั้ง)

โดยส่วนตัวแล้ว สำหรับเรื่องที่โดนเจิม(ด้วยรางวัล 555+) จัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว อย่างน้อยๆพล็อตก็ไม่ตลาด การเดินเรื่องก็ไม่ตลาด แถมยังเขียนเรื่องราวให้คนอ่านรู้สึกอยากติดตาม ไม่เกิดความรู้สึกอยากวางหนังสือลงกลางคันอีกต่างหาก หนำซ้ำ ราคาก็ไม่แพงมาก เพราะฉะนั้นความน่าสนใจระดับนี้จึงน่าจะกำลังพอดีครับ
ความน่าสนใจ : 5/5

12/4/60

Dai Eiyuu ga Mushoku de Nani ga Warui / ผู้กล้าบ่มิไก๊ในกริมการ์แดนมายา

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Fantasy Comedy
จำนวนเล่ม : 3 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ชั้นคือยอดผู้กล้าคิซารากิ"

หลังลืมตาขึ้นด้วยคำพูดว่า "ตื่นเถอะ" สิ่งที่ปรากฎขึ้นเบื้องหน้าก็คือโลกที่ไม่รู้จัก เพื่อที่จะอยู่รอดในโลกที่ "คล้ายกับเกม" อย่างกริมการ์แล้ว พวกเราต้องต่อสู้เท่านั้น

แต่ชั้นไม่ไปตามทางที่มีคนกำหนดให้หรอก ชั้นจะเลือกทางของชั้นเอง

หลังได้ผู้ติดตามเป็นนักบวชอิจิกะกับจอมเวทโมโมฮินะแล้ว ในระหว่างทางที่พวกเรากำลังจะเปิดฉากด้วยการฆ่าออร์ค นักผจญภัยใกล้ตายมอบดาบมนตรา "โซลคอลเลคเตอร์" ไว้ให้ชั้น หากมีดาบนี้ก็ไม่ต้องสนใจเรื่องอาชีพอีกต่อไป ชั้นจะเป็นผู้กล้าทั้งๆที่ยังไร้อาชีพให้ดู

ตำนานวีรชนบทใหม่จากอาโอะ จูมอนจิ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องใหม่จากกริมการ์ซีรีย์ครับ จริงๆถึงไม่ต้องบอก แต่มองชื่อเรื่องก็น่าจะรู้แล้วมั้ง 555+ แต่เรื่องนี้คนเขียนยืนยันว่าไม่มีจุดเชื่อมโยงกับ Hai to Gensou no Grimgar / ขี้เถ้าในกริมการ์แดนมายา แต่อย่างใดนะครับ ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องนึงก่อน ถึงจะอ่านอีกเรื่องรู้เรื่อง ตัวละครหลักก็ไม่ได้รู้จักกัน เรียกว่า นอกจากกระเทยตัวล่ำบึกที่ดูแลทหารอาสา กับโลลิที่เปิดร้านรับฝากของ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวประกอบมีชื่อ ตัวอื่นใน "ขี้เถ้าฯ" ไม่ได้มาโผล่ใน "ผู้กล้าฯ" เลยครับ

แต่เรื่องนี้จะเป็นคนละธีมกับขี้เถ้าฯนะครับ เหมือนคนเขียนใช้เวทีเดียวกันคือโลกกริมการ์ แต่เปลี่ยนแนวจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย พูดง่ายๆว่า เรื่องนี้เป็นแนวตลาดทั่วๆไป หรือที่บางคนชอบเรียกว่าแนวโคลนนั่นเอง

พระเอกถูกดึงมาต่างโลก มีสาวๆรายล้อม ออกจากเมืองครั้งแรกก็ดิ่งไปฆ่าออร์ค 2 ตัวรวด ทั้งๆที่ยังไม่มีอาชีพ (ตัวเอกฝั่งขี้เถ้าฯ แค่ก็อบลินสักตัวยังมีตาย) ระหว่างทางได้ดาบโคตรโกงมาอีกต่างหาก คือดาบมันมีพลังพิเศษฟันศัตรูทีเดียวตาย หลังจากนั้นพระเอกก็เลยออกล่าได้แบบโคตรชิว ไม่ว่าศัตรูจะเป็นโคตรมอนสเตอร์มาจากไหนก็ฟันฉับ เงินทองไหลมาเทมา หาเงินวันแรกวันเดียว ได้มาครึ่งร้อยเหรียญทองเลยมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่เข้าทางพระเอกทั้งนั้น ราบรื่นไร้อุปสรรคตามสไตล์นิยายโคลน


ทางด้านคาแรคเตอร์ พระเอกเป็นซุปเปอร์โนวิท(ไม่มีอาชีพ) โลกสวยที่คิดอะไรเข้าข้างตัวเอง ประหนึ่งว่าโลกหมุนรอบตัวฉัน แต่ถึงอย่างงั้นก็มีสกิลพระเอก ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าทางมันซะหมด แถมยังเนื้อหอมแบบไร้เหตุผล

นางเอกเป็นสาวสายพละซึนเดเระ แต่ดันปอดแหก ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เลยโดนพระเอกบังคับให้เปลี่ยนอาชีพเป็นนักบวชซะงั้น พรีสโหดกระโดดตบสินะ 555+

นางรองเป็นตัวละครสายเอ๋อ ที่เอ๋อซะจนสงสัยว่าสมองหยุดพัฒนาไปตั้งแต่ 3 ขวบรึเปล่า แต่ดันมีความสามารถในการต่อยตีสูงลิ่ว ถึงอย่างงั้นพระเอกดันให้ตัวละครสาย Str+Agi ไปเปลี่ยนอาชีพเป็นนักเวทซะงั้น ซึ่งเธอผู้ซึ่งไม่รู้ในหัวคิดอะไรบ้างรึเปล่าก็ทำตามแต่โดยดี นักสู้เวทมนต์เลยถือกำเนิดขึ้นมาแบบงงๆ ต่อยมอนสเตอร์ไป ปากก็ร่ายเวทไป กลายเป็นตัวละครผู้พึ่งพาได้มากที่สุดในปาร์ตี้ ทั้งๆที่บุคลิคดูปัญญาอ่อนมากเลยแท้ๆ

นางรองอีกคน เป็นเอลฟ์ แต่ดันอ้วนจ่ำม่ำ...เอ่อ อวบระยะสุดท้าย (ถึงอย่างงั้น ภาพประกอบแม่งวาดซะเพรียวเลย อย่างน้อยๆก็วาดให้มันเจ้าเนื้อหน่อยไม่ได้หราาา) (อดีต)นักดาบอัจฉริยะของเผ่า แต่เพราะรูปร่างของตัวเอง ทำให้เอลฟ์ร่วมเผ่าซึ่งเป็นเผ่ารักสวยรักงามดูถูกจนกลายเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเองไปอีก สุดท้ายเลยเดินตามพระเอกต๋อยๆอีกคน

เฮ้อ ส่วนการเดินเรื่องก็อย่างที่บอกไปแล้ว แนวโคลนมันก็มีแค่นี้แหละ ดังนั้นเลยไม่มีจุดไหนที่ต้องพูดเป็นพิเศษครับ

เรียกว่าไม่แปลกใจเลยที่ทำไมโดนตัดจบที่ 3 เล่มอะนะ ในขณะที่ ขี้เถ้าฯ นั้นได้ไปต่อยาวๆ
ความน่าสนใจ : 2/5

11/4/60

Samayou Shinki no Duelist / ผู้พิทักษ์ตกอับกับยัยเทพธิดาหลงทาง

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 2 เล่มจบ
เรื่องย่อ : โลกถูกความว่างเปล่ากลืนกินจนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงดันเจี้ยนกับเมืองๆหนึ่ง สิ่งที่รอมนุษยชาติอยู่คือความรุ่งโรจน์หลังการต่อสู้ ความร่ำรวยเมื่อการผจญภัยเสร็จสิ้น หรือไม่ก็ความตาย

ยูคิ นักสำรวจได้เก็บเด็กสาวคนหนึ่งมาจาก "ประตูชัย" หรือ แมกนา พอร์ตา ดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความปรารถนา เสบียงอาหาร ชะตาชีวิต ตลอดจนปาฏิหาริย์ของผู้คนหลับใหลอยู่

"ที่นี่คือโซลิทูส เมืองของเรา จงต้อนรับการกลับมาของเจ้าหญิงแห่งทวยเทพเถิด"

ทีน่า เด็กสาวที่ถูกเก็บมาได้ และอ้างว่าตัวเองคือเทพธิดาผู้ปกปักษ์รักษาเมืองได้ขอความร่วมมือจากยูคิ เพื่อนำพลังที่สูญหายไปกลับคือมา

"ไม่มีสิ่งตอบแทนให้ ดังนั้นเราจะขอจ่ายด้วยตัวของเราเอง"

นี่คือนิยายแฟนตาซีผจญภัยในดันเจี้ยนพร้อมอาวุธครบมือในการ "ปกป้องโลก" ระหว่างนักสำรวจผู้หันหลังให้กับโชคชะตา และเทพธิดาที่ต่อสู้เต็มกำลังเพื่อให้ได้พลังแห่งปาฏิหาริย์กลับคืนมา
ความเห็นส่วนตัว : มีใครอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกบ้างครับ

มีใครอ่านเรื่องย่อแล้วรู้สึกว่าสัมผัสได้แต่ความตลาด แต่เนื้อหาดูไม่ค่อยรู้เรื่องบ้างครับ

อืมๆ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่คิดแบบนั้นครับ 555+

เรื่องนี้เป็นเรื่องแฟนตาซีแนวดันเจี้ยนที่กำลังนิยมอยู่ในตอนนี้ โดยใช้เวทีเป็นโลกที่ถูกความว่างเปล่ากลืนกิน เหลืออยู่แค่เมืองๆเดียวที่รอดมาได้ เพราะเทพธิดาทั้ง 5 ช่วยกันใช้พลังปกป้องเอาไว้ และใต้เมืองนั้นก็มีดันเจี้ยนอยู่ ว่ากันว่า หากไปถึงชั้นสุดท้ายของดันเจี้ยนได้ จะเจอประตูไปสู่โลกใหม่ ผู้คนทั้งหลายเลยพยายามช่วยเหลือ(?)กัน เพื่อไปให้ถึงประตูนั้น

ย่อหน้าข้างบนคงช่วยได้เยอะเลยสินะ อย่างน้อยๆก็ทำให้รู้เรื่องมากกว่าตรงเรื่องย่อละมั้ง แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า เรื่องย่อนั่น ผมเขียนตามปกหลังเป๊ะเลยนะครับ ถ้าจะโวย ไปโวยสำนักพิมพ์นะ

เอาล่ะ โครงเรื่องก็ตามนั้น คาแรคเตอร์ตัวละครและการเดินเรื่องก็ค่อนข้างเดิมๆ ยิ่งถ้าผู้อ่านคนไหนชั่วโมงบินสูงหน่อย คาแรคเตอร์ของพระเอกมันบอกใบ้อะไรๆไว้เยอะเลยนะ ยิ่งชื่อเรื่องมันก็สปอยอยู่แล้วด้วย (มันสปอยมาตั้งแต่ญี่ปุ่นแล้วล่ะ ถึงชื่อไทยมันจะแลดูซีรีย์เกาหลีไปหน่อย แต่ก็ยังคงความสปอยไว้ล่ะนะ 555+) คงเดาไคล์แม็กซ์ได้ไม่ยาก

หืม คาแรคเตอร์พระเอกเป็นยังไงน่ะเหรอ คือพระเอกเป็นนักสำรวจระดับ9 จากทั้งหมด 10 ระดับ (เก่งสุดคือระดับ1) แต่เขามีอาชีพเป็นพ่อค้า (และอาจารย์พิเศษคอยสอนเด็กที่อยากเป็นนักสำรวจ) ควบคู่ไปด้วย ใช้ชีวิตแบบพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ทำให้ดูเหมือนเป็นคนใจเย็น มองโลกตามความเป็นจริง จนดูเหมือนไม่ค่อยศรัทธาในโบสถ์และเหล่าเทพธิดาสักเท่าไหร่ ส่งผลให้มีเหล่าผู้ศรัทธาเหม็นหน้าอยู่เยอะ ยามสอนเด็กๆ ก็จะสอนแบบเน้นความเป็นจริง เน้นให้รักษาชีวิตตัวเอง มากกว่าสอนเรื่องความศรัทธา และเพราะว่าเป็นพ่อค้า หลายต่อหลายครั้งเลยเอาเรื่องผลได้ผลเสียมาคำนวน จนดูเหมือนเย็นชา ซึ่งคนที่จะเป็นแบบนี้ได้ อย่างน้อยๆชีวิตต้องผ่านอะไรมาเยอะเลยล่ะ ส่วนจะผ่านอะไรมานั้น หลายคนคงเดาได้อยู่แล้วล่ะ

ส่วนคาแรคเตอร์นางเอก ถ้าใช้คำตามในเรื่องก็คือตกลงมา แล้วพระเอกก็เก็บได้ ก็เลยเอามาเลี้ยง(?)ที่บ้าน เป็นสาวโลลิที่ป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นเทพธิดาผู้ปกป้องเมือง พร้อมวางท่าซะเต็มประดา คาแรคเตอร์แบบที่หลับตาก็เห็นภาพเลยใช่มั้ยล่ะ


นางรองเป็นตัวละครที่...ถ้าเอาตามบทบรรยายคือเป็นเด็กวัยรุ่นที่โตเกินวัย ทั้งส่วนสูงและขนาดหน้าอก (แต่ภาพประกอบวาดมาแลดูโลลิชอบกล) และเป็นตัวเดินเรื่องหลักในเล่มแรก เพราะนางมีความแค้นบางอย่างอยู่ และต้องการจะแก้แค้นด้วย

การเดินเรื่องก็ตามมาตรฐานแนวดันเจี้ยน หลังจากช่วงต้นแนะนำตัวละครกันพอหอมปากหอมคอ ก็หาเหตุให้ตัวเอกลงดันเจี้ยน (ในเรื่องนี้คือนางรองต้องการแก้แค้น แล้วดึงดันจะลงดันเจี้ยนชั้นลึกเกินความสามารถตัวเอง) แล้วตัวเอกก็ไปเจอบอสประจำเล่ม เข้าสู่ฉากโชว์เทพ ปลดปล่อยสกิลพระเอก เป็นอันจบเล่มแรก 555+

แต่เรื่องนี้มันจะแย่กว่าเรื่องอื่นนิดหน่อย ตรงที่ใช้เวทีสไตล์สร้างโลกใหม่ แต่ดันไม่อธิบายรายละเอียดของโลกที่ตัวเองใช้เท่าที่ควร (นิยายจะมีเวทีอยู่2แนวใหญ่ๆน่ะนะ คือใช้โลกเรา ในยุคปัจจุบันนี่แหละ กับโลกในจินตนาการของคนเขียน ซึ่งผมเรียกเอาเองว่าคนเขียนมันสร้างโลกใหม่) ทำให้อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ขนาดรายละเอียดหลักๆอย่างเทพธิดา และโบสถ์ ยังแทบไม่พูดถึงเลย อ่านๆไป ถึงจะรู้ว่า อ้าว ตกลงคืออย่างงี้เหรอ

ฉากในดันเจี้ยนที่ควรจะเป็นเมนหลักก็ไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่ แปปๆถึงชั้น10 แปปๆไปชั้น30 แปปๆชั้น60แล้ว ดันเจี้ยนมันมีกี่100ชั้นวะเนี่ย 555+ หรือแต่ละชั้นมันแคบฟ่ะ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงไปได้ขนาดนั้นเลยเรอะ

เสร็จแล้ว พอผ่านไคล์แม็กซ์ผ่านอะไรเสร็จ ตอนท้ายคนเขียนถึงจะเปิดโครงเรื่องที่แท้จริง ว่าจริงๆแล้วเรื่องราวจะเป็นยังไง (ซึ่งขอไม่สปอย) แต่สเกลค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ถ้าเขียนจริงๆคงได้หลายเล่มเลยล่ะ แต่ก็น้า สกิลในการเขียนน่าจะไม่สูงเท่าไหร่ เลยถูกตัดจบอยู่ที่เล่ม 2 นี่แหละครับ

ขอเดาเลยว่าโดนตัดจบ เพราะสเกลของเรื่องที่พูดถึงตอนท้ายเล่ม1ค่อนข้างใหญ่ มีตัวละครที่น่าจะเป็นลาสบอสโผล่มานิดนึง อารมณ์ว่าวางแผนอะไรกันไว้แล้ว แต่ดันออกเล่ม 2 มาเมื่อประมาณ4-5ปีก่อนแล้วหายต๋อมไปเลยอะน้า ไม่น่ารอดแล้วล่ะ

ด้วยประการละฉะนี้ เลยเป็นเรื่องที่ไม่อยากแนะนำสักเท่าไหร่เลยครับ
ความน่าสนใจ : 1/5

10/4/60

Goblin Slayer

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Fantasy Drama
จำนวนเล่ม : 3 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : "ชั้นไม่ช่วยโลก เพียงแค่จะฆ่าก็อบลินเท่านั้น"

ณ กิลด์ที่ชายแดนนั้น ว่ากันว่ามีตัวตนหายากที่มุ่งปราบก็อบลินเพียงอย่างเดียวจนได้เลื่อนขั้นมาถึงระดับเงินซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับสามได้

นักบวชหญิงซึ่งกลายเป็นนักผจญภัยและตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤตกับการเข้าปาร์ตี้ครั้งแรก ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือคือ ผู้ชายซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นก็อบลินสเลเยอร์ เขาปราบแต่ก็อบลินโดยไม่เลือกวิธีการและไม่เสียดายแรงงาน ทำให้นักบวชหญิง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของกิลด์ และสาวเลี้ยงวัวเพื่อนสมัยเด็กซึ่งเฝ้ารอคอยเขา ต้องถูกเขาทำให้วุ่นวายใจอยู่เสมอ

แล้วสาวน้อยเผ่าเอลฟ์ที่ได้ยินข่าวลือของเขาก็ปรากฎตัวขึ้นเพื่อขอร้อง...

ผลงานจากเว็บไซท์ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างล้นหลาม ในที่สุดก็ออกมากลายเป็นรูปเล่ม

ดาร์คแฟนตาซีซึ่งนำเสนอโดยคากิว คุโมะ x คันนะซึกิ โนโบรุ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : อ่านเรื่องย่อแล้วคงสงสัยสินะ ว่าทำไมเนื้อเรื่องที่แลดูใสๆแบบนี้ มันถึงเป็นดาร์คแฟนตาซี แต่ขอยืนยันว่ามันดาร์คจริงๆครับ เรื่องนี้ตัวละครมันออกผจญภัยจริง สนุกจริง เจ็บจริง ตายจริง และถูกข่มขืนจริง ดังนั้นจึงไม่มีความใสๆแน่นอน ตัวละครใสๆสายโลกสวยแบบที่เห็นกันจนชินตาในเรื่องอื่นๆ ถ้าปรากฎตัวในเรื่องนี้ แสดงว่ามันโดนปักเดทแฟล็กแล้วครับ 555+ ไม่เกิน20หน้า ถ้าเป็นตัวละครชายก็ตาย ตัวละครหญิงก็โดนข่มขืนแน่นวลลล

จุดเด่นของเรื่องที่แตกต่างจากเรื่องอื่น หลักๆจะมี 2 อย่าง อย่างแรกคือ ตัวละครในเรื่องไม่มีตัวไหนมีชื่อเลย ทำให้แทนตัวด้วยฉายา หรือชื่ออาชีพทั้งหมด เช่นพระเอก ถูกเรียกว่าก็อบลินสเลเยอร์ นางเอกเป็นนักบวช ก็เลยเรียกนักบวชหญิง นอกเหนือจากนั้นก็เป็น นักดาบชาย นักดาบหญิง จอมเวทชาย จอมเวทหญิง นักธนูเอลฟ์ หรือตัวละครสายชาวบ้านก็จะเป็น เจ้าหน้าที่ชาย เจ้าหน้าที่หญิง สาวเลี้ยงวัว บลาๆๆ ซึ่งมันก็สบายนะ สำหรับคนที่อ่านหลายเรื่อง หรือจำชื่อตัวละครไม่ค่อยได้เนี่ย 555+

อีกอย่างคือ เรื่องนี้ คนเขียนแทบจะไม่ค่อยเขียนเรื่องในมุมมองของพระเอกสักเท่าไหร่ อย่างบทแรกจะเป็นเรื่องในมุมมองของนักบวชหญิง บทที่2จะเป็นเรื่องในมุมมองของสาวเลี้ยงวัว อะไรแบบนี้ แตกต่างจากเรื่องอื่น ที่มักจะเขียนในมุมมองพระเอก สลับกับบทบรรยาย

การเดินเรื่องจะใช้ความสมจริงแบบที่ไม่มีความโลกสวยให้เห็น อารมณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นศัตรูที่ดูกระจอกกว่าตัวเองขนาดไหน หากประมาทก็ตายสถานเดียว ซึ่งในเล่มแรกจะเน้นการแนะนำตัวละครเป็นหลักอะนะ

แน่นอนว่าในเรื่องจะมีตัวละครโลกสวยที่เต็มไปด้วยความประมาทออกมาเป็นตัวประกอบให้เห็นอยู่บ้าง ว่าสุดท้ายแล้วตัวละครที่แลดูเหมือนจะเป็นตัวเอกในเรื่องแนวแฟนตาซีสายโลกสวย มันจบแบบไหนในเรื่องสายดาร์ค


และในการต่อสู้ที่มุ่งเอาชีวิตกัน ไม่มีใครมาเลือกวิธีกันหรอก ดังนั้นพระเอกมันเลยไม่มีสกิลพระเอกแบบเรื่องอื่น ความสามารถของพระเอกเกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา กับการฝึกฝนล้วนๆ รวมถึงกลยุทธ์ขี้โกงทั้งหลายด้วย เช่นการวางกับดัก หรือการเก็บทรายจากพื้นมาปาใส่หน้า (คือเรื่องมันสมจริงยันอาวุธอะ อย่างดาบ ถ้าใช้ฟันสิ่งมีชีวิต มันต้องฟันผ่านชั้นไขมัน ผ่านกระดูก ฟันได้ไม่กี่ทีก็ทื่อแล้ว ในเรื่องอื่นที่เห็นพระเอกมันใช้ดาบ แล้วฟันศัตรูได้รัวๆนั่นมันโม้นะ 555+)

นอกจากนั้น เรื่องราวจะถ่ายทอดให้เห็นในมุมของชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ด้วย ว่าได้รับความเดือดร้อนแค่ไหน หากนักผจญภัยมีแต่คนเก่งๆที่สนใจจะออกล่าเฉพาะกับมอนสเตอร์ระดับสูง แล้วปล่อยมอนสเตอร์กระจอกๆ (แต่ก็เก่งเกินไปสำหรับชาวบ้าน) เอาไว้

ทางด้านคาแรคเตอร์ก็คงไม่ต้องพูดอะไรมากมั้ง 555+ พระเอกก็พูดไปแล้ว เสริมนิดเดียวแค่ว่า เขาเป็นสายโซโล่ ที่มีนิสัยส่วนตัวคือพูดน้อยมาก แต่เป็นคนจริงใจนะ

ส่วนนางเอก ตอนแรกก็โลกสวยอยู่หรอก แต่หลังจากเกือบตายไปรอบนึง (ถ้าพระเอกไม่โผล่มาก็คงตายไปแล้ว และก่อนตายคงต้องเจอกับฉากที่ต้องมีการเซ็นเซอร์ด้วย) ก็เริ่มเข้าใจโลกมากขึ้น เลยมาอยู่รอบๆพระเอกเพื่อตั้งใจเรียนรู้เรื่องต่างๆอย่างเต็มที่

เรียกว่าเป็นสายแฟนตาซีที่ฉีกแนวออกจากเรื่องเดิมๆได้ค่อนข้างชัดเจนเลยทีเดียว เขียนออกมาได้น่าสนใจ (สำหรับคนที่รับเนืิ้อเรื่องสายดาร์คได้น่ะนะ) จนแอบคิดเหมือนกันว่า "เดี๋ยวนี้นักเขียนสมัครเล่นบนอินเตอร์เน็ต มันมีสกิลในการวางเรื่องราวสูงกว่าพวกมืออาชีพที่มีรางวัลพ่วงท้ายแล้วเหรอ" กันเลยทีเดียว
ความน่าสนใจ : 5/5

Sonna Sekai wa Kowashite Shimae -Qualidea Code- / โลกพรรค์นั้นทำลายมันไปซะเถอะ -ควอลิเดีย โด้ด-

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Action Comedy
จำนวนเล่ม : 2 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ในอนาคตอันใกล้ที่โลกล่มสลายลงเพราะการจู่โจมของ "อันโนน" —— 'ศัตรู' ของมนุษยชาติ สุซาคุ อิจิยะ นักเรียนสังกัดโรงเรียนในเมืองปราการริมอ่าวโตเกียว — เป็นคนที่รักในมนุษยชาติมากจนสุดโต่ง เขาบดขยี้หัวใจของสาวน้อยที่มาสารภาพรักจนเป็นผุยผง และทำลายจิตใจของเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่คิดสู้จนแหลกละเอียด เพื่อความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติ เดท? คู่รัก? เรื่องพวกนั้นมีความหมายอะไรในโลกนี้กันล่ะ?  ช่วยอธิบายทุกอย่างให้ฉันเข้าใจตามหลักเหตุผลที่สุซาคุที่เชื่อมั่นในความถูกต้องของตนไม่เคยเสื่อมคลายจะทำภารกิจตรวจสอบเด็กสาวปริศนาที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ได้หรือไม่ ... ?

"เธอรักในมนุษยชาตไหม?"
"รักค่ะ!"
"เธอทำได้ทุกอย่างงั้นเหรอ?"
"ทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ!"

เรื่องราวสุดวิตถารบทใหม่แห่งการพบกันของขยะที่มองโลกในแง่ดีกับนางฟ้าสายมาโซกำลังจะเปิดฉากขึ้น —— !

นี่คือสมรภูมิแนวหน้าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอินเลิฟคอเมดี้ของหนุ่มสาวคู่หุผู้สร้างสรรค์ 'องค์ชายจิตป่วนกับน้องเหมียวยิ้มยาก!' อย่ากะพริบตาเชียวล่ะ!
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีย์ Qualidea ครับ ดังนั้นนอกจากเรื่องนี้ ก็ยังมีเรื่องอื่นอีกแน่นอน (อารมณ์แบบซีรีย์ To Aru น่ะ) ซึ่งก็คาดว่าทุกเรื่องของซีรีย์นี้ น่าจะอยู่กับสนพ.นี้หมดนะครับ

แต่...ถึงจะแลดูขายดี ถึงได้มีปัญญาออกมาเป็นซีรีย์ก็เถอะ แต่ทำไมถึงอ่านแล้วรู้เรื่องยากจังหว่า (จะบอกว่าไม่รู้เรื่องก็เกรงใจ) เท่าที่พยายามทำความเข้าใจมาได้คือ

1. โลกถูกศัตรูจากไหนก็ไม่รู้รุกราน
2. ผู้ที่มีพลังต่อสู้กับศัตรูพวกนั้นได้คือเด็กที่มีพลังพิเศษ
3. พลังพิเศษของเด็กเหล่านั้นถูกเรียกว่า "โลก"
4. ผู้มีพลังพิเศษที่บินได้จะมีฐานะทางสังคมสูงกว่าผู้ที่บินไม่ได้
5. พวกที่ไร้ประโยชน์จะถูกคัดทิ้ง


แค่นั้นแหละ นอกนั้นการเดินเรื่อง รวมทั้งประเด็นของเรื่อง อ่านจนจบก็ยังไม่เข้าใจเลยอะ คือการเดินเรื่องมันใช้พระเอกที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเล่นมุกกับนางรอง(ที่บทเยอะกว่านางเอก) ไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่ค่อยเกริ่นที่มาที่ไป หรืออธิบายภูมิหลังของ โลก ของนิยายเรื่องนี้สักเท่าไหร่ อารมณ์เหมือนคนอ่านต้องเข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว (หรือเล่มนี้มันไม่ใช่ภาคแรกของซีรีย์)

(ย่อหน้านี้สปอย) เรียกว่าอ่านจนจบก็จับประเด็นของเรื่องได้แค่ว่า นางเอกยอมลำบาก พยายามช่วยเหลือเหล่าผู้ที่ถูกคัดทิ้งเพราะไม่มีประโยชน์ กับพระเอกที่เริ่มคิดว่า "สิ่งที่ทุกคนทำกันเหมือนเป็นเรื่องปกตินี้ มันถูกต้องรึเปล่า" แค่นั้นเองอะ

สรุปคือ อ่านไม่เข้าใจเลย ไม่เหมาะกับคนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้มาก่อนแน่ๆครับ สัมผัสมาจากประสบการณ์ตรงเลย 555 ว่าไม่รู้เรื่องสักนิดเดียว ไม่รู้เรื่องถึงขนาดว่าจะให้ชมหรือให้ติ ก็ยังไม่รู้จะเขียนถึงส่วนไหนเลยอะ
ความน่าสนใจ : 2/5

21/10/59

Flame Oukoku Koubouki / นายแบงค์คู่คิด กู้พิษเศรษฐกิจต่างมิติ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 5 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : "คุณคือ...ท่านผู้กล้าหรือเปล่าคะ"
"เปล่าครับ ผมเป็นพนักงานธนาคารธรรมดา"

มัทสึชิโระ โคตะ หลุดไปยังโลกต่างมิติขณะเดินทางไปทำงาน ทว่า ทั้งที่ถูกอัญเชิญไปในฐานะผู้กล้าแท้ๆ แต่ที่นั่นกลับไม่มีจอมปีศาจ จักรวรรดิชั่วร้ายเองก็อยู่ระหว่างปิดทำการ โคตะจึงถูกขับไล่ออกจากวังไปอยู่เมืองบ้านนอก

เมื่อคิดว่าจะได้เริ่มชีวิตอันสงบสุข เงื้อมมือปีศาจที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดก็บุกเข้าโจมตี

มันคือ "หนี้สาธารณะติดตัวแดง"

หากเป็นอย่างงี้ต่อไป การคลังสาธารณะก็จะล้มไม่เป็นท่า "พนักงานธนาคาร" อย่างโคตะจึงไม่อาจนิ่งเฉย

นี่คือเรื่องราวที่ตัวเอกผู้มีความสามารถในการโกงเป็นศูนย์ ลุกขึ้นต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าจอมปีศาจ ด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ

มาเป็นพยานรู้เห็นประวัติศาสตร์ด้วยกันเถอะ
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องนี้มีความสดใหม่นะเออ รู้สึกเล่ม5ที่ญี่ปุ่นเพิ่งวางแผงเมื่อเดือนที่แล้วเองมั้ง ซึ่งเรื่องราวโดยคร่าวๆก็เป็นอย่างในปกหลังครับ(ส่วนเรื่องย่อที่อยู่ข้างบน) ก็คือเป็นเรื่องของพนักงานธนาคารที่ถูกอัญเชิญไปต่างโลกที่แสนสงบสุข ถ้าไม่นับเรื่องที่เศรษฐกิจของโลกต่างมิตินั้นกำลังไม่ดีน่ะนะ เจ้าพระเอกหนุ่มก็เราก็เลยเข้าช่วยเหลือนั่นเอง

โดนคอนเซ้ปก็คงคล้ายๆ Maoyu หรือที่คนไทยส่วนใหญ่น่าจะเรียกว่าจอมมารเศรษฐศาสตร์นั่นแหละครับ (บังเอิญว่าเรื่องนี้ค่อนข้างดัง ก็เลยตัดสินใจไม่รีวิว ดังนั้นจึงไม่มี link แปะให้เหมือนทุกทีนะครับ) เพียงแต่จะแตกต่างกันนิดหน่อยตรงที่เรื่องนี้จะเน้นความเป็นทุนนิยมมากกว่า ประกอบกับพระเอกจะมองไปที่การพัฒนาเมืองเป็นหลัก อารมณ์แบบว่า หากเสียสละคนส่วนน้อยแล้วประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้ มันก็จะทำ อะไรประมาณนั้น

ยกตัวอย่างเช่น ใน Maoyu นั้น หากชาวบ้านทำการเกษตรได้รับความเดือดร้อนเรื่องดิน จอมมารก้อนเนื้อไร้ประโยชน์ก็จะพยายามหาวิธีแก้ปัญหาดิน

แต่ในเรื่องนี้ หากดินตรงที่เสียที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนนั้น เป็นที่ดินทำเลดี หากเอาไปใช้ทำอย่างอื่นนอกจากการเกษตร พระเอกมันจะกดดันให้ชาวบ้านแก้ปัญหา ด้วยการเอาเงินเข้ามาจับ อารมณ์ว่า ถ้าดินมันเสียก็ย้ายที่ซะสิ...ขายที่ซะ แล้วซื้อที่ใหม่...ที่ใหม่สวยกว่านะ...เงินไม่พอเหรอ...กู้เงินมั้ย...เซ็นสัญญากู้ตรงนี้...เอาบ้านพร้อมที่ดินมาจำนองโล้ด...ถึงกำหนดไม่จ่ายเหรอ...ยึดเลย (อืมมม สมเป็นพนักงานธนาคารจริงๆ ทำยอดเก่งมาก) เสร็จแล้วพระเอกก็เอาที่ดินตรงนั้นไปสร้างสิ่งที่สามารถพัฒนาเมืองได้

เรียกได้ว่าคาแรคเตอร์ของพระเอกในเรื่องจะค่อนข้างขัดกับที่ผู้เขียนบรรยายไว้ในตอนแรก เพราะเขาบรรยายไว้ในลักษณะว่าเป็นคนมีความสามารถ แต่ชอบประเมินตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง อ่อนน้อมถ่อมตน และซื่อสัตย์ แต่พอเดินเรื่องไปแล้ว เรื่องความสามารถน่ะไม่เถียงหรอก ที่ชอบประเมินตัวเองต่ำไปนั่นก็ไม่รู้ว่าพูดไปงั้นๆรึเปล่า เพราะโดยปกติแล้ว คนที่ประเมินตัวเองต่ำ จะไม่ค่อยกล้าพอที่จะลุกขึ้นมาเป็นพ่องานสักเท่าไหร่ ยิ่งกับงานที่มีความยากสูงแล้วด้วย

ไหนจะเรื่องที่ว่าอ่อนน้อมถ่อมตนอีก หากอ่านๆไปจะรู้สึกว่าพระเอกเป็นพวกที่มีแนวคิดแบบสัจนิยมพอสมควร มองอะไรตามความเป็นจริง สามารถตัดความรู้สึกส่วนตัวออกจากงานได้ในระดับนึง ทำให้ไม่ค่อยมีความอ่อนน้อมเลย

ด้านความซื่อสัตย์เอง จริงอยู่ว่าในทางธุรกิจแล้ว การพูดความจริงไม่หมด หรือการทำให้อีกฝั่งเข้าใจผิดแล้วตัวเองก็อาศัยเรื่องนั้นโกยผลประโยชน์เข้าตัว มันไม่ผิด แต่ในด้านศีลธรรมแล้ว จะบอกว่าคนแบบนี้เป็นคนซื่อสัตย์มันก็พูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่หรอกนะ

อืมมม ก็ไม่รู้ว่าคนเขียนมันลืมบุคลิคที่ตัวเองวางไว้ หรือว่าเพราะตัวละครมันมีการพัฒนาไปในระหว่างที่เขียนกันนะ แต่มันจะเร็วเกินไปหน่อยมั้ยฟ่ะ แค่ไม่กี่หน้าเองนะเฟ้ย (นักเขียนบางส่วนชอบพูดว่า ตัวละครสามารถเติบโตได้เหมือนกับคน พอเดินเรืื่องไป ลักษณะนิสัยของตัวละครจะเริ่มแตกต่างไปจากที่วางไว้ในตอนแรก)


เรื่องการดำเนินเรื่องนั้น คนเขียนจัดว่าค่อนข้างใจเย็นทีเดียว เน้นเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด ทำให้เนื้อเรื่องในเล่มแรก ยังคงเป็นการโชว์สกิลของพระเอก ไปพร้อมๆกับแนะนำตัวละครหลักๆตัวอื่นๆ ปัญหาในเรื่องที่พระเอกจะต้องแก้ ยังคงเป็นปัญหาทั่วๆไป

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว คาดว่าคนเขียนเอาคอนเซ้ปในส่วนนี้มาจากบริษัทที่ล้มละลายแล้ว และมาเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ โดยพระเอกทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญยังไงยังงั้นเลย เพราะถ้าเทียบกับแล้ว เมืองที่มีหนี้ล้น จนเจ้าเมืองต้องใช้วิธีกู้หนี้ใหม่มาโป๊ะหนี้เก่า (วิธีนี้ผิดมาก เด็กยังรู้เลย) ก็เทียบได้กับสภาพที่ใกล้ล้มละลายเต็มทีนั่นแหละนะ ปัญหาส่วนใหญ่ของบริษัทในลักษณะนี้ก็เลยจะเป็นที่ เจ้าของกิจการที่แก้ปัญหาผิด ไม่ก็ทำตัวเป็นเตี้ยอุ้มค่อม รวมไปถึงพนักงานในบริษัทที่ไม่ได้คุณภาพนั่นแหละ พอค่อยๆแก้ปัญหาไปทีล่ะจุด มองเมืองให้เป็นบริษัท มองปัญหาในแต่ละด้าน ให้เป็นปัญหาในแต่ละแผนก มันก็ไหลไปได้

แม้จะขัดใจนิดหน่อยตรงที่ มันมีพนักงานธนาคารกินเงินเดือนธรรมดาๆที่ไหนมีความรู้รอบด้านขนาดนี้ฟ่ะ 555+

โดยสรุปแล้วก็อย่างที่บอกครับ เล่มแรกคือการเกริ่นนำ ยังไม่มีตัวละครที่ประสงค์ร้าย และมีความสามารถพอฟัดพอเหวี่ยงโผล่มาสร้างปัญหาให้กับพระเอกของเราสักเท่าไหร่ ประกอบกับวิธีการของพระเอก ถ้าพอมีความรู้ด้านนี้ก็จะเห็นช่องโหว่อยู่นะ คิดว่าคนเขียนคงเก็บไว้เล่นทีหลังล่ะมั้ง

ส่วนจุดติ หากให้ติจริงจังก็ยังไม่มีสักเท่าไหร่ นอกจากสไตล์การเขียนบทบรรยาย (ในช่วงแรก) คนเขียนแกจะชอบบรรยายแบบนึงไปก่อน แล้วหักด้วยคำว่า "ซะเมื่อไหร่" หรืออะไรคล้ายๆแบบนั้น ทำให้หากตั้งหลักไม่ดี ไม่เตรียมใจที่จะเจอการบรรยายแบบกลับไปกลับมา อาจจะอ่านแล้วงงได้ตั้งแต่หน้าแรก โชคยังดี ที่คนเขียนแกทำ(บ้าอะไรฟ่ะ)แบบนั้นเฉพาะช่วงต้นเรื่อง ไม่งั้นคงทนอ่านไม่ไหวแน่ๆ

อ้อ ขอเตือนไว้ก่อน ด้านเนื้อเรื่องนั้น นอกจากเศรษฐศาสตร์แล้ว ยังมีเนื้อหาของการเมือง การทูต บริหารธุรกิจ แล้วก็บัญชีเข้ามาด้วย ซ้ำยังลงรายละเอียดพอสมควรเลย แม้ว่าคนเขียนจะพยายามจับคู่พระเอกกับตัวละครตัวอื่น แล้วให้ตัวละครตัวนั้นมีหน้าที่ถาม เพื่อให้พระเอกอธิบายให้คนอ่านเข้าใจไปด้วยก็เถอะ แต่ถึงอย่างงั้นเนื้อหาก็ยังจัดว่าหนักอยู่ดี ดังนั้นโดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่ากลุ่มคนอ่านที่คนเขียนเล็งเอาไว้น่าจะเป็นระดับเด็กมหาลัยไปจนถึงวันทำงาน มากกว่าจะเป็นเด็กประถม-มัธยม น่ะนะครับ นอกจากนั้นยังน่าจะต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องพวกนี้อยู่บ้างด้วย ใครที่ตัดสินใจจะอ่าน ก็ลองชั่งใจดูให้ดีนะ ไม่งั้นจะพาลเบื่อเอาได้เลย ยิ่งเล่มมันหนา ราคาก็เลยสูงด้วยสิ
ความน่าสนใจ : 5/5

20/10/59

Onna Kishi-san, Jusco Ikouyo / คุณวัลคิรีคะ ไปจัสโก้กันเถอะ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Comedy
จำนวนเล่ม : 4 เล่มจบ
เรื่องย่อ : ณ ชนบทพื้นๆแห่งหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่ง เซตะ รินอิจิโร่ เด็กม.ปลาย ได้เจอกับเจ้าหญิงโปรีรีฟาและอัศวินหญิงคลาวเซร่ากำลังล้มหมดสติอยู่ที่ทุ่งนาในตอนกลางคืน ทั้งสองคนบอกว่าพวกตนหนีมาจากโลกอื่นในสภาพที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด แล้วเรื่องราวเหลือเชื่ออลหม่านก็เริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้น

แต่คิดไม่ถึงเลยว่า...

"อันที่จริง มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในเมืองนี้นะ"
"ว่าไงนะ!"

เรื่องราวคอมเมดี้ในชีวิตประจำวันฉบับอัศวินสาวในเมืองชนบทกำลังจะเริ่มขึ้นอย่างไม่มีอะไรเป็นพิเศษและสบายอารมณ์

"เมื่อกี้ที่เธอแต่งชุดเจ้าสาว สวยดีนะ"
"พะ...พะ...พะ...พูดอะไรน่ะ ฆ่าฉันซะเลยสิ"
ความเห็นส่วนตัว : มันคือโฆษณาในฉบับนิยายครับ คนที่ซื้อมาก็ขอแสดงความยินดีด้วย คุณซื้อโฆษณาของจัสโก้มาแล้ว(ฮา)

ใครไม่รู้จัก ลองใส่คำว่า "ห้าง jusco" ลงใน google ดูก็ได้ ปัจจุบันเป็นของอิออนมั้ง

ก็น่าเสียดายนะ เพราะเรื่องนี้เปิดตัวเป็นนิยายแนวหลุดไปต่างโลกแบบรีเวิร์สซะด้วย แถมยังเกริ่นเรื่องของโลกเดิมไว้พอสมควรเลยอีกต่างหาก ถ้าเอาดีทางแฟนตาซีน่าจะมีลุ้นเลย ดันมาเลือกเดินสายคอเมดี้ซะได้

สุดท้ายช่วงเกริ่นนำอันแสนจะแฟนตาซีนั่นก็เลยไร้ค่าไปเลย เพราะพอ 2 สาวจากต่างโลกมานั่งอยู่ในบ้านของพระเอกที่แสนจะบ้านนอกแล้ว มันก็เอาแต่ยิงมุก ตบมุกกันไปตามสไตล์คอเมดี้สมัยนี้ แต่น่าเศร้าที่มุกมันไม่ค่อยจะเวิร์คเท่าที่ควร ส่วนนึงเป็นเพราะระดับสติปัญญาของตัวละครในเนื้อเรื่องค่อนข้างต่ำ บวกกับเป็นมุกเก่าๆที่เห็นกันมาตลอดหลายสิบปีนี้ ถูกขุดขึ้นมาใช้วนไปล่ะมั้ง

และก็แน่นอนว่าเพราะเป็นคอเมดี้เกรดล่าง ความเป็นเหตุเป็นผลของเรื่องราวก็เลยไม่ค่อยมีด้วยนะ อ่านแล้วก็อย่าคิดเยอะล่ะ


ทางด้านตัวละครก็มาตามสูตรมาตรฐานของแนวคอเมดี้ ยัยเจ้าหญิงตัวน้อยจากต่างโลกเป็นตัวปล่อยมุก ทำอะไรไม่ค่อยฟังใครเท่าไหร่ มีความเกรียนเต็มขั้น และเป็นโอตาคุ อ้อ แล้วเธอเป็นคนเดียวที่บางครั้งจะพูดจาในทำนองเหมือน รู้ว่าตัวเองเป็นตัวละครในเรื่องแต่ง แต่ยังไม่ถึงขนาดเดทพูลนะ (หืม ทำไมต่างโลกถึงรู้จักญี่ปุ่น?? โถถถ มุกเก่าแบบนี้ยังต้องให้อธิบายอีกเหรอ งั้นคุณก็ไม่เหมาะกับเรื่องนี้แล้วล่ะ)

ฝ่ายพระเอกก็แน่นอนว่าเป็นตัวตบมุก พ่วงด้วยสกิลแบบพระเอกเลิฟคอมทั่วไป คือการไม่รู้ตัวว่ามีสาวชอบตัวเองอยู่ ทั้งๆที่สาวเจ้าเธอแสดงออกซะจนคนอื่นรู้หมดหมู่บ้านแล้ว

ส่วนตัวละครตัวรองๆตัวอื่นๆ มีหลายตัวที่ถ้าพูดแล้วจะสปอยมุกในเรื่องมากเกินไป แค่ตัวตนของมันก็เป็นการสปอยแล้ว ดังนั้นขอข้ามนะ

หืม แล้วมันเกี่ยวข้องกับห้างจัสโก้ยังไงน่ะเหรอ เฉพาะส่วนนี้จะให้สปอยมั้ยล่ะ โอเคนะ สปอยล่ะนะ

คือเรื่องนี้กำหนดเวทีไว้ว่าเป็นบ้านนอกมากๆ 3G 4G เข้าไม่ถึง กระทั่งทีวียังดูได้แค่บางช่อง เพราะบ้านนอกซะจนไม่มีสัญญาณ + ตัวเจ้าหญิงที่มาจากต่างโลกดันเป็นโอตาคุเต็มขั้นเลยใช่มะ การเอาโอตาคุไปปล่อยไว้ในที่ๆดูอนิเมะไม่ได้ เล่นเน็ตไม่ได้ มันจะเป็นยังไงล่ะ เข้าใจสินะ ก็นั่นแหละครับ แล้วพอเธอได้ยินว่าที่เมืองข้างๆมีห้างจัสโก้อยู่ด้วย ก็เลยพยายามดั้นด้นไป

และเมื่อยัยเจ้าหญิงเห็นความอลังการของห้าง ก็ติดอกติดใจ...อ้อ ช่วงนี้ ในเรื่องจะพยายามโฆษณาห้างจัสโก้แบบจัดเต็มมาก บอกละเอียดขนาดว่า แต่ละชั้นมีร้านอะไรบ้าง พวกแบรนด์ดังๆ(ที่คงจ่ายค่าโฆษณาให้) จะอธิบายเป็นพิเศษ แน่นอนว่าไม่มีการเซ็นเซอร์ชื่อ

หลังจากนั้น พอเจ้าหญิงรู้ว่า จัสโก้มีแผนจะมาตั้งสาขาที่เมืองของตัวเอง ที่มีแต่ทุ่งนาและกลิ่นโคลนสาบควาย เธอก็ดี้ด้าเป็นพิเศษ แต่พวกชาวบ้านกลับไม่มีใครเห็นว่าเป็นเรื่องดีเลย ก็เลยต่อต้านการก่อสร้างจนจัสโก้ยอมถอยไป ฝ่ายเจ้าหญิงก็เดือดสิ เลยพยายามยุยงคนนู่นคนนี้ เพื่อให้จัสโก้มาสร้างสาขาให้ได้

เรื่องมันก็แบบนี้แหละ

อืมมม จะว่าไป การโฆษณาของมันจะนับว่าประสบความสำเร็จก็ได้ละมั้ง อย่างน้อยๆผมก็จำชื่อห้างมันได้จริงๆนั่นแหละ 555+ แม่งย้ำจังเลย
ความน่าสนใจ : 1/5

Sate, Game Gerdo wo Kouryaku Shiyouka / ปาร์ตี้บิกินี่พิชิตต่างโลก

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 7 เล่มจบ
เรื่องย่อ : ขณะที่ ชิโดะ โยชิยะ ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์วัยมัธยมปลายกำลังเล่นเกมกับน้องสาวตามปกติ จู่ๆ เขาก็ถูกพัดพาไปอีกโลกหนึ่ง นอกจากตัวเขาซึ่งตกอยู่ในอาการสับสนแล้ว ยูบิซากะ อันนะ นักเรียนสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาก็มาที่โลกนี้เช่นเดียวกัน

เพื่อออกจากโลกซึ่งถูกเรียกว่าเกมกัลด์แห่งนี้กลับไปสู่โลกเดิมให้ได้ ทั้งสองต้องร่วมมือกันพิชิต ‘เควสท์’ ซึ่งยังไม่มีผู้ใดเคลียร์ได้มากว่า 100 ปี!!

ทว่า โยชิยะกลับไม่รู้เรื่องวิชาดาบและเวทมนตร์เลยสักนิด เพื่อก้าวข้ามสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ เขาจึงต้องจัดตั้งปาร์ตี้กับสาวสวยผู้มีความสามารถพิเศษเฉพาะทางแต่ไม่มีใครอยากจับกลุ่มด้วยเหล่านี้ โยชิยะต้องไปกินข้าวกับพวกเธอ ไปซื้อของด้วยกัน แถมยังจะถูกไล่ตามอีก…สุดท้ายแล้วเขาจะได้กลับบ้านจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย!?

เรื่องราวเลิฟคอมเมดี้กับการใช้ชีวิตประจำวันในต่างโลกของนักเรียนมัธยมปลาย และเหล่าสาวสวยผู้มีความสามารถสุดโกงได้เปิดม่านขึ้นแล้ว!
ความเห็นส่วนตัว : ชื่อเรื่องนี้ ตรง Game Gerdo ตกลงมันสะกดยังไงหว่า บางที่บอก Game Gardo บางที่บอก Game Grado แต่ของไทยใช้ Game Gerdo

ช่างมันเนอะ ก็เอาเป็นว่า มันก็คือ Game Guard นั่นแหละครับ

เป็นแนวหลุดไปต่างโลก และโลกที่หลุดไปมีลักษณะเหมือนเกมอีกแล้วครับ เพียงแต่โลกต่างมิติคราวนี้จะแตกต่างจากทั่วไปนิดหน่อย

ทุกคนรู้จักเกมแนวบริหารร้าน หรือเกมแนวสร้างเมืองในมือถือกันสินะครับ ที่พื้นที่ร้าน(หรือพื้นที่เมือง) ตอนเริ่มเกมจะมีขนาดเล็ก เช่นสมมุติว่าขนาด 6x6 ช่อง แล้วพอผ่านเงื่อนไขต่างๆ เช่นเลเวลอัพ หรือมีเงินถึงกำหนด หรือผ่านเควสที่กำหนด บลาๆๆ ก็จะสามารถขยายพื้นที่ได้ทีละนิด เป็น 6x7 ช่อง 7x7 ช่อง กระดื้บๆไป นั่นแหละครับ คอนเซ็ปของโลกต่างมิติของเรื่องนี้ โดยมีเงื่อนไขการขยายพื้นที่เป็นการผ่านเควสที่กำหนด

แต่แล้ว เมื่อขยายพื้นที่ไปจนถึงจุดๆหนึ่ง เควสต่อไปกลับไม่มีใครสามารถผ่านได้ พวกเขาก็เลยต้องอัญเชิญผู้กล้าจากต่างโลกให้มาช่วยทำเควสให้หน่อย ซึ่งก็คือคู่พระนางของเรานั่นเอง แต่แน่นอนว่าจู่ๆโดนบังคับให้ช่วยกันแบบมัดมือชกแบบนี้ คนที่ยอมช่วยคงมีน้อย ฝั่งโลกต่างมิติก็เลยเอาข้อมูลมายั่ว (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า) ว่า ถ้าอยากจะกลับโลกเดิม ต้องขยายพื้นที่ของโลกนี้ไปให้ถึงหอคอยที่อยู่ไกลลิบๆนั่น ชั้นบนสุดของหอคอยจะสามารถกลับโลกเดิมได้

เอิ่ม ขามา มีเวทอัญเชิญไปลากตัวตรูมา แต่ขากลับ ดันไม่มีวิธีอื่นส่งกลับให้ซะงั้น ถ้าข้อมูลนี้เป็นความจริง ไอ้โลกต่างมิติใบนี้มันเห็นแก่ตัวจังว้อย

เนื่องจากนางเอกได้ขึ้นปกไปแล้ว เลยเอารูปนางรองทั้ง 2 มาให้ดูบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ คู่พระนางไม่มีทางเลือกอื่น เพราะข้อมูลอย่างอื่นนอกจากนี้ก็ไม่มี เลยต้องพยายามทำเควสกันไป

เอาล่ะ พล็อตเรื่องผ่านไป ต่อไปคือคาแรคเตอร์ ในเรื่องนี้ พระเอกจะเป็นหนุ่มสาย Int อีกแล้ว ที่มีเซ้นส์ในการเล่นเกมสูงมาก และเมื่อโลกต่างมิติใบนี้มีคอนเซ้ปเหมือนกับเกม อะไรๆก็เลยแลดูจะเข้าทางหมอนี่ซะหมด แต่นอกจากเรื่องเกมแล้ว อย่างอื่นห่วย อย่าว่าแต่ฝีมือการต่อสู้ หรือเวทมนต์เลย แม้แต่ความสามารถในการหุงหาอาหารอันเป็นพื้นฐานของการเอาชีวิตรอดก็ยังไม่มี

แถมยังมีออฟชั่นเสริมคือพระเอกจะเป็นคนโชคไม่ดี ค่า luck น้อยนิด แต่สงสัยคนเขียนจะไม่ค่อยเข้าใจคำว่าโชคมากพอ เพราะส่วนขยายของคำว่าโชคไม่ดี กลับไม่ค่อยเกี่ยวกับโชคสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเดินตกท่อ ทำของหาย บลาๆๆ ส่วนมากมันเป็นเพราะตัวเองขาดความระมัดระวังไม่ใช่เรอะ แต่ถึงอย่างงั้นพระเอกมันก็ยังโทษว่าเป็นเพราะโชคของตัวเอง แถมตัวละครตัวอื่นๆก็ดันไม่มีใครแย้งในจุดนี้เลยด้วย ทำให้กลายเป็นว่า บุคลิคของพระเอกจะค่อนข้างเหมือน loser ในโลกจริง แต่บังเอิญไปอยู่ในโลกที่เหมือนเกมก็เลยดูดีขึ้นมา ประมาณนั้น

ส่วนนางเอกเป็นนักเรียนดีเด่น ที่ความสามารถสูงลิบ ทั้งพลังกายและความรู้ ไหนจะความเป็นแม่ศรีเรือนอีก เป็นตัวละครที่มีออลสเตตัสสูงลิ่ว กิริยามารยาทก็เรียบร้อย...........เอ่อ นางเอกนิสัยเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี กับเรื่องแนวแฟนตาซีเนี่ยนะ นักอ่านเลเวลสูงคงสัมผัสได้สินะ อืมๆ แต่เราจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้

กลุ่มประธานฯ ที่มีบทบาทพอควรในเล่ม1 แต่ดันไม่มีแม้แต่รูปประกอบ
ตัวละครรองๆลงมา (แน่นอนว่าหญิงล้วนตามสไตล์นิยายเกรดประมาณนี้) ก็จะเป็นตัวละครที่มีสเตตัสบางอย่างสูง แต่อย่างอื่นแทบไม่มี ถ้าให้พูดจาภาษา RO ก็คือ มีไนท์หญิง 1 หน่อ ที่อัพ STR มาจนทะลุ 99 ไปไกลลิบ แต่อย่างอื่นกลับคาไว้ที่ 1

กับวิหญิงอีก 1 หน่อ ที่นอกจาก INT ล้นทะลักจนโคตรโกง แต่อย่างอื่นกลับไม่สนใจเลย กระทั่ง DEX ก็ยังไม่มี

ประมาณนั้นแหละ

ทางด้านการเดินเรื่องก็ยังคงเป็นแบบมาตรฐานครับ คือช่วงต้นจะเป็นฉากโชว์เทพของพระเอก ถัดมาก็เป็นเลิฟคอม กับการที่พระเอกได้อยู่ใต้ชายคาเดียวกับสาวๆ มีฉากเซอร์วิสให้บ้างอะไรบ้าง (แต่เรื่องนี้มันแทบจะเซอร์วิสตลอดเวลาอยู่แล้ว ฉากเซอร์วิสเลยดูกากไปเลย 555+) ปิดท้ายด้วยการต่อสู้ที่จริงๆครั้งแรก ก็เป็นอันจบเล่มแรกไป

ซึ่งเรื่องนี้ บังเอิญว่าเป็นแนวทำเควส ไม่ได้บู้แบบผู้กล้าปราบจอมมาร ช่วงโชว์เทพก็เลยเป็นการเคลียร์เควสธรรมดาๆที่คนอื่นทำกันไม่ได้สักเล็กน้อย ส่วนการต่อสู้ช่วงท้ายเล่ม ก็เปลี่ยนเป็นการเคลียร์เควสที่ยากๆแทน แค่นั้นแหละครับ

สรุปว่าเป็นแนวต่างโลกระดับกลางๆ ที่ถ้ามีจุดให้ติแบบเห็นได้ชัดก็คือ การออกแบบเครื่องแต่งกายของตัวละครเนี่ยแหละ ทำไมต้องเป็นบิกินี่อาร์เมอร์ ถึงจะแถๆไปว่า ใช้โลหะเวทมนต์ชนิดพิเศษ ทำให้แม้จะใส่เกราะที่น้อยชิ้นระดับชุดชั้นใน ก็มีพลังป้องกันสูงเพียงพอก็เถอะ แต่มันดูออกนะเฟ้ย ว่าพวกเอ็งจงใจใช้นมใช้ตูดมาหลอกกลุ่มลูกค้าที่ยังเป็นเด็กเห่อ...เอ่อ โทษๆ คำไม่สุภาพ แต่ก็นั่นแหละ ทำให้รู้สึกขัดใจตรงนี้เป็นหลักเลย จริงๆตัวละครหญิงในชุดฟูลเพลทอาร์เมอร์มันเซ็กซี่กว่าชัดๆ ไอ้พวกไม่เข้าใจเสน่ห์ของนักรบหญิงเอ้ยยยย (ขอเหวี่ยงแบบเด็กเกรียนเล็กน้อย 555+)
ความน่าสนใจ : 3/5

19/10/59

Zettai Naru Isolator / ไอโซเลเตอร์ ศึกพลังเหนือโลก

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 3 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : เดือนสิงหาคม ปี 2019

มีสิ่งมีชีวิตอินทรีย์จากนอกโลกจำนวนมากที่มนุษญชาติได้ติดต่อด้วยเป็นครั้งแรก ตกลงมายังเมืองหลายๆแห่งบนโลก หลังจากนั้นวัตถุทรงกลมที่ถูกเรียกว่า "เธิร์ดอาย" ก็ได้มอบ "พลัง" ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ให้กับเหล่าคนที่ได้สัมผัสมัน

บางคนได้ "ความเร็ว" ที่เหนือกว่าเสียง
บางคนได้ "ดาบ" ที่ตัดได้แม้แต่เหล็กกล้า
และบางคนก็ได้ "ฟัน" ที่กัดทุกอย่างขาด

เด็กหนุ่มวัย 17 ปี อุตสึงิ มิโนรุ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียว และพลังที่เขาได้มาก็คือ "ความโดดเดี่ยว"

แต่ "พลัง" ซึ่งทำให้ความโดดเดี่ยวอย่างสมบูรณ์เป็นจริงนั้น กลับพามิโนรุเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ที่เขาไม่ต้องการเลยสักนิด

เขาใช้ชีวิตอยู่กับพี่สาวบุญธรรมที่แม้จะธรรมดา แต่ก็สงบสุข ในตอนที่เวลานั้นถูกทำลาย มิโนรุก็ได้ตื่นขึ้นในฐานะ "ไอโซเลเตอร์" สมบูรณ์แบบ
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องนี้คนเขียนคนเดียวกับ SAO และ AW นั่นแหละครับ ดังนั้นความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราว การดำเนินเรื่อง และการกระทำของตัวละครหลักเลยอยู่ในระดับดีอยู่แล้วอย่างที่รู้ๆกัน เพียงแต่พล็อตของเรื่องในครั้งนี้ กลับไม่ได้น่าสนใจเหมือนอย่าง 2 เรื่องแรกของเขา

พล็อตของเรื่องนี้คือ เอเลี่ยนจากอวกาศ ลงมายังโลก แล้วมอบพลังให้กับสิ่งๆหนึ่ง เพื่อต่อสู้กันแทนตน ฝั่งหนึ่งคือออโตบอท...ไม่ใช่สิ ฝั่งนึงคือลูกแก้วสีดำ อีกฝั่งคือลูกแก้วสีแดง โดยฝั่งสีแดงเป็นฝ่ายร้ายน่ะนะ ในเนื้อเรื่องจะบรรยายว่า มนุษย์ที่ได้รับพลังจากลูกแก้วสีแดง จะถูกมันครอบงำจิตใจด้วย ทำให้ออกล่ามนุษย์อื่น

(ย่อหน้านี้สปอย) แน่นอนว่า นักอ่านเลเวลสูงๆ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้จะเกิดความรู้สึกว่า แล้วฝั่งสีดำล่ะ มันไม่ได้ครอบงำจิตใจเหมือนกันเหรอ ซึ่งถ้าเป็น LN ระดับล่าง คนเขียนคงไม่ได้พูดถึงหรอก แต่บังเอิญเรื่องนี้มันไม่ใช่ระดับนั้นละนะ คนเขียนจะมีฉากที่กล่าวถึงความลังเลของพระเอกอยู่เหมือนกัน ว่าตกลง การกระทำของตัวเอง เป็นการกระทำที่มาจากความตั้งใจของตัวเองรึเปล่า รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆมากมาย ที่จะไม่ขอลงรายละเอียดมาก


ทางด้านตัวละครต่างๆ ผู้เขียนจะใช้วิธีให้ตัวละครดำเนินชีวิตประจำวันไป แล้วมีเหตุการณ์ต่างๆเข้ามา ให้ตัวละครได้เลือกตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจต่างๆนั้น จะทำให้ผู้อ่านรับรู้ได้เองว่าตัวละครตัวนั้นๆมีลักษณะนิสัยอย่างไร แทนที่จะบรรยายนิสัยตัวละครออกมาในบทบรรยายสั้นๆย่อหน้าเดียวจบ แล้วผ่านไป ทำให้ตัวเล่มค่อนข้างหนา (ช่วงเกริ่นต่างๆ ปาไป 1/3 ของเล่มแล้วอะ) แต่มันก็จะมีข้อดีคือ ตัวผู้อ่าน จะอินกับตัวละครได้ดีกว่า ยิ่งถ้าชีวิตประจำวันของตัวละครตัวนั้นๆ ค่อนข้างธรรมดาสามัญด้วยก็จะยิ่งง่ายขึ้นไปอีกน่ะนะ ทำให้ผมตัดสินใจที่จะไม่บรรยายคาแรคเตอร์ของตัวละครนะครับ ให้อ่านแล้วพิจารณากันเองดีกว่า ว่าตกลงแล้ว เป็นยังไง

แต่ก็อย่างที่เห็น ว่ายังไงเรื่องราวมันก็หนีไม่พ้นการต่อสู้ของผู้มีพลังพิเศษ ที่สำหรับยุคนี้ สมัยนี้ พล็อตแนวนี้มันไม่ได้ถือว่าแปลกใหม่อะไรเลย และที่สำคัญ เรื่องนี้ยังไม่มีจุดไหนที่สร้างอิมแพ็คได้ แล้วทำให้รู้สึกแตกต่างไปจากนิยายเรื่องอื่น สุดท้ายแล้วคงบอกได้แค่ว่า แม้สกิลของคนเขียนจะสูง แต่ถ้าพล็อตเรื่องมันไม่ได้อลังการสักเท่าไหร่ การดำเนินเรื่ิองไปสู่ไคล์แม็กซ์ยังไม่มีพลังมากพอ มันก็คงยกระดับนิยายให้ไปสู่ขั้นที่ต้องบอกว่า "ไม่ควรพลาด" ได้ยาก

ยิ่งกับคนเขียนคนนี้ ที่มีความสามารถในการยืดเรื่องได้น่ากลัวมาก จนพาให้สงสัยว่าตกลงนายวางสตอรี่บอร์ดไว้แล้วจริงๆใช่มั้ย(ฮา) แถมนิยายทั้งหมดของเขายังไม่มีเรื่องไหนเขียนไปจนจบด้วย มันก็ยิ่งไม่กล้าแนะนำเข้าไปใหญ่
ความน่าสนใจ : 3/5

17/10/59

Valkyrie Works / ภารกิจใหม่ของยัยวัลคิโหลย

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Action Comedy
จำนวนเล่ม : 4 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ถ้าอย่างนั้นก็.....มาจูบกันมั้ยครับ"

"เดี๋ยวนี้เลยเหรอคะ!?"
เฟลซุสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"คุณเฟลโกะเอาชนะไอ้เจ้าตัวใหญ่ๆนั่นด้วยตัวเองได้เหรอครับ"
"เรื่องนั้นเอ่อ...ชนะได้อยู่แล้วค่ะ"
"จริงเหรอ"
"อาจจะ"
"จริงเหรอ"
"..."

ที่ที่ริคิหลงทางอยู่ข้างในคือโลกที่สูญเสียสีสัน ที่นั่นมีสาวน้อยผู้ห่อหุ้มร่างกายด้วยสีสันอยู่คนหนึ่ง ชื่อของเธอคือเฟลซุส "วัลคีรี่" สาวน้อยแห่งสงคราม

การพบกับเธอทำให้คืนวันอันสงบสุขของริคิพังทลายลง และได้สัมผัสกับความเป็นจริงของโลกใบนี้ที่ไม่มีใครล่วงรู้

และ

การรวมร่างกันครั้งแรก....

เรื่องราวแอคชั่น x คอเมดี้ของเด็กหนุ่มกับวัลคิรี่เสียของเปิดฉากขึ้นแล้ว!!!
ความเห็นส่วนตัว : จริงๆเรื่องนี้ ชื่อเรื่องมัน ตรงคำว่า Valkyrie เขียนด้วยตัว V นี่หว่า ทำไมดูปกของไทย ดันใช้ตัว W เอาเถอะ ช่างมัน

เรื่องนี้เป็นผลงานของคนเขียนเนียลโกะครับ นางเอกคราวนี้ก็เลยชื่อเฟลโกะ แถมยังเป็นแนวเทพนิยายเหมือนกันด้วย แต่เปลี่ยนจากตำนานคุธูลู มาเป็นตำนานเทพที่แสนจะโด่งดังอย่างนอร์สบ้าง................อะไรนะ ไม่รู้จักเรอะ ธอร์ไง โลกิไง โอเคนะ รู้จักแล้วใช่มั้ย

ว่าแต่ คนเขียนคนนี้ จริงๆเขียนเรื่องอื่นนอกจากเนียลโกะกับเฟลโกะด้วยนะ เพียงแต่คิดว่า ถ้ายกตัวอย่างเนียลโกะน่าจะง่ายที่สุด เพราะมันก็ลอกกันมา เอ่อ...ไม่ใช่สิ คนเขียนคนเดียวกัน จะบอกว่าลอกตัวเองก็ไม่น่าใช่ ต้องใช้คำว่าอะไรหว่า...นึกไม่ออก ช่างเถอะ 555+

สรุปว่าเรื่องนี้ก็แนวนั้นละครับ พระเอกมีความสามารถในการปรับตัวสูง ตามมาตรฐานของเรื่องแนวนี้ แล้วก็เลยเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ของวัลคิรี่สาวสวย กับเหล่าปีศาจ แต่บังเอิญวัลคิรี่นางนี้ เป็นวัลคิรี่ไม่ได้เรื่อง ที่สเตตัสทุกอย่างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แม้แต่ความสามารถในการดำรงชีวิตก็ไม่มี ในขณะที่เหล่าปีศาจในเรื่องนั้น เดิมทีเป็นพลังของเหล่าเทพเจ้าที่ถูกผนึกเอาไว้ในหินรูน แต่หินรูนนั้นดันตกลงมายังโลกมนุษย์ กลายเป็นปีศาจออกอาละวาด (จริงๆต้องบอกว่าตกลงมายังญี่ปุ่นนะ 555+ มันมารวมกันอยู่ที่ประเทศนั้นประเทศเดียว) วัลคิรี่อย่างนางเอกก็เลยต้องมาเก็บคืนไป

ส่วนนางเอก นอกจากที่พูดไปแล้วนั้น เธอยังใสซื่อเกินคาด จนสงสัยว่ามีสามัญสำนึกรึเปล่าเลยทีเดียว เพราะเธอยอมอาบน้ำกับผู้ชายที่เจอหน้าไม่กี่ครั้ง ยอมนอนห้องเดียวกัน แถมถึงจะทำท่าเขินอายแต่ก็ยอมให้จูบด้วย นี่ตกลงใสซื่อไร้เดียงสาเวอร์ๆ หรือว่าร่านแอ๊บใสหว่า อืมมม น่าจะอย่างแรกละมั้ง ถ้าเป็นอย่างหลังมันก็แอ๊บเนียนเกินไปหน่อย

การดำเนินเรื่องนั้นก็ค่อนข้างธรรมดา เป็นเรื่องที่พล็อตธรรมดา และเดินเรื่องแบบธรรมดาจนน่าตกใจ ก็แค่ส่งมุก ตบมุกตามสไตล์เลิฟคอมไปเรื่อยๆ จะว่าภูมิคุ้มกันเกี่ยวกับเรื่องราวทำนองนี้ของผมสูงมาก จนไม่รู้สึกอะไรก็ไม่น่าจะใช่ เพราะมันเต็มไปด้วยความธรรมดาจริงๆนะ เปิดเรื่องแบบจู่ๆพระเอกก็หลงเข้าไปในพื้นที่ปิด แล้วก็เจอปีศาจตัวใหญ่อาละวาดอยู่ข้างใน ต่อจากนั้นนางเอกที่ไม่ใช่สาวผมแดงถือคาตานะที่มีไฟลุก และก็ไม่ใช่พระเจ้า H ก็โผล่มา บลาๆๆ หลังจากนั้น แม้จะเกิดเรื่องอะไรที่น่าจะขัดกับสามัญสำนึก ก็จะหาอะไรมาแถๆไป จนเรื่องราวเข้าทางพระเอกตลอดตามมาตรฐานของนิยายสมัยนี้

จุดเซอร์ไพร์สก็ไม่มี ไคล์แม็กซ์แม่งก็ดันสปอยไว้ที่ปกหลังเรียบร้อยแล้วอีกต่างหาก เลยไม่รู้จะให้ตื่นตาตื่นใจกับอะไร เป็นเรื่องที่ไม่มีทั้งความประทับใจ ทั้งความผิดหวังเลย ถ้าจับผลัดจับผลูได้ทำเป็นอนิเมะ ก็คงจะเป็นอนิเมะขายตัวละครทั่วไป ที่ถ้าไม่ยัดฉากเซอร์วิสเข้ามาเยอะๆก็คงจะขายไม่ได้ล่ะมั้ง ธรรมดาประมาณนั้นเลยล่ะ ไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยที่ถูกตัดจบ
ความน่าสนใจ : 2/5

Machigai Eiyuu no Isekai Shoukan / ปีศาจผู้กล้า พลิกชะตาคว้าใจเธอ

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Fantasy Comedy
จำนวนเล่ม : Unknown
เรื่องย่อ : ฮานางาตะ ทาคุมะ นั้นแข็งแกร่งที่สุด และก็เพราะว่าแข็งแกร่งจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว สิ่งที่ค้ำจุนจิตใจของเขาไว้คือ ซากุระจัง เด็กสาวที่เขารักเพียงข้างเดียว นับรวมแล้วเขาคิดจะสารภาพรักับเธอถึง 124 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง


แล้วเขาก็ได้รู้ ด้วยกฎของโลกนี้กำหนดให้ทาคุมะกับซากุระจัง "ไม่อาจผูกพันกันได้อย่างเด็ดขาด"..."ถ้าอย่างนั้นก็ต่อยเทพเจ้าให้กระเด็นแล้วเปลี่ยนโลกใบนี้ซะก็พอไม่ใช่เหรอ?"



เมื่อประเมินความแข็งแกร่งของเขาแล้ว นักรบหญิงพิลิก้าจึงประกาศว่าจะเรียกตัวเขามายังวัลฮัลล่าในฐานะ "ผู้กล้า" ทาคุมะจึงออกเดินทางไปพร้อมกับเธอ


จะใช้พลังแห่งรักเอาชนะโชคชะตาและเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ได้ ทั้งหมดก็เพื่อซากุระจังที่รัก!!!
ความเห็นส่วนตัว : ถ้าให้พูดสั้นๆ เรื่องราวจะคล้ายๆแก๊งเด็กเกรียนต่างโลก3หน่อนั่นแหละครับ แต่จะเป็นเวอร์ชั่นดาวน์เกรด

พระเอกมีพลังสไตล์อิซาย้วย คือออลสเตตัสสูงปรี้ดแบบเป็นปริศนา แต่ย้วย Int เหนือกว่าลิบลับ หรือไอ้หมอนี่มันน้อยเองหว่า ทางด้านนิสัยก็คล้ายๆกัน คือมีเป้าหมายของตัวเอง และพยายามทำเต็มที่เพื่อเป้าหมายนั้น แตกต่างกันนิดหน่อยก็ตรงผู้เขียนเรื่องนี้แจกบทสไตล์เลิฟคอมให้มากกว่า แล้วเลิฟคอมสมัยนี้มันก็รู้ๆกันอยู่อะนะ ส่งผลให้ย้วยดูดีกว่าซะอย่างงั้น

ทางด้านนางเอกของเรื่องนั้นค่อนข้างแตกต่าง จะให้ใช้คาแรคเตอร์แบบคุณหนู หรือโยโย่ก็ไม่ได้ ส่วนนึงคงเพราะคนเขียนมันเน้นเลิฟคอมดึงดูดลูกค้าเด็กๆ วัยกำลังอยากรู้อยากเห็นด้วยมั้ง ก็เลยมีฉากแจกเซอร์วิสโดยไร้สาระค่อนข้างเยอะ น่าสงสารเธอเหมือนกัน

ส่วนตัวฮา คราวนี้จะไม่ใช่กระต่ายดำจากดวงจันทร์ แต่เป็นแม่นกพิราบปัญญานิ่มแทน 555+ บทเหมือนกันเป๊ะ คือเป็นคนชักชวนเหล่าตัวเอกให้มาที่สวนกล่อง เอ๊ย วัลฮาลา แล้วเข้าต่อสู้เพื่อทวงชื่อกับตราธง...เอ่อ ไม่ใช่สิ แต่โดยรวมก็เพื่อยกระดับฐานะของกิลกลับมา โดยคนที่ถูกชักชวนโดยนางฟ้า(มั้ง แต่ดูเหมือนนกพิราบมากกว่านะ โดยเฉพาะระดับของสติปัญญา) คนเดียวกัน จะต้องอยู่ทีมเดียวกัน แน่นอน เหตุผลที่บอกว่าปัญญานิ่ม ก็เพราะเธอเป็นแบบนั้นจริงๆครับ คาแรคเตอร์ที่ดูน่าเป็นห่วงว่าน็อตในหัวหายไปรึเปล่า ในโลก2Dจะค่อนข้างได้รับความนิยม และเธอก็เป็นแบบนั้นแหละ อธิบายแบบนี้น่าจะเห็นภาพเนอะ ทำให้หน้าที่เรียกเสียงฮา(?)ของเธอ จะมาจากตัวเธอเองโดยตรง ไม่ได้มีคาแรคเตอร์น่าแกล้งแบบกระต่ายดำแต่อย่างใด

รวมๆแล้วคาแรคเตอร์ตัวหลักๆก็จะค่อนข้างดูดาวน์เกรดลงมาพอสมควรอย่างที่เห็น โครงเรื่อง เท่าที่พูดไปบ้างแล้วก็คงพอนึกออกเนอะ ลดสเกลลงมาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

ส่วนความสัมพันธ์กับชื่อเรื่องก็คือ ในเรื่องนี้ ผู้ที่ถูกเชิญเข้ามายังสวนกล่อง...เอ่อ วัลฮาลานั่นแหละ (มันพิมพ์ยากอะ เอาเป็นว่าหลังจากนี้จะเรียกว่าสวนกล่องละกันนะ มันเหมือนกันเป๊ะเลย) จะต้องเป็นผู้กล้าเท่านั้น แต่ถึงอย่างงั้น พวกผู้กล้าจอมปลอมอย่างพวกตัวเอกก็มีหลุดเข้ามาได้บ้างเหมือนกัน ก็เลยเป็นธีมที่ผู้เขียนจะใช้ในเล่มแรก

ส่วนพวกรายละเอียดปลีกย่อยก็แทบจะโคลนกันมา อย่างกิ้ฟการ์ด ซึ่งเรื่องนี้รู้สึกจะใช้ชื่อว่าเจเนซิสการ์ดละมั้ง ที่เปลี่ยนแค่ชื่อนะ ความสามารถก็แนวเดียวกัน หรือการต่อสู้ที่มาในทำนองเกมการแข่งขัน แต่ไม่มีแจกกิอัสโรลอะไรขนาดนั้น

นอกจากนั้น รายละเอียดปลีกย่อยที่เห็นแล้วขัดใจที่สุดคือการแถของคนเขียนละมั้ง เหมือนยังทำการบ้านมาไม่พอ นึกเหตุผลอะไรไม่ออกก็ดริฟเอาสดๆเลย เช่น อาหารญี่ปุ่น อาหารพื้นบ้านด้วยนะ เขาให้เหตุผลว่าเป็นอาหารจากประเทศเกาะเล็กๆของโลกของพระเอก ไม่มีทางที่จะมีคนรู้จัก สรุปก็คือบรรยายอย่างดิบดีว่า ญี่ปุ่นไม่เป็นที่รู้จักในโลกนี้ แต่พอเป็นออนเซ็น ทะลึ่งบอกว่าเพราะเป็นโลกที่รวบรวมวัฒนธรรมทั้งหมดเอาไว้ซะงั้น แถมตัวเรียวกังดันตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นจ๋าเลยอีกต่างหาก คนเขียนแม่งดริฟชิบเป้งเลยเนอะ

การเดินเรื่องนำไปสู่ไคล์แม็กซ์ของเล่มก็ดีไม่พอ คือตอนต้นเรื่องดันไปเปิดตัว ตัวละครประเภทเทพที่สุดในสวนกล่อง เหนือข้าไม่มีใคร ทำนองนั้น มาจำนวนหนึ่ง เรียกว่าแกรนด์ ซาริโอ้ แต่เล่มแรกเล่มเดียว ไอ้แกรนด์ๆอะไรนั่น โดนพระเอกสอยไปแล้วมากกว่า 1 ซะงั้น แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นตัวที่เก่งที่สุดด้วย...เอ่อ คุณมึงจะรีบเดินเรื่องไปไหนครับ คนอ่านยังไม่ทันจะอินกับเรื่องราวเลย จริงๆยืดเนื้อเรื่องเอาไอ้แกรนด์ๆคนแรกที่แพ้ ไปไว้ท้ายเล่ม1 ยังได้เลยนา เพราะฉากโชว์เทพของพระเอก มันก็โชว์ไปแล้วก่อนหน้านั้นด้วย ไม่จำเป็นต้องเอาไอ้พวกนี้มาแพ้ซ้ำอีกครั้งให้พระเอกโชว์เทพใหม่เลย พอตัวละครที่โม้ว่าเทพมากๆ แพ้ง่ายๆติดต่อกัน ความสนุกมันลดลงนะเฟ้ย หนักกว่านั้นคือไอ้ตัวที่คนเขียนโม้ไว้ว่าเก่งที่สุดในโลก ดันให้แพ้พระเอกใน 5 นาทีอีก

ก็...นั่นแหละครับ รวมๆแล้วเป็นแก๊งเด็กเกรียนเวอร์ชั่นดาวน์เกรดอย่างที่บอกไปแล้ว โคลนมาซะเยอะเลย แถมยังไม่มีจุดไหนทาบติดอีกต่างหาก แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว อาจจะถูกใจนะ เหมือนมีเรื่องแนวที่ชอบงอกมาอีกหนึ่ง อะไรประมาณนั้น(มั้ง)
ความน่าสนใจ : 2/5

19/9/59

Angel Festa! / แองเจิล เฟสต้า นางฟ้าไอดอล

สำนักพิมพ์ : Dexpress
แนวเรื่อง : Comedy, School Life
จำนวนเล่ม : 3 เล่มจบ
เรื่องย่อ : นี่คือเรื่องราวของเหล่าเด็กสาว กับเส้นทางสู่ “แองเจิลปาร์ตี้” เวทีประชันไอดอลแสนเร่าร้อน!

“ซากุระงิ ริคุ” อดีตทหารรับจ้างหนุ่มผู้ไม่เคยได้ข้องเกี่ยวกับชีวิตในประเทศสงบสุข ทักษะติดตัวมีเพียงวางแผนออกรบและการฝึกฝนร่างกายสุดโหดที่ห่างไกลจากความเป็นไอดอล เขาจับพลัดจับผลูกลายเป็นโค้ชประจำ "ภาควิชาฝึกหัดไอดอล" ของโรงเรียนสตรีเซย์กะได!? แถมยังต้องรับมือกับ "มินาเสะ มินาโมะ" เด็กสาวผู้มีพรสวรรค์แต่กลับไม่ยอมเปิดใจกับแองเจิ้ลปาร์ตี้

เหตุผลที่แท้จริงของมินาโมะคืออะไร... แล้วเรื่องราวของ "เขา" และ "พวกเธอ" จะลงเอยเช่นไร ความพยายามครั้งใหม่ของเหล่าไอดอลเบิกม่านขึ้นแล้ว!
ความเห็นส่วนตัว : ถ้าหาก IM@S (Idol Master) รวมกับ LL (Love Live) จะเป็นยังไงน้า ช่วงที่ LL ออกซิงเกิ้ลที่2 ผมเคยคิดแบบนั้นจริงๆนะ แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่มีคนสนใจ LL สักเท่าไหร่ก็เถอะ

ใช่แล้วครับ นิยายเรื่องนี้ก็คือการรวมกันของ 2 เรื่องที่ว่าข้างบนน่ะแหละ โดยโครงเรื่องก็มีอยู่ว่า ในช่วงเวลาหลังจากสคูลไอดอลเป็นที่นิยมแล้ว โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเล ก็(เคย)มีสคูลไอดอลอยู่ล่ะ แต่พักหลังมานี้ ไม่รู้เพราะปัญหาการเกิด หรือเพราะปัญหาด้านอื่น(ในเรื่องน่าจะบอกนะ แต่ผมลืมไปแล้ว 555+) ทำให้แผนกสคูลไอดอลของโรงเรียนไม่มีคนนิยม จนใกล้จะเจ๊ง สาวๆที่เหลืออยู่นี้คือฟางเส้นสุดท้าย พวกเธอต้องเข้าร่วมการแข่งขันเลิฟไลฟ์ แล้วคว้ารางวัลมาให้ได้...แม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้ใช้คำว่าเลิฟไลฟ์ก็เถอะนะ

ในเมื่อวางเป้าหมายไว้สูงขนาดนี้ การจะปล่อยให้นักเรียนต้องงมกันเอง ฝึกกันเองแบบแก๊ง LL ก็กระไรอยู่ โรงเรียนก็เลยจ้างโปรดิวเซอร์ซังมาช่วยอีกแรงนึง แม้ว่าในเรื่องจะใช้คำว่าโค้ชก็เถอะนะ

พระเอกของเรา อายุ17(ถ้าจำไม่ผิด) โปรดิวเซอร์ซังประจำเรื่อง จะต้องจีบสาวๆสคูลไอดอล...เอ๊ย จะต้องพยายามฝึกฝนสาวๆสคูลไอดอล เพื่อให้ทันลงแข่งเลิฟไลฟ์ให้ได้

เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละ ในเล่มแรก น่าจะไปจบแถวๆตอน3ของเลิฟไลฟ์ละมั้ง (ฮา) ก็คือรวบรวมสาวๆมาได้ 3 หน่อ แล้วก็ขึ้นแสดงครั้งแรกในหอประชุมของโรงเรียน 555+ ส่วนการเดินเรื่องจะใช้คอเมดี้ โต้ตอบกันของสาวๆและโปรดิวเซอร์ซัง เล่นมุกตบมุกกันไปบ้างอะไรบ้าง

ทางด้านคาแรคเตอร์นั้น พระเอกไม่มีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ ในเรื่องย่อพูดไปแล้ว ส่วนสาวๆนั้น ในเล่มแรกจะเป็นสาว 3 ตัวหลักก่อน ตรงจุดนี้นับว่าคนเขียนทำดีทีเดียว ขีดจำกัดของคนส่วนใหญ่เวลาอ่านนิยายแล้วจดจำตัวละครได้จะอยู่ที่ 3-4 คนนี่แหละ การเปิดตัวตัวละครมากเกินกว่านี้ นอกจากจะทำให้แจกบทยาก คนอ่านจะจำยากไปด้วย นอกจากนั้น จำนวน 3 คนก็พอเหมาะสำหรับไอดอลกรุ๊ป กลุ่มเล็กๆพอดี

ยัยนางเอก เป็นเซ็นเตอร์และหัวหน้าวง ตามปกติแล้ว นางเอกของเรื่องสายไอดอลมักจะเป็นพวกไฮเปอร์นิดๆ ทำอะไรแบบไม่ค่อยคิดเท่าไหร่ ดับเครื่องชนเป็นหลัก แต่ก็มีเสน่ห์สูง ในแง่ของการดึงดูดผู้คนให้มารวมกัน เป็นศูนย์รวมจิตใจของเพื่อนๆในวงได้ อะไรประมาณนั้น ซึ่งเรืองนี้ก็มาแนวเดียวกัน เพียงแต่ว่า คนเขียนเพิ่มดราม่าของเธอเข้ามาด้วย คือปกติแล้วเรื่องอื่นยัยนางเอกจะเป็นคนอยากแจ้งเกิดสุดๆ เลยรวบรวมเพื่อนๆเข้าด้วยกันเป็นวง แต่เรื่องนี้ นางเอกจะเคยมีแผลใจกับไอดอลมาก่อน ทำให้แม้จะมีพรสวรรค์สำหรับการเป็นไอดอล แต่เธอกลับไม่ยอมขึ้นเวทีซะนี่ เดือดร้อนให้โปรดิวเซอร์ซังต้องมาช่วยรักษาแผลใจ(ฮา) แล้วเคี่ยวเข็นเธอให้มีใจขึ้นมาให้ได้

2สาวเพื่อนสนิทของนางเอก และเป็นเพื่อนในวงด้วย ก็จะมาตามคอนเซ็ปครับ เมื่อนางเอกเป็นพวกทำอะไรไม่ค่อยคิด เพื่อนๆของเธอก็เลยจะมีคนนึงที่เป็นคนคอยวีน ในขณะที่อีกคนจะคอยโอ๋ อันนี้ก็ไม่มีอะไรผิดอิมเมจสักเท่าไหร่ ดราม่าของทั้งคู่ค่อนข้างน้อย จนเรียกว่าไม่มีก็ได้ หลักๆของเล่มแรกจะไปอยู่ที่ดราม่าของนางเอกมากกว่า

ส่วนสาวๆคนอื่นจะยังไม่มีบทเท่าที่ควรครับ นอกจากยัยโลลิที่โผล่มาให้กำลังใจพระเอก กับยัยเอริ...ไม่ใช่สิ คุณประธานนักเรียนที่ ออกมาโวยวายวงไอดอลตามสูตร เหมือนปักธงแล้วยังไงชอบกล ว่าถ้าประธานนักเรียนมาวีนใส่วงสคูลไอดอลแล้วล่ะก็ เวลาผ่านไป เธอจะกลายเป็นสมาชิกวง 555+

รวมๆแล้ว ถ้าทำเป็นดราม่าซีดี หรืออนิเมะล่ะก็ น่าจะโอเคเลยล่ะครับ ยิ่งช่วงนี้กระแสไอดอลมาแรง คงพอแย่งพื้นที่ตลาดได้ แต่พอเป็นนิยายแล้ว มันมีข้อเสียรุนแรงอยู่นี่สิ นั่นก็คือ นิยายมันไม่มีเสียง ไม่มีภาพ ให้คนอ่านรับรู้ถึงความโมเอะได้โดยง่าย ดังนั้นถ้าคนเขียนถ่ายทอดความโมเอะของสคูลไอดอลผ่านตัวหนังสือไม่ได้ ทุกอย่างก็จบครับ ยิ่งกับฉากร้องเพลง (นิยายแปลด้วยสิ) แค่เนื้อเพลง(ที่แปลเป็นไทยแล้ว) แปะมา มันสัมผัสถึงความเป็นไอดอลได้ยากอยู่นะ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เรื่องนี้ 3 เล่มจบรึเปล่าก็ไม่รู้สิ
ความน่าสนใจ : 4/5

18/9/59

Dowl Masters

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Action Sci-Fi
จำนวนเล่ม : 4 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : [ดอล] นั่นคือชื่อย่อของ [ไททานิคดอล] อาวุธขับเคลื่อนรูปทรงมนุษย์ที่ขยาย [กำลังนึกคิด] ของคนขับให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังต่อสู้ออกมา

ดอลมาสเตอร์มือใหม่อย่างซาโอโตเมะ อาโออิ ที่สังกัดหน่วยประจำเมืองเล็กๆบนโลก [ออตอน] พร้อมกับพี่สาวอาคาริต้องเข้าปะทะกับกองกำลังโยโกฮาม่าโพลิส

ช่วงวินาทีที่กำลังจะถูกการโจมตีของศัตรู พลังพิเศษในตัวของอาโออิก็ตื่นขึ้นทำให้เขากลายเป็น [เอ็กเซอร์]

ด้วยเหตุนี้อาโออิจึงถูกย้ายไปประจำหน่วยดอลที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง [โซเฟีย] แทน จึงต้งมุ่งหน้าขึ้นสู่อวกาศ

ที่นั่นเองโชคชะตาก็ได้นำพาเขาไปพบกับเรย์เนะ ดอลมาสเตอร์ผู้แข็งแกร่งที่สุดซึ่งเป็นผู้ขับขี่ [มิสตี้มูน]...

การต่อสู้ของเหล่าหนุ่มสาวโดยมี [โลก] เป็นเดิมพันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องนี้คนเขียนเดียวกับจอมเวทซิสค่อนที่วางแผงที่ญี่ปุ่นมา 20 กว่าเล่มแล้วครับ

เปิดเล่มมา ด้านหน้าจะมีคำอธิบายศัพท์(ที่คนเขียนบัญญัติขึ้นมาเอง)เยอะแยะมากมาย คล้ายๆกับเขาย้ายบทบรรยายจากในเล่มมาไว้ตรงคำอธิบายข้างหน้าแทน แน่นอนว่าผมไม่อ่านครับ เอาไว้ทีหลัง ลองอ่านเรื่องราวดูก่อนเลย ว่าคนเขียนจะสามารถเขียนให้คนอ่านเข้าใจได้รึเปล่า โดยที่ไม่ต้องไปนั่งเปิดหาคำนิยายศัพท์ทั้งหลายที่เขาแต่งขึ้นมา เพราะเราซื้อนิยายมาอ่านอะนะ ไม่ได้อยากอ่านหนังสือเรียน ถ้าต้องอ่านไปเปิดคำอธิบายไป เปิดวิกิไป มันก็ไม่ใช่แล้ว

และนั่น ก็ทำให้รู้สึกว่า จากผลงานชิ้นนี้ ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวของนาย ดีขึ้นใช่มั้ยเนี่ย 555+ เหมือนเรื่องนี้อ่านแล้วเข้าใจง่าย โดยไม่เยิ่นเย้อเท่าจอมเวทซิสค่อนแฮะ

ในส่วนของเรื่องราวนั้น เปิดเรื่องไม่ค่อยตลาดเท่าไหร่ครับ เวทีของเรื่องค่อนข้างกว้างใหญ่ แต่สาระของเล่มแรกก็ตามในเรื่องย่อข้างบนน่ะแหละ เป็นเรื่องแนวๆกันดั้ม สงครามอวกาศ อะไรประมาณนี้ ซึ่งถ้าให้เล่า สปอยต่อจากเรื่องย่อ มันก็ค่อนข้างตามสูตรมาตรฐานอยู่นะ คือเล่มแรกเป็นเล่มแนะนำตัวละคร ให้คนจำได้ แล้วก็มีศัตรูโผล่มาให้พระเอกได้โชว์เทพช่วงท้ายเล่มเล็กน้อย เป็นอันจบ

และถ้าให้พูด คาแรคเตอร์พระเอกทำให้ผมไม่ค่อยชอบเรื่องนี้เลยล่ะ พระเอกเป็นซิสค่อนติดพี่สาว วันๆไม่ค่อยทำอะไรเท่าไหร่(เหมือนคนเขียนแจกบทไม่ดี ไม่ค่อยบรรยายในส่วนนี้ เดาเลยว่า หลังจากมาเข้าโรงเรียนสอนขับหุ่นแล้ว มันต้องตั้งฮาเร็มแหงๆ เพราะชีวิตแลดูว่าง) แล้ววันดีคืนดี จู่ๆพลังพิเศษในตัวก็ลืมตาตื่นระหว่างการขับหุ่นสู้ ทำให้หุ่นกากๆรุ่นผลิตจำนวนมาก สามารถพลิกเกมกลับมาจากการต่อสู้กับหุ่นที่เป็นเครื่องเฉพาะตัวได้

หลังจากนั้นก็เหมือนบุญหล่นทับ นอกจากจะมีพรสวรรค์ที่ฟ้าบันดาลแล้ว พระเอกก็ได้เข้ากองทัพ ถูกส่งไป(หาเมีย)ที่โรงเรียนสอนขับหุ่น ได้หุ่นที่เป็นเครื่องเฉพาะตัว ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีรุ่นล่าสุด ทำให้เทพขึ้นไปอีก

อืมมมม พระเอกสายนี้ไม่ค่อยชอบเลยแฮะ ชอบไอ้ฝั่งตัวร้ายมากกว่าอะ เพราะตัวร้ายเป็นคนธรรมดา พลังและความสามารถในการขับหุ่นอยู่ในระดับธรรมดา ชีวิตประจำวันของเขาส่วนมากจะเป็นการฝึกซ้อม ขัดเกลาฝีมือ ดูแล้วมันน่าเอาใจช่วยมากกว่าไอ้พระเอกอีกนะเนี่ย 555+

ตัวละครตัวอื่นๆก็อ่านแล้วรู้สึกเหมือนแจกบทไม่ดีเช่นกัน อย่างตัวละครหญิงรุ่นพี่ ที่ถูกวางไว้ว่าเป็นตัวที่นางเอกมักจะทำเย็นชาใส่ เนื่องจากมีนิสัย yuri ชอบลวนลาม แต่ทั้งๆที่กำหนดบุคลิคกันไว้แบบนั้น แต่ยัยรุ่นพี่ก็ไม่เห็นจะทำแบบนั้นเลยนะ กำหนดเองแล้วลืมเองรึเปล่าเนี่ย

นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ครับ เป็นฉากแอคชั่นของหุ่นยนต์ซะเยอะ ทั้งการสู้กันบนพื้น และการสู้กันกลางอวกาศ มีกองกำลังนู่นนี่นั่น ทั้งฝ่ายสภา ฝ่ายต่อต้าน มีหุ่นสีแดงแต่ความแรงจะ 3 เท่ารึเปล่าต้องดู มีท่านคิระ (ชื่อนี้จริงๆนะ) บลาๆๆ

รวมๆแล้วก็เป็นเรื่องที่สายเรียลโรบอตน่าจะอ่านได้อยู่ครับ ไม่ได้ถึงกับแย่อะไร ไม่แนะนำแค่เฉพาะกับคนที่ไม่ชอบแนวไซไฟเท่านั้นแหละ นิยายไซไฟกับอนิเมะไซไฟฟิลลิ่งมันต่างกันอยู่นะ ใครที่ชั่วโมงบินน้อยอยู่ก็ตัดสินใจดีๆละกันนิ
ความน่าสนใจ : 3/5

13/9/59

Nanase Kourei Gakuen no Akuma / โรงเรียนเจ็ดดาราพิชิตมาร

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 6 เล่มจบ
เรื่องย่อ : “หยุดไม่ได้! ช่วยด้วย พี่ชาย!”

“เซกกะ!”

ผม ฮานามุระเกตโตะและเซกกะน้องสาวฝาแฝดเรียนอยู่โรงเรียนอัญเชิญวิญญาณเจ็ดดาวเหนือเพื่อฝึกฝนการเป็น [ผู้เชิญวิญญาณ] เพื่อจัดการกับปีศาจร้าย และระหว่างการทดสอบการอัญเชิญวิญญาณเพื่อแบ่งห้องเรียนก็เกิดความอลหม่านขึ้น สิ่งที่ออกมาจากจัตุรัสกลก็คือ...

“ข้าไม่ใช่แมว! แต่เป็นปีศาจ!”

แมวดำตาสีทอง!?

พวกผมดันอัญเชิญปีศาจออกมาซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนในชั้นการต่อสู้หรือชั้นกำลังสนับสนุนตามที่ต้องการ แถมยังต้องไปอยู่ในห้อง X ห้องเรียน [แบบอื่น]!?

นิยายแนวเลิฟแอคชั่นของพี่น้องสวีทหวานเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ความเห็นส่วนตัว : เห็นจั๋วหัวมาแนวนางเอกเป็นน้องสาวแบบนี้ ทำเอาผมมีอคตินิดๆเลยนะเนี่ย ยิ่งกับ LN ส่วนใหญ่ในสมัยนี้ที่มันค่อนข้างตลาดด้วย ยิ่งทำให้ความอยากอ่านลดน้อยลงไปอีก

แต่พอลองอ่านดูกลับเกินความคาดหมายไปหลายอย่างเลยครับ คาแรคเตอร์ตัวละคร ผิดจากที่คาดไว้พอสมควร ไม่ใช่แนวฮาเร็มดาดๆแบบที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่างที่คิดไว้ด้วย คู่พระนางก็ไม่ใช่ซิสค่อน บราค่อนที่จ้องจะซั่มกันอย่างเดียวโดยไม่สนใจชาวบ้านชาวช่อง พระเอกเป็นไอ้หนุ่มธรรมดาๆ ฝีมืออ่อนหัด แต่มีความพยายามในการพัฒนาตัวเอง และมีความเป็นผู้นำสูง ส่วนนางเอกก็มีสกิลในการยิงปืนสูง ติดพี่ในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ถือว่าผิดปกติ ถ้ามองว่าเป็นพี่น้องที่มีอยู่แค่ 2 คน พ่อแม่ตายหมดน่ะนะ

ตัวละครตัวรองอื่นๆก็ไม่ใช่ตัวละครหญิงสายร่านแบบแนวตลาดๆทั่วไป ผิดคาดพอสมควรเลย เพราะเป็นเพื่อนร่วมชั้น หญิง1 ชาย1 ตัวหญิงค่อนข้างจะเป็นเด็กเงียบๆ มาสไตล์เด็กหัวดี ทฤษฎีแม่น แต่เรี่ยวแรงไม่มี เลยออกงานภาคสนามไม่ค่อยไหว ส่วนตัวชายก็กลับกัน เป็นไอ้หนุ่มนักกล้ามที่เรี่ยวแรงเหลือเฟือ


การแจกบทตัวละครต่างๆก็ทำได้ค่อนข้างโอเค การเดินเรื่องก็ไม่ถือว่าตลาดอะไรมากมาย มีจุดที่เดินเรื่องเกินคาดหลายจุดเลยด้วย ทำเอาต้องมองใหม่เลย ถ้ามัวอคติอยู่คงไม่ได้ล่ะ

โครงเรื่องก็เป็นโลกมนุษย์ที่ถูกปีศาจรุกราน พวกตัวเอกอยู่ในโรงเรียนที่ฝึกสอนให้เป็นนักปราบปีศาจเพื่อมาต่อสู้กับพวกปีศาจนั่นเอง แต่มันก็ดูตลาดถึงแค่ตรงนี้แหละ เพราะพระเอกมันไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ไม่มีความสามารถแบบที่ตัวเองมีอยู่แค่คนเดียว พลังในการปราบปีศาจก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้หญิง โรงเรียนเองก็ไม่ใช่โรงเรียนหญิงล้วน และไม่ต้องทำเรื่องลามกแบบไร้จิตสำนึกเพื่อพาวเวอร์อัพอะไรด้วย

กลับกัน พระเอก รวมถึงตัวเอกอื่นๆ คือพวกนอกคอกที่ไม่สามารถจัดทีมเข้ากับคนอื่นได้ เพราะไม่มีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงส่งแบบพวกหน่วยรบ ไม่มีความสามารถในการซัพพอร์ต จัดการงานเบ็ดเตล็ดแบบพวกสายธุรการ ไม่มีความสามารถในการวิจัย ไม่มีความสามารถทางการแพทย์ เป็นพวกที่ไม่มีอะไรตรงกับการแบ่งห้องเรียนของโรงเรียนได้เลย เลยถูกโยนมาอยู่ในห้องแยกต่างหากสำหรับพวกนอกคอก

ชีวิตในแต่ละวันของพวกตัวเอกเลยเน้นหนักไปที่การฝึกซ้อม และการถูกพวกนักเรียนหัวกะทิดูถูก แต่แม้จะฝึกซ้อมมาแค่ไหน ช่องว่างระหว่างคนธรรมดากับพวกอัจฉริยะก็กว้างจนไม่อาจใช้ความพยายามเติมเต็มได้ เป็นธีมของความพยายาม แล้วก็ล้มเหลว ผิดหวัง แต่ก็ยังลุกขึ้นสู้ แม้จะมีท้อแท้บ้างแต่ก็ไม่ท้อถอย

จุดพิเศษของตัวเอกที่มีความธรรมดาอย่างเดียวคือ ในโลกที่ใช้การอัญเชิญเทพมาสู้กับปีศาจ ไอ้พระเอกมันดันอัญเชิญปีศาจนี่สิ 555+ หรือเพราะแบบนี้มันถึงถูกจัดว่านอกคอกก็ไม่รู้นะ และถึงจะบอกว่าอัญเชิญปีศาจ แต่พระเอกมันก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น ปีศาจที่มันอัญเชิญมาเลยมีหน้าที่หลักๆอยู่ที่การเป็นเมด (ปีศาจสาวสวยอะนะ) คอยดูแลบ้าน ทำอาหารให้ เป็นหลัก ความสามารถในการให้ยืมพลัง เพื่อต่อสู้ยังเป็นปริศนา

แถม เพราะเป็นปีศาจเนี่ยแหละ ทำให้พระเอกและน้องสาวค่อนข้างต่อต้านยัยปีศาจสาวอยู่พอสมควร กลับกัน ยัยปีศาจเองก็เช่นกัน ทำให้ในเล่มแรก เลยเป็นการปูพื้นถึงการพยายามปรับตัวเข้าหากันของทั้ง2ฝ่ายเป็นหลัก ปมที่ผูกเอาไว้ยังมีไม่มาก แต่ก็ชวนให้ติดตาม (ซึ่งในส่วนนี้ ไปอ่านเองละกันนะ)

เรียกว่าเป็นเรื่องที่ดูเหมือนตลาด แต่ก็ไม่ตลาดล่ะ หนำซ้ำ สนพ.ของไทยเองก็ทำได้เหนือความคาดหมายซะด้วย ข้อผิดพลาดแบบที่ชวนให้ปาทิ้งนั้น ยังไม่เห็นนะ น่าตกใจจริงๆ และถ้าดูจากจำนวนเล่มทั้งหมดแล้ว ยังคาดเดาได้ยากว่าเนื้อเรื่องจบแค่นั้นแบบไม่อยากยืดเรื่องให้เสียอรรถรส หรือว่ามันถูกตัดจบกันแน่ 555+ ความน่าสนใจก็เลยเป็นอย่างที่เห็น
ความน่าสนใจ : 4/5

12/9/59

Masou Gakuen HxH / เกราะผสานใจ HxH

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Fantasy Comedy
จำนวนเล่ม : 9 เล่ม - ยังไม่จบ (เล่ม7 มีปก2แบบ)
เรื่องย่อ : ผลงานที่ได้รับรางวัล <<ชนะเลิศ>> ในงานประกวดสนีกเกอร์ครั้งที่ 18!!

ฮิดะ คิสึนะ ถูกพี่สาวเรียกให้ไปหาที่โรงเรียนยุทธศาสตร์การป้องกันอทาแร็กเซียและได้พบกับสาวน้อยที่สวมชุดเกราะเวทมนตร์ <<ฮาร์ต ไฮเบริด เกียร์>> นาม จิโดริกะฟุจิ ไอเนะ

แล้วจู่ๆ ไอเนะก็ถอดเสื้อผ้าออกพร้อมกับบอกว่า
"อย่ามองนะเจ้าคนลามก"
"เธอต่างหาก!!"

จากนั้นพี่สาวก็ติดต่อเข้ามาเพื่อมอบหมายหน้าที่อันสำคัญยิ่งให้ เนื้อหาของมันก็คือ———

การจับหน้าอกของไอเนะ!?

ความจริงก็คือคิสึนะมีพลังพิเศษที่เมื่อทำเรื่องลามกกับเด็กผู้หญิง แล้วจะส่งผลให้เธอ "แข็งแกร่งขึ้น" แถมยังต้องฝากอนาคตของโลกไว้กับพลังนี้ด้วย!!
ความเห็นส่วนตัว : เสียเวลาอ่านชิบเป๊งเลย พักหลังมานี้ ชักสงสัยแล้วสิ ว่าไอ้รางวัลสนีกเกอร์อะไรนี่มันเป็นรางวัลไก่กาที่แค่เขียนเรื่องที่มีสาวร่านเยอะๆ มีฉากหื่นเยอะๆ ก็ได้รางวัลแล้วรึเปล่า

แค่นี้แหละ จบ!!

ไม่ใช่สิ ขืนพูดแค่นี้ คนเลิกอ่านบล็อคกันพอดี 555+ เอาใหม่ล่ะกัน เสียงในใจที่หลุดไปตะกี้ไม่นับนะ เอาล่ะ คือเรื่อง Masou Gakuen HxH หรือ Hybrid x Heart Magis Academy Ataraxia เนี่ย มันเป็นแนวที่ควรจัดเรตไว้แถวๆ 17.9 ครับ พูดง่ายๆก็คือเป็นแนวที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนคนเขียนอยากข้ามไปอยู่ด้านมืด แต่ใจไม่กล้าพอ หรือไม่ก็เป็นไอ้หนุ่มเชอร์รี่บอย ที่ไร้ประสบการณ์ ก็เลยไม่รู้จะเขียนด้านมืดออกมายังไงให้สมจริง สุดท้ายแล้วพระเอกในเรื่องก็เลยค้างๆคาๆ เป็นไอ้หนุ่มนกเขาไม่ขัน ที่ได้ขยำนมสาวๆ ลูบไล้ ล้วงควัก บลาๆๆ แต่ก็หมดแค่นั้น ไม่มีความกล้าพอจะทำมากเกินไปกว่านั้น

เฮ้ย แกมีไข่รึเปล่าฟ่ะ สถานการณ์แบบนั้น ถ้าไม่ใช่พระอิฐพระปูน มันต้องมีหลุดๆบ้างแหละหน่า เอ๊ะ หรือมันเป็นเกย์ 555+

นอกเหนือจากความอ่อนด้อยไร้ประสบการณ์ของคนเขียน ที่ทำให้เรื่องราวมันคาอยู่ตรง 17.9 แล้ว คาแรคเตอร์ทั้งหลายก็ค่อนข้างตลาดครับ มาตามสูตรสำเร็จทุกประการ อย่างการที่พระเอกครอบครองพลังที่ปกติแล้วจะมีแต่ผู้หญิงที่ใช้งานได้ดี ก็เลยถูกโยนเข้ามาอยู่กลางวงสาวๆ ฝั่งสาวๆก็เป็นตัวละครหญิงสายร่านที่ไม่เคยเจอผู้ชายมาก่อน พอเห็นตัวผู้หลงฝูงก็เลยตาลุกวาว แห่กันเข้ามาแย่งดุ้นทองคำกันใหญ่ แต่น่าเสียดาย ไอ้ตัวผู้ที่ว่าแม่งดันเป็นเกย์ซะชิบ

ทางด้านโครงเรื่องก็แค่ โลกจู่ๆก็ถูกเหล่าสาวก(?)รุกราน หลายครั้ง ตั้งแต่เฟิร์สอิมแพ็ค(?) เซคันด์อิมแพ็ค(!!) จนมนุษย์โลกสูญเสียดินแดนเป็นจำนวนมาก ชาวญี่ปุ่นต้องหนีมาสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ นีโอโตเกียว...อืม แต่เมืองนี้เป็นเกาะเทียมลอยน้ำน่ะ โดยมีกองกำลังป้องกันการตามราวีของเหล่าสาวกที่ไม่ได้มีชื่อว่าเนิร์ฟหรอกนะ

ไอ้พระเอกที่จู่ๆก็ถูกพี่สาว ที่ไม่ได้ใส่แว่นตา แล้วก็ไม่ได้ชอบนั่งเท้าคางเรียกตัวมา แล้วจู่ๆก็บอกให้ขึ้นไปขับหุ่นที่มีรหัส 01....ไม่ใช่ล่ะ จู่ๆก็บอกให้ไปขยำนมสาวๆต่างหาก เพื่อเพิ่มพลัง(ด้วยการทำลามก) ฝ่ายสาวๆ ไม่เคยถูกใครจับมาก่อน พอโดนขยำเข้าไปก็ฮิสแตก กลายเป็นสาวฮิสทีเรียเต็มขั้นอย่างที่พูดไปแล้ว ข้ามไปละกันเนอะ

สาระก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นครับ เป็นเรื่องที่อ่านไปแค่ไม่กี่หน้า นอกจากจะเดาเนื้อเรื่องรวมๆได้แล้ว ยังเดาได้แม้แต่การดำเนินเรื่องกันเลยทีเดียวเชียว เทียบๆกันแล้ว ขนาดอดัมที่ว่าห่วยๆ ยังดูดีกว่าเรื่องนี้เลยล่ะ อย่างน้อยๆเรื่องนั้นคนเขียนมันก็กล้าคลาสเชนจ์เป็น Night Walker ไม่ใช่มาปอด เลยเขียนกั๊กๆอยู่ที่ 17.9

ทางด้านภาพประกอบเองก็วาดออกมาเหมือนไม่ได้คุยกับคนเขียน ตามเนื้อเรื่องนางเอกนมใหญ่กว่านางรอง และมีฉากนางเอกแซวนางรองตลอดว่าอกแบน แต่ภาพประกอบนี่ ไซส์นมสลับกันเลย ไหนจะเรื่องอื่นๆอีก

สรุปว่า ถ้าใครชอบแนวนี้ ไปถามอากู๋ด้วยคีย์เวิร์ดพื้นฐานที่รู้ๆกันอยู่แล้ว ยังจะเจอเรื่องที่ดีกว่านี้เพียบเลยมั้งครับ คนไทยบางคนแต่งดีด้วยนะ แถมไม่ต้องเสียเงินด้วยสิ
ความน่าสนใจ : 1/5

30/6/59

Maou ga Yachin wo Haratte Kurenai / ยัยจอมมารค้างค่าเช่า

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Fantasy Comedy
จำนวนเล่ม : 7 เล่มจบ
เรื่องย่อ : “จอมมารออกมานะ! วันนี้จะเก็บทั้งต้นทั้งดอกเลย!” ชั้นทุบประตูโครมๆ

จอมมารอาสะที่ 14 จอมมารที่น่าสะพรึงกลัว ผู้ยึดครองโลกได้ถึง 60% ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แถมมีลูกน้องเป็นปีศาจกว่าแสนตน

แต่ที่พูดมานี่ก็เป็นแค่เรื่องในอดีตเท่านั้น

เพราะผู้กล้าได้จัดการโค่นจอมมารลงซะราบคาบไปแล้ว ยัยจอมมารตอนนี้ก็เลยหมกตัวอยู่แต่ในอพาร์ทเมนต์ถูก ๆ วัน ๆ นั่งเล่นแต่เนตจนกลายเป็น NEET ไปแล้ว แถมยังชอบโชว์กางเกงในอล่างฉ่างอีกต่างหาก ชั้นเป็นลูกชายเจ้าของอพาร์ทเมนท์นี่ ก็เลยใช้สิทธิ์นั้นส่องกงเกงในยัยจอมมารจนฟิน ...ซะเมื่อไรล่ะ !

เอาเหอะน่า รีบ ๆ จ่ายค่าเช่ามาได้แล้ว!
ความเห็นส่วนตัว : แม้ตอนแรกจะไม่ได้สังเกตปีที่วางแผงของนิยายเล่มนี้ ว่าที่ญี่ปุ่นมันตั้งแต่ปี 2011 แต่อ่านไปสัก 10 หน้าก็สัมผัสได้ล่ะครับ คือมันเป็นนิยายเกาะกระแสความนิยมของสมัยนั้นชัดๆเลย ตัวละครหญิงที่เป็นนางเอกมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ไม่ฟังใคร คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลประดุจพระเจ้าฮาxฮิ แถมยังพ่วงโปรไฟล์ไว้เก๋ๆว่าเป็นจอมมารด้วย แต่ก็นั่นแหละ ยังไม่เคยเห็นฉากที่สมเป็นจอมมารของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว

พล็อตเรื่อง วางไว้ว่าเป็นคอเมดี้ ยิงมุกตบมุกกันตลอดทั้งเล่ม แน่นอนว่าตัวตบมุกคือพระเอกตามสูตร แต่มุกที่ใช้ในเล่ม นอกเหนือจากมุกมาตรฐานที่ใช้กันเกร่อแล้วก็จะค่อนข้างเฉพาะทาง ไม่ก็เก่าไปหน่อย บางทีล้ำลึกซะจนเชิงอรรถยังไม่สามารถอธิบายมุกได้เลยด้วยซ้ำ 555 ทำให้อ่านแล้วอาจจะงงได้ นอกนั้นก็ไม่มีสาระอะไรครับ

เรื่องมันคือ ยัยนางเอกผู้เป็นจอมมาร มาเช่าอพาร์ทเม้นต์โกโรโกโสของพระเอกอยู่ แล้วก็เบี้ยวค่าเช่า พอพระเอกมาทวง มันก็เล่นมุกแถไป (บ่นเรื่องมุกไปย่อหน้าข้างบนแล้ว) พระเอกมันก็ดันรับมุก ไปๆมาๆ หมดวัน แยกย้าย วันใหม่ก็วนลูป เรียกว่ามีสาระมั้ยล่ะคุณ

ส่วนตัวอยากจะวางมันลงตั้งแต่ยังไม่ถึง 100 หน้าดีซะด้วยซ้ำ คือมันไม่สนุกเลย แนวเล่นมุกแบบนี้ ถ้าแป๊กแล้วมันจะแป๊กยาวเลยอะ เล่มนี้ก็เป็นแบบนั้น ถ้าไม่ติดว่าต้องอ่านให้จบ เพื่อจะเอามาเขียนบล็อคนี่ คงไม่อ่านแน่ๆ

ส่วนไอ้แนวแฟนตาซีที่จั่วอยู่ข้างบน (และปกหลังของเล่ม) มันไม่ได้สื่อถึงแฟนตาซีทั่วไปที่หลายคนชื่นชอบหรอกครับ แค่มีเวทมนต์(ที่ไม่เคยใช้ แค่พูดถึงเฉยๆ) กับนางเอกที่สเตตัสแปะว่าจอมมาร เท่านั้นก็เป็นแฟนตาซี..........บ้าชิบ อย่าดูถูกแฟนตาซีนะเฟ้ย

คาแรคเตอร์อื่นนอกจากนางเอกที่เป็นศูนย์รวมของกระแสดังๆในสมัยนั้น และพระเอกผู้เป็นคนธรรมดา มีหน้าที่ตบมุกแล้ว ตัวละครอื่นๆเป็นตัวหญิงล้วนๆ ทำเอาได้ยินเสียงบก.คุยกับนักเขียนว่า "ยัดตัวหญิงลงไปเยอะๆ แจกเซอร์วิสหนักๆ ยังไงก็ขายได้หน่า" แว่วเข้ามาในหูเลย มันอะไรกันฟ่ะเนี่ย

แม้ปัญหาของสนพ.ไทยจะไม่ค่อยมี (ทำไมนายถึงทำดีกับนิยายระดับนี้ๆล่ะเนี่ย ไอ้นิยายที่เรื่องดีๆ ใช้มาตรฐานประมาณนี้ไม่ได้เรอะ) แต่เพราะตัวนิยายมันทำลายตัวเองไปซะป่นปี้แล้วก็เลยไม่อยากแนะนำให้ซื้อเลยครับ ให้อ่านฟรียังขอคิดดูก่อนเลยอะ ประมาณนั้นเลย

หรือเพราะแนวเล่นมุกแบบนี้มันมีอยู่ล้นตลาดแล้ว และเรื่องอื่นๆมันก็ทำดีกว่า นอกจากจะถูกเปรียบเทียบแล้ว เลยทำให้เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆได้เลยหว่า ถึงได้สัมผัสได้แต่ความแย่ของมัน
ความน่าสนใจ : 1/5

28/6/59

Apocalypse Alice / วงกตวิบัติอลิส

สำนักพิมพ์ : Dexpress
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 3 เล่มจบ
เรื่องย่อ : เอาละ ทุกคน มาสังหารเด็กสาวแล้วช่วยโลกกันเถอะ

เมื่อโลกกำลังจะล่มสลายลงเพราะ "โรควงกต" โรคพิศดารที่พบเฉพาะในเด็กสาว เหล่านักเรียนมัธยมปลายจึงต้องสังหารเด็กสาวให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ทันเวลา โลกจะถึงคราวพินาศสิ้น

"ผมไม่สนใจโลกสักนิด บอกตามตรงมันน่ารำคาญ"

อาริสุ ชินโนะสุเกะ พระเอกผู้นิสัยเสียที่สุดในประวัติศาสตร์ประกาศเช่นนั้นแล้วทะยานเข้าสู่วงกต จุดประสงค์ของเขาคืออะไร โลกจะรอดพ้นหรือไม่ นิยายแฟนตาซีแห่งเวทมนต์ที่มีโลกเป็นเดิมพัน เปิดฉากขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : Apocalypse Alice หรือ Mokushiroku Alice นั้น เป็นผลงานของอ.คากามิครับ อ.แกฝากผลงานดีๆไว้หลายเรื่องทีเดียว (ไม่มี LC ในไทยนะ) แต่เรื่องดังๆที่นักอ่านรุ่นเก่าหน่อยน่าจะรู้จักก็คงเป็นซีรีย์  Densetsu no Yuusha no Densetsu ล่ะมั้ง

แน่นอนว่าในเรื่องอลิสนี้ก็เช่นกัน เจ้าตัวยังคงคุณภาพเอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความแหวกแนว ไม่ตลาดๆของเนื้อเรื่อง คาแรคเตอร์ตัวละครที่สมเหตุสมผลกับภูมิหลัง หรือการกระทำของตัวละครแต่ล่ะตัวที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่พบเจอ บลาๆๆ

ในเรื่องนี้ โครงเรื่องถูกกำหนดว่าเป็นโลกในยุคปัจจุบัน ที่มีโรคประหลาดๆเกิดขึ้น มันเป็นโรคที่พบในเด็กสาวเท่านั้น หลังจากเด็กสาวติดเชื้อ เธอจะสร้างดันเจี้ยน เอ๊ย วงกต ขึ้น โดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ขนาดของวงกต และความยากของมันจะแตกต่างกันไปตามเด็กสาวแต่ละคน และวงกตของเด็กสาวคนนั้น จะกลืนกินเมือง และผู้คนที่อยู่รอบๆไปเลย หากไม่สามารถฆ่าเด็กสาวซึ่งกลายเป็นลาสบอสในวงกตได้ภายในเวลาที่กำหนด วงกตที่สร้างขึ้นจะกลายเป็นวงกตถาวรที่ไม่อาจทำให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้อีกเลย หนำซ้ำ ความยากของวงกตหลังจากกลายเป็นวงกตถาวรแล้วจะยากขึ้นอย่างน้อย 10 เท่าอีกต่างหาก

ในอดีต โลกถูกวงกตเหล่านั้นกลืนกินไปเพียบ โดยเฉพาะทวีปที่กำลังทหารอ่อนแอ ไม่สามารถต่อกรกับมอนสเตอร์ในวงกต และตะลุยไปถึงเด็กสาวได้อย่างทวีปแอฟริกา หรือประเทศที่มีดินแดนกว้างใหญ่เกินไป จนไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึงอย่างประเทศจีน


คาแรคเตอร์นั้น ตัวพระเอกเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายพอสมควร แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง (ออกแนวดาร์คฮีโร่มั้ง) ไม่ยอมเชื่อใจใครนอกจากเงินและตัวเอง มองว่ามิตรภาพเป็นสิ่งจอมปลอม เวลาอยู่ในสถานการณ์คับขัน มนุษย์ย่อมทิ้งคนอื่นเพื่อเอาตัวเองรอดอยู่แล้ว บลาๆๆ ซึ่งถ้ามองไปที่ภูมิหลังของพระเอกที่เคยเจอมานั้น ก็ไม่แปลกอะไรล่ะนะ อันนี้ลองดูในเรื่องเองละกันเนอะ

แต่เป้าหมายของพระเอกมีอย่างเดียว นั่นคือ การช่วยเหลือน้องสาวของเขา ที่ติดโรคนี้ และยังเป็นลาสบอสของวงกตที่ยากที่สุดในโลกอีกต่างหาก ซึ่งแนวทางของพระเอกเลยจะแตกต่างจากแนวคิดสามัญของโลกสุดๆ อย่างที่บอกตอนต้นไปแล้วนั้น "โลก" ตัดสินว่า หากเด็กสาวคนไหนติดเชื้อ ต้องฆ่า เท่านั้น ไม่มีใครมีความคิดว่าจะช่วยเหลือเด็กสาวเลยแม้แต่นิดเดียว........ยกเว้นพระเอกล่ะนะ แต่มันจะทำได้รึเปล่าก็ว่ากันไป สไตล์นักเขียนคนนี้ เนื้อเรื่องไม่ค่อยโลกสวยด้วยสิ 555+

ส่วนตัวละครอื่นๆนั้น เนื่องจากเรื่องนี้กลุ่มตัวเอกมีกันหลายคน แถมไม่ได้มีแต่สาวๆรายล้อมเป็นฮาเร็มเกรดต่ำด้วย และแต่ละคนก็มีคาแรคเตอร์ค่อนข้างละเอียด ดังนั้นพูดเฉพาะพระเอกก็แล้วกันเนอะ

ส่วนเวทมนต์ในเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เป็นสไตล์แฟนตาซีอย่างการฝึกฝนเวทมนต์ แล้วร่ายเวทยิงกันเปรี้ยงปร้าง แต่เป็นเวทมนต์ที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากเงิน และมีไว้เพื่อคนมีเงิน เนื่องจากเวทมนต์ในเรื่อง คือวิทยาการจากวงกตของเหล่าเด็กสาวที่ติดโรคนั้นเอง เอามาวิจัย และพัฒนา สร้างอุปกรณ์กระตุ้นสมองในสามารถใช้เวทมนต์ได้ ยิ่งเป็นวิทยาการที่มีความซับซ้อนมาก ก็ยิ่งต้องใช้งบประมาณในการวิจัยมากตามไปด้วย รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้กระตุ้นสมองก็ต้องเป็นของคุณภาพสูงมากขึ้น บลาๆๆ เรียกว่าเป็นเวทมนต์ที่ความแข็งแกร่งแปรผันตรงกับเงินเลยทีเดียวเชียว

การเดินเรื่อง เล่มแรกจะยังไม่เน้นอะไรเท่าไหร่ เป็นเหมือนการแนะนำตัวละคร และแนะนำเนื้อเรื่องไปพร้อมๆกัน ให้คนอ่านเข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นยังไงมายังไง ปิดท้ายด้วยการตะลุยวงกตกันสักยกหนึ่ง ให้มีฉากแอคชั่นพอเป็นน้ำจิ้มปิดท้าย แต่ถึงอย่างงั้น ก็ยังอ่านเพลินมาก จัดว่าสนุกเลยทีเดียว

เรียกว่า ถ้าใครเบื่อแนวตลาดๆ แล้วไม่มีอะไรจะอ่าน เรื่องนี้คงเป็นทางเลือกที่ดีเรื่องนึงเลยครับ
ความน่าสนใจ : 5/5

17/6/59

Shikai Ryuuou to Kyokutou no Avalon / ศึกพิทักษ์เจ็ดนครา แห่ง อวาลอน

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Fantasy
จำนวนเล่ม : 4 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : เมื่อมนุษย์รับรู้ถึงการมีตัวตนของ “เทพ” สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดลง ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เริ่มต้นขึ้นโอริจิน [อามาเทราสุ] และทัตสึมิยะ มินาโตะ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์เดินทางกลับมาที่ดินแดนที่เคยเป็นประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้ง แรกในรอบสิบปี... ที่ตั้งของเขตปกครองพิเศษทั้งเจ็ด ที่นี่คืออวาลอนแห่งแดนอาทิตย์อุทัยที่เหล่าเทพผู้คํ้าจุนทั้งเจ็ดรวมตัวกัน สร้างขึ้นมาเพื่อให้ [มนุษย์และเทพอยู่ร่วมกัน] อย่างสงบสุข แต่ระหว่างพิธีเลี้ยงต้อนรับการกลับมา กลุ่มก่อการร้าย [อาโพคาลิพส์]ซึ่งเป็นมนุษย์ที่ต้องการทำลายล้างเหล่าเทพก็บุกเข้าโจมตี และมินาโตะก็ได้เห็นเพื่อนเก่าอย่างฮิดะ เร็นจิอยู่ในกลุ่มคนร้ายด้วย.......? เพื่อสร้างดินแดนที่เหล่าเทพและมนุษย์อยู่ร่วมกันได้ ชายหนุ่มผู้สืบสายเลือดมังกรจึงกวัดแกว่งดาบ...! การสร้างดินแดนในอุดมคติที่ยากลำบากก็เริ่มต้นขึ้น!
ความเห็นส่วนตัว : Shikai Ryuuou to Kyokutou no Avalon หรือ Shikai Ryuuou to Kyokutou no Nanabashira Tokku เป็นแนวแฟนตาซีที่ค่อนข้างจะฉีกออกจากแนวเดิมๆอยู่สักหน่อย นั่นก็คือ ตามโครงเรื่องของการขัดแย้งระหว่าง 2 เผ่าพันธุ์ในอดีต นำมาซึ่งนิสัยโลกสวยของนางเอกในปัจจุบันที่ต้องการอยู่ร่วมกันนั้น โดยส่วนมาก แก๊งตัวเอก หรืออย่างน้อยๆก็พระเอก จะอยู่ในเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่า ในกรณีนี้ ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างเทพกับมนุษย์ มันก็ควรจะเป็นมนุษย์

แต่เรื่องนี้กลับตรงกันข้าม ให้แก๊งตัวเอกทั้งหมดเป็นเทพซะอย่างงั้น เล่นประเด็นดราม่าของคนที่แข็งแกร่ง ต้องการอยู่ร่วมกับผู้ที่อ่อนแอกว่า ซึ่งก็แน่นอนว่า สันดานของมนุษย์ ถ้าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด ก็จะไม่ยอมอยู่ร่วมกับใคร ต้องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกฝ่ายให้หมด ตัวเองถึงจะรู้สึกปลอดภัย อันเป็นสิ่งที่ทำให้เทพอย่างพวกตัวเอกต้องปวดหัวกันไม่น้อย

ทางด้านคาแรคเตอร์ เมื่อเป็นแนวแฟนตาซี พระเอกต้องเป็นนักดาบแน่นอน 555+ แต่เมื่อเป็นเทพทั้งที จะใช้ดาบธรรมดาก็กระไรอยู่ พระเอกเลยเป็นนักดาบเวทมนต์ไปซะ แต่เวทมนต์ที่พระเอกใช้ก็กลับเซอร์ไพร์สมากครับ มันใช้ "น้ำ"

เพราะตามปกติแล้ว เวทมนต์ของตัวเอกที่พบเห็นในนิยายบ่อยๆมักจะเป็นไฟ รองมาคือลม ซึ่งเป็นธาตุที่สามารถแสดงความเวอร์วังอลังการ ในฉากโชว์เทพของตัวเอกได้ง่าย และไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย สร้างลูกไฟแล้วยิ่งตูมๆเป็นอันจบ

แต่พอใช้น้ำปุบ ก็วัดความคิดสร้างสรรคของคนเขียนล่ะ ว่าจะสามารถจินตนาการ "น้ำ" ในฐานะอาวุธออกมาได้ดีแค่ไหน และถ่ายทอดออกมาอย่างไร ซึ่งตรงนี้บอกเลยว่าทำได้ดีนะครับ นอกจากดาบน้ำที่เปลี่ยนแปลงระยะ และเปลี่ยนแปลงสถานะได้ตามใจชอบแล้ว เวทมนต์สายน้ำ ก็แสดงความอลังการออกมาได้เหมือนกัน นี่ยังไม่รวมถึงการประยุกต์ใช้น้ำในสถานะต่างๆได้ตามสถานการณ์ต่างๆด้วยนะ แต่ไปอ่านเองดีกว่า 555+

การเดินเรื่องและการแจกบทตัวละครก็ทำได้ดี ทั้งๆที่เทพญี่ปุ่นนั้น บอกเลยว่าคนไม่ค่อยรู้จักหรอก คนเขียนเลยพยายามใช้เทพที่มีชื่อเสียง คนรู้จักอยู่แล้ว หรืออย่างน้อยก็น่าจะเคยผ่านหูมาบ้าง อย่างอามาเทราสุ แล้วยังดึงเทพตะวันตกที่มีชื่อเสียงอย่าง ทูตสวรรค์ มิคาเอล มาแจมด้วย ส่วนเทพแปลกๆในตำนานอื่น คนเขียนเก็บไว้ในฐานะตัวประกอบไปก่อน ไม่ฝืนแจกบทให้ตัวละครโผล่มาพรึ่บพรับเยอะแยะเต็มไปหมดโดยไม่จำเป็นเหมือนบางเรื่อง เมื่อมาประกอบกับการเดินเรื่องที่ไม่มีความตลาด ทั้งจุดไคล์แม็กซ์เองก็กำหนดไว้ชัดเจน ทำให้สามารถอ่านได้อย่างไหลลื่นโดยไม่รู้สึกติดขัดอะไรครับ

ในเรื่องของศัพท์เฉพาะเอง ก็มีเยอะนะ แต่สกิลการถ่ายทอดเรื่องราวของคนเขียนค่อนข้างสูง เขาจะไม่สักแต่ยัดศัพท์เฉพาะที่ตัวเองบัญญัติขึ้นมาใหม่เข้ามาในเรื่องรัวๆ จนคนอ่านตามไม่ทัน แต่จะเริ่มจากเรื่องเบสิคให้คนเข้าใจโครงเรื่องก่อน แล้วศัพท์เฉพาะถึงจะค่อยๆเข้ามาแจมทีละนิดๆ จนอ่านแล้วไม่น่าเบื่อ หรือเกิดความรู้สึก "อะไรของมันวะ" แบบบางเรื่อง

และที่ประทับใจที่สุดคือ ฝ่ายคู่ปรับของพระเอกก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน เวลาต่อสู้กันเลยไม่ให้ความรู้สึกแบบ "ทำร้ายผู้หญิงว่ะ" แถม เพราะเป็นผู้ชายเหมือนกัน เลยสามารถเข้าฉากแอคชั่นจัดเต็มได้ โชว์ความอลังการของเวทมนต์และเพลงดาบซัดใส่กันได้เต็มที่ โดนเข้าไปทีก็ได้แผล เลือดสาดกันไป ดีกว่าสู้กับผู้หญิง แล้วใช้กฎของโลก2Dที่ตัวละครหญิงจะไม่มีทางมีแผลเด็ดขาด สุดท้ายเวทมนต์ที่ระเบิดภูเขาได้เป็นลูกๆ ก็ทำได้แค่ฉีกเสื้อผ้าผู้หญิง กลายเป็นคอเมดี้เกรดต่ำด้วย นับว่าถูกใจมากเลยครับ

ทางด้านสนพ.ไทยนั้น สำหรับเรื่องนี้ทำได้ค่อนข้างโอเคอยู่ จุดพิมพ์ผิดไม่ค่อยมี รูปเล่มกับราคาก็อยู่ในระดับที่รับได้ รวมๆแล้วไม่มีจุดที่ต้องคอมเม้นเป็นพิเศษครับ
ความน่าสนใจ : 5/5