21/4/59

Announcement : รายละเอียดการแก้ไขเนื้อหาในบล็อค ครั้งที่4




รายละเอียดการแก้ไขเนื้อหาในบล็อค ครั้งที่4

1. แก้ไข "ความเห็นส่วนตัว" ในเรื่องต่อไปนี้เล็กน้อย
Excellcia to Shoukan Kishi
Kenshin no Succeed
Kasou Ryouiki no Elysion
Taimadou Gakuen 35 Shiken Shoutai
Mushoku Tensei -Isekai Ittara Honki Dasu-


2. แก้ไข "ความน่าสนใจ" ของ LN ต่อไปนี้
ปรับขึ้น
Grancrest Senki จาก 4 >> 5

ปรับลง
Ruriiro ni Boketa Nichijou จาก 5 >> 4
Sekai no Owari no Encore จาก 4 >> 3
Mushoku Tensei -Isekai Ittara Honki Dasu- จาก 5 >> 4
Eromanga-sensei จาก 3 >> 2
Life Alive! จาก 3 >> 2

3. แก้ไข "จำนวนเล่ม" ของ LN เรื่อง Buta wa Tondemo Tada no Buta

20/4/59

Nejimaki Seirei Senki Tenkyou no Alderamin / สงครามภูตล้างบัลลังก์ อันเดรามินแห่งฟากฟ้า

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 9 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : จักรวรรดิคาโธวาน่าอยู่ในสภาวะสงครามับสาธารณรัฐคิโอก้าประเทศข้างเคียงมาเป็นเวลานาน ทว่า ในมุมหนึ่งของจักรวรรดิกลับมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งต้องเข้าสอบคัดเลือกนายทหารระดับสูงอย่างไม่เต็มใจ เพราะสาเหตุบางประการ

ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าคนที่ทั้งเกลียดสงคราม ขี้เกียจสันหลังยาว และบ้าผู้หญิงอย่างเด็กหนุ่มนามอิคตา โซลอต ผู้นี้ จะกลายเป็นนายทหารซึ่งได้ขนานนามว่าจอมทัพผู้เกรียงไกรในภายหลัง...

เส้นทางของอิคตา ผู้จำต้องฝ่าฟันเอาชีวิตรอดบนโลกอันวุ่นวายด้วยวังวนแห่งสงครามในฐานะทหารด้วยวัยที่ยังไม่พร้อมจะเป็นอย่างไร

สงครามแฟนตาซีสุดยิ่งใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตอันระหกระเหินของเขากำลังจะเปิดม่านขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
ความเห็นส่วนตัว : ระยะหลังมานี้ LN ที่มีตัวเอกสายบุ๋น เน้นใช้สมองมากกว่ากำลังถูก LC เข้ามาในไทยมากขึ้นแฮะ เรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ตามท้องเรื่องแล้ว เป็นยุคสงครามในสมัยที่ปืนกำลังเริ่มเข้ามามีบทบาทพอดี แต่ยังไม่ได้เป็นตัวเอกเหมือนสมัยนี้ ยังเป็นยุคที่ธนู / หน้าไม้ กับ ปืน ยังมีจุดเด่นจุดด้อยก่ำกึ่งกัน การปะทะกันด้วยอาวุธประชิดตัวยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนพวกตัวเอกก็ยังเป็นวัยรุ่นกันหมด

พระเอกเป็นคนขี้เกียจ เกลียดทหารมาก แต่ถึงอย่างงั้นก็เป็นอัฉริยะที่หาตัวจับยาก ทางด้านการทหาร ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะคนวางแผน หรือคนลงภาคสนามก็ตาม เป็นตัวเอกที่มีความดาร์คอยู่ในตัวค่อนข้างสูง นอกจากเรื่องใช้กำลังแล้ว อย่างอื่นอยู่ในเกณฑ์ดี อ้อ มีเรื่องบ้าผู้หญิงด้วยนี่นะ สกิลในการจีบสาวของมันอยู่ในระดับเทพ เผลอแปปเดียวก็ลากสาวที่เพิ่งพบหน้าขึ้นเตียงได้แล้ว เหอๆ


นางเอกเป็นชานะตอนโต เอ๊ย เพื่อนสนิทกับพระเอกมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลของเธอเป็นเลิศด้านการต่อสู้ประชิด เธอจึงเชี่ยวชาญศาสตร์ในการต่อสู้ประชิดตัวมาก สามารถสร้างพายุเลือดกลางสนามรบได้สบายๆ ยามปกติ เธอเปรียบดั่งผู้ปกครองของพระเอก คอยหยุดพระเอกที่ทำตัวออกนอกลู่นอกทางไว้เสมอ และเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ต่างฝ่ายต่างรู้ไส้รู้พุงกันดี ความสัมพันธ์ก็เลยหยุดอยู่ที่เพื่อนที่รู้จักกันมานานเท่านั้น

พระรองเป็นอัจฉริยะด้านการยิงปืนจากตระกูลที่เป็นเลิศด้านศาสตร์แห่งการใช้ปืน อ้อ ตระกูลนี้ศูนย์รวมหนุ่มหล่อด้วยนะ 555+ ยามปกติเป็นคนอ่อนโยน เป็นมิตรกับทุกคน บุคลิคเหมาะจะเป็นพี่ชายของคนในกลุ่ม เชี่ยวชาญการซุ่มยิงจากระยะไกล ความสามารถในการเป็นสไนเปอร์ของเขาหาตัวจับยากมาก

นางรองเป็นเด็กสาวธรรมดาผู้โอบอ้อมอารี สงสัยเพราะเธอเป็นพี่สาวคนโตในหมู่พี่น้องด้วย เลยมีคาแรคเตอร์แบบพี่สาวประจำกลุ่มตัวเอก เชี่ยวชาญด้านการรักษา และเพราะนิสัยโอบอ้อมอารีนี่แหละ เลยมักจะถูกพระเอกเข้ามาจีบอยู่ตลอด แต่เพราะความรักนวลสงวนตัว เลยไม่พลาดท่าให้

เพื่อนพระเอก เป็นตัวแทนคนธรรมดาในกลุ่มคนไม่ธรรมดา แม้จะเป็นพวกเดียวกัน แต่เขาก็เห็นพวกพระเอกเป็นคู่แข่ง โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เขาก็เฝ้าฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอด

ส่วนเรื่องราวจะเป็นในโรงเรียนทหาร คล้ายๆเรื่องกองพลพลังเวทช่วงแรกๆ แต่จะเน้นไปที่เนื้อเรื่องหนักๆ โดยไม่ค่อยมีคอเมดี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ธีมของเรื่องจะเป็นการทหาร สงคราม และการเมืองเกือบทั้งหมด ทำให้คนที่ไม่ชอบเรื่องราวที่มีเนื้อหาหนักๆ อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้ (จริงๆเพราะปกเล่ม1มันหลอกด้วยละนะ 555+ จริงๆน่าเอาปกเล่ม3 ไม่ก็เล่ม7 ขึ้นเป็นเล่ม1)

ในเล่มแรกจะเป็นการเปิดเรื่องตรงกลุ่มตัวเอกที่ตั้งใจจะเดินทางไปสอบเป็นนายทหารระดับสูง แต่ระหว่างทางก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นจนไม่ได้ไปสอบ แถมไอ้พระเอกยังไปช่วยชีวิตองค์หญิงของประเทศตัวเองกลางดินแดนของศัตรูเข้าอีกต่างหาก หลังจากนั้นเรื่องราวก็กลับตาลปัตรไปหมด หลังจากช่วยกันฝ่าฟันจนกระทั่งหนีรอดกลับมาได้ พวกเขาก็ได้รับสิ่งตอบแทนมากมายจนผิดปกติ มีเพียงคู่พระนางเท่านั้นที่สังเกตเห็นได้ว่าตัวเองกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่จะปฏิเสธสิ่งที่กษัตริย์มอบให้ก็ไม่ได้ซะด้วย

หลังจากนั้นพระเอกก็โชว์สกิลวางแผนในการซ้อมรบ ถล่มฝ่ายตรงข้ามที่เป็นทหารมีประสบการณ์ในการรบจริงซะราบ ยังไม่พอ ด้วยการตัดสินใจของเขา หน่วยของตัวเอกจึงไปสร้างวีรกรรม ที่เป็นความดีความชอบต่อประเทศในระหว่างซ้อมรบไว้ได้อีก

สุดท้ายพระเอกถูกองค์หญิงขอร้องให้เป็นเครื่องมืองทางการเมืองหน้าตาเฉย โดยหลังจากนี้ ให้เขาพยายามเลื่อนตำแหน่งจากพันจ่าธรรมดาๆในกองทัพ ขึ้นมาเป็นจอมพล และหลังจากนั้น เขาจะต้อง..................

อืมมม ยังไงดีล่ะ พยายามไม่สปอยเต็มที่แล้วนะเนี่ย เรื่องนี้มีจุดที่เป็นปริศนา มีปม มีอะไรให้ควรจะต้องไปลุ้นเอาเองเยอะมาก แต่เขียนแบบระวังสปอยก็กลัวจะอ่านไม่เข้าใจแฮะ

อาาา เอาเป็นว่า ใครสนใจก็ไปอ่านรายละเอียดในเล่มก็แล้วกันนะครับ บอกได้แค่ว่าเป็น LN แนวทหาร ศึกสงคราม การเมือง บลาๆๆ ที่ดีทีเดียวล่ะ คนที่เป็นโอตาคุทหาร ชอบเรื่องแนวสงคราม ชอบตัวเอกสาย INT ที่เน้นใช้สมองเป็นหลักก็คงไม่น่าพลาดละมั้ง แบบว่า ถ้าไม่ติดว่าราคาต่อเล่มมันทะลุ 200 ไปแล้ว ก็อยากจะแนะนำเลยล่ะ

ว่าแต่อันเดรามินคืออะไรหว่า รู้ว่ามันคือดาวเหนือนะ แต่ในเรื่องยังไม่ได้ใช้ดวงดาวมาเล่นประเด็นอะไรเลยสักนิด
ความน่าสนใจ : 5/5

19/4/59

Grancrest Senki / บันทึกสงครามแกรนเครสท์

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 7 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ณ ทวีปซึ่งถูกครอบงำด้วยเคออส เหล่าผู้คนต่างหวาดกลัวต่อภัยพิบัติที่เกิดจากเคออสนั้น จึงต้องใช้ชีวิตมาโดยได้รับการคุ้มครองจาก "ลอร์ด" ผู้มีพลังของตราศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสยบสิ่งเหล่านั้นได้

ทว่า ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พวกลอร์ดต่างละทิ้งหลักการ "ปกป้องผู้คน" แล้วเลือกที่จะเข้าห้ำหั่นแย่งชิงตราศักดิ์สิทธิ์กับดินแดนกัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามอันวุ่นวาย

ชิรูก้า จอมเวทผู้โดดเดี่ยวซึ่งดูแคลนเหล่าลอร์ดที่ไร้หลักการ

เทโอ อัศวินเร่ร่อนผู้ออกเดินทางฝึกฝนตนเอง เพื่อหวังว่าสักวันจะกลับไปปลดปล่อยบ้านเกิดจากการถูกกดขี่

"ฉันขอทำพันธสัญญากับเครสท์ของอัศวินเทโอ และสาบานว่าจะจงรักภักดีตลอดไปค่ะ"

พันธสัญญานายบ่าวที่ทั้งสองทำขึ้นจะเปลี่ยนแปลงทวีปที่วุ่นวายไปด้วยสงครามและความโกลาหลได้หรือไม่ เรื่องราวมหาสงครามแฟนตาซีที่อุบัติขึ้นเพราะ "แกรนเครสท์" (ตราจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์) ผลึกที่จะถือกำเนิดขึ้นจากกฎระเบียบ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : แนวแฟนตาซีแห่งดาบและเวทมนต์ในยุคสงครามครับ ดังนั้นก็ตามแพนเทิร์นคือเป็นสงครามระหว่างอาณาจักร มีการยกทัพรบพุ่งกัน ถ้าให้เทียบอรรถรสที่ได้จากการอ่านแล้ว ที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นเรื่องวานาดีสนะครับ ผู้นำหนุ่มกับหญิงสาวมากความสามารถ ลุกขึ้นมาสู้กับอาณาจักรเพื่อประชาชน แต่เรื่องนี้จะใส่ใจรายละเอียดมากกว่า คงเป็นวานาดีสเวอร์ชั่นอัพเกรด ที่รายละเอียดลึกซึ้งมากขึ้น เซอร์วิสน้อยลงล่ะมั้ง

ปูเรื่องที่เคออส(ความโกลาหล)กระจายอยู่ทั่วทวีป เป็นยุคที่คอสมอส(กฎระเบียบ)จางหายไป ขนาดเหล่าเมจ(ผู้ใช้เวทมนต์)ในเรื่องเองก็ใช้เวทมนต์โดยอาศัยเคออสสร้างความโกลาหลในแบบที่ตัวเมจต้องการนั่นเอง เหล่าปีศาจที่เกิดจากเคออสมารวมตัวครั้ง แม้จะนานๆครั้ง แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน และคนที่ขจัดเคออส และเปลี่ยนแกนกลางของเคออส(เคออสคอร์)ให้กลายเป็นคอสมอสนั้นก็คือผู้ที่ถูกเรียกว่า "ลอร์ด" นั่นเอง ตรงนี้เป็นความประทับใจแรกครับ แม้จะเป็นความขัดแย้งของแสงสว่างและความมืด ก่อให้เกิดการต่อสู้ แต่แทบจะไม่มีนิยายเรื่องไหนในยุคนี้ที่ใช้นามธรรมอย่างเคออสกับคอสมอสเลย อย่างเก่งก็เป็นความดีกับความชั่ว เทพกับมาร เซราฟกับเซเว่นซิน วนเวียนอยู่แค่นั้น

จากนั้น ในเรื่องก็ขยายความต่อไป ถึงรายละเอียดของลอร์ด ว่าลอร์ดจะมีเรย์จู...ไม่สิ เครสท์ ซึ่งเป็นลวดลายเวทมนต์ประทับอยู่ที่ตัว ความซับซ้อนของลวดลายจะบ่งบอกถึงระดับของเครสท์ และเครสท์เองก็จะแสดงยศถาบรรดาศักดิ์ของลอร์ดคนนั้น ว่ามีความสามารถเพียงพอจะปกครองดินแดนกว้างใหญ่แค่ไหน สามารถจะทำพันธสัญญากับเมจได้กี่คน รวมไปถึงพลังพิเศษที่เครสท์แต่ละระดับจะทำได้ เช่นสร้างธงประจำตัวที่มีผลเป็นการบัฟกองทัพทั้งหมดของตัวเองเวลาออกรบเป็นต้น นอกจากนั้น เครสท์ยังสามารถที่จะส่งมอบ หรือช่วงชิงได้ รวมถึงการสวามิภักดิ์ยอมเป็นข้ารับใช้ของลอร์ดคนอื่น

การจะเป็นลอร์ดนั้นจะมี 2 วิธี 1. คือได้รับมอบมาจากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นรางวัล หรือเป็นมรดกตกทอด และ 2. คือทำให้เคออสกลายเป็นคอสมอส และนำมาเป็นเครสท์นั้นเอง และก็แน่นอนว่าในยุคสมัยตามท้องเรื่อง ลอร์ดส่วนมากจะเป็นกันโดยวิธีที่1 และดันไม่ใช้พลังนั้นในการปราบเคออสเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่กลับใช้พลังที่มีมารบพุ่งกัน เพื่อแย่งชิงเครสท์และดินแดนซะนี่

เอาล่ะ เกริ่นกันมาเท่านี้คงพอละมั้ง พูดถึงเนื้อเรื่องกันบ้างดีกว่า เรื่องนี้จะเดินเรื่องโดยตัวเอกซึ่งเป็นผู้หญิงครับ นางเอกของเรื่องเป็นเมจที่เกลียดลอร์ดมาก (เพราะลอร์ดส่วนมากเป็นพวกที่1 ตามย่อหน้าข้างบน) เลยตั้งเป้าที่จะศึกษาเวทมนต์และไปเป็นอาจารย์สอนเวทมนต์แทน โดยไม่ทำพันธสัญญากับลอร์ด แน่นอนว่าอัจฉริยะอย่างเธอ กวาดปริญญาไปได้ 6 จากทั้งหมด 7 ใบแล้วในเวลาสั้นๆ แต่ช่วงเวลาที่กำลังจะเอาใบที่7 อันเป็นใบสุดท้ายของเมจ อะคาเดมี่นั้น เธอถูกลอร์ดนิสัยเสียที่ขึ้นชื่อว่าบ้าผู้หญิงมาก ใช้อำนาจการเมืองกดดัน ซึ่งไอ้หมอนี่จะทำสัญญากับเมจสาวเท่านั้น และต้องเป็นสาวเอ๊าะๆอายุไม่เกิน 25 คนที่เกินจะถูกยกเลิกพันธสัญญา แน่นอนว่านางเอกไม่ต้องการ แต่เพราะโดนเกมการเมืองของผู้ใหญ่ ตัวเองก็เลยถูกส่งตัวไปยังแคว้นของลอร์ดคนดังกล่าว

ระหว่างเดินทางไป เธอถูกโจรป่าลอบโจมตี แน่นอนว่าโจรธรรมดาๆ ไม่มีทางทำอะไรเมจอัจฉริยะได้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างงั้น พระเอก...ลอร์ดเร่ร่อน(หมายถึงลอร์ดที่ไม่มีดินแดนปกครอง) ก็เข้ามาช่วย แม้ฝีมือจะอ่อนหัด แต่ความจริงใจของเขาเป็นของจริง นอกจากนั้นเมื่อได้ฟังความคิดของลอร์ดหนุ่ม เมจสาวก็เปลี่ยนความคิดของตัวเองโดยทันที เธอตัดสินใจขัดคำสั่ง และขอทำพันธสัญญากับลอร์ดเร่ร่อนคนนี้ด้วยตัวเอง

พระเอกของเราเป็นลอร์ดประเภทที่2นั่นเอง เขาออกเดินทางฝึกฝนตัวเองเพื่อขจัดเคออส เหตุผลที่เข้ามาช่วยนางเอกก็เป็นเพราะเขามีความคิดว่าลอร์ดต้องช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ความฝันสูงสุดคือการพัฒนาตัวเองจนเก่งพอที่จะเอาชนะลอร์ดชั่วร้าย เป็นทรราชที่ปกครองบ้านเกิดของตัวเองนั่นเอง เจ้าพระเอกของเราเป็นลอร์ดประเภทที่ไม่น่าจะมีตัวตนเหลืออยู่แล้วในยุคสมัยอย่างนี้ ความมุ่งมั่นและความจริงใจของเขากระแทกใจเธออย่างจัง เธอเข้าใจโดยทันทีว่านี่คือคนที่ตัวเองควรรับใช้ เป็นคนที่ตัวเองจะใช้ความสามารถทุกอย่างที่ตัวเองมีผลักดันเข้าไปให้ถึงจุดสูงสุดให้ได้

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดครับ หลังจากนี้เมจสาวก็วางแผนที่จะทำให้ลอร์ดของเธอมีดินแดน มียศถาบรรดาศักดิ์ มีกองทหารของตัวเอง และมีอิทธิพลเพียงพอที่จะเปิดศึก ซึ่งรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ อ่านเอาในเรื่องนะ แค่นี้ก็สปอยจนจบบทนำละ 555+

การเดินเรื่องจะเดินเรื่องโดยใช้สงครามเป็นหลัก โดยนางเอกของเรื่องจะมีหน้าที่เหมือนเสนาธิการ วางแผนการรบ รวมถึงแผนทางการทูต ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ต่างๆอย่างแยบยล เพราะแน่นอนว่า เนื้อเรื่องแนวสงครามแบบนี้ ฝั่งตัวเอกไม่มีทางได้เปรียบเลย 555+ ต้องเป็นการรบแบบที่เสียเปรียบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องกำลังทหาร

หน้าปกเล่ม1 ของภาค Adept ซึ่งเป็น Side Story ของเรื่องนี้
และ!! นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนุกกว่าวานาดีส ทั้งๆที่รสชาติคล้ายกันครับ นั่นก็คือ ตัวเอกในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะพระเอกหรือนางเอก ก็ล้วนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้นแผนการที่นางเอกวางไว้ ใช่ว่าจะเป็นแผนระดับเทพยังตะลึง ที่ล้ำลึกจนไม่มีใครเข้าใจ แยบยลจนศัตรูตั้งตัวไม่ทันแต่อย่างใด บางครั้งเธอก็ผิดพลาด บางครั้งก็ล้มเหลว บางครั้งก็ถูกกุนซือของฝั่งตรงข้ามรู้ทันแล้วตลบหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการศึกกับลอร์ดระดับสูงๆ ไม่มีทางที่ผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ระดับนั้น และบริวารของเขาจะโง่เขลาไปกันหมด เพราะถ้าโง่ก็คงปกครองผู้คนไม่ได้หรอกเนอะ ดังนั้นเล่ห์เหลี่ยม การชิงไหวชิงพริบ การหลอกใช้ การซ้อนแผน การวางกับดัก สงครามบนโต๊ะของเหล่าเสนาธิการก็เลยเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน ภาคสนามเองก็ดุเดือดไม่แพ้กัน เนื่องจากตัวบู้เทพๆในเรื่องนี้ ไม่ได้มีพลังขนาด 1ต่อ1,000 ก็สู้ได้สบายๆ ไม่ได้มีพลังพิเศษที่แค่ชักดาบออกมาตะโกน เอ็กคุซุคาลิบ้าาาา แล้วศัตรูก็ถูกเป่ากระเด็นไปเป็นร้อย แต่เป็นมนุษย์ธรรมดา แค่สู้ 1 ต่อ 10 ก็นับว่ายอดคนมากแล้ว ทำให้เหตุการณ์ที่นิยายเกรด3ชอบใช้อย่างการเอาตัวเทพแหกกองทัพศัตรูไปด้วยพลังแห่งมิตรภาพ หรือพลังพิเศษเฉพาะตัว บลาๆๆ นั้นไม่เกิดขึ้นในนิยายเรื่องนี้ อารมณ์ว่า แม้จะมีแม่ทัพเก่งกาจระดับเทพเจ้ากวนอู ก็ยังไม่สามารถชนะศึกได้ด้วยการพึ่งเขาคนเดียวนั่นเอง เป็นความสมจริงที่ทำให้อ่านแล้วรู้สึกสนุกมากขึ้นไปอีก

เรียกได้ว่าเป็นแฟนตาซีแห่งดาบและเวทมนต์ในยุคสงครามที่สร้างความประทับใจได้เกิดหน้าเกิดตาเรื่องอื่นอยู่พอสมควร

ข้อเสียอย่างเดียวของเรื่องนี้คือ ทั้งๆที่วางรายละเอียดไว้ค่อนข้างเนียนตาขนาดนี้ มีแม้กระทั่งสงครามจิตวิทยา หรือการคาดเดาลักษณะนิสัยของเสนาธิการฝั่งตรงข้ามเพื่ออ่านแผนให้ออก แต่ดันไม่ได้สนใจความคิดของเหล่าทหารเลวเลยแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น ในการศึกครั้งหนึ่ง กองทัพของตัวเอก มีจำนวนน้อยกว่าฝั่งตรงข้าม 5-6 เท่า หนำซ้ำยังเป็นทหารชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาสดๆร้อนๆ ฝึกฝนได้ไม่ถึงอาทิตย์ ทำให้ชาวบ้านจำคำสั่งได้แค่ แบบไหนคือเดินหน้า แบบไหนถึงถอยทัพ เท่านั้นเอง แต่กลับไม่มีท่าทีตื่นกลัว หรือระส่ำระส่ายเวลาเผชิญหน้ากับฝั่งตรงข้ามเลย นี่พวกแกใส่สูตรโกงทำ max morale เหรอไงฟ่ะ จะไม่กล่าวถึงสักหน่อยเหรอ ว่าพวกตัวเอกทำยังไงถึงปลุกใจทหารได้

ในส่วนสนพ.ของไทยเอง เรื่องนี้มีการพิมพ์ผิดเล็กๆน้อยๆอยู่หลายจุด ซึ่งไม่กระทบกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่ เพียงแต่ความเยอะของมันก็ทำให้รู้สึกรำคาญๆอยู่บ้าง และก็ แม้จะเข้าใจว่าเล่มมันหนา ต้นทุนหลายๆด้านก็เลยสูงขึ้น จนทำให้ราคาของมันสูงกว่าเล่มอื่นๆอยู่ก็เถอะ แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อคนที่ทรัพย์จางอยู่ไม่มากก็น้อย ตรงส่วนนี้ก็ต้องตัดสินใจเอานะครับ
ความน่าสนใจ : 5/5

18/4/59

Rensa no Carneades / หักเหลี่ยมเซียนพิชิตกลเกมมรณะ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Investigate, Thriller
จำนวนเล่ม : 2 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ทากะจัง ช่วยด้วย"

วันหนึ่งซาโอโตเมะ ทาคาชิ เด็กมัธยมสี่ติดเกมก็ได้พบกับข้อความของเพื่อนสมัยเด็กที่น่าจะตายไปแล้ว และในทันทีที่เขาตอบกับคำถามประหลาดๆว่า "กรุณาเลือกเกมที่ชอบ" ซึ่งถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ ทาคาชิก็ถูกพาไปยังโลกที่ไม่รู้จักเพื่อเล่นเกม

นอกจากเขาแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มสาวที่แต่งกายแตกต่างกันไปอีกสิบสองคนมารวมตัวกัน แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับความสามารถพิเศษที่ได้รับมานั้น กลับมีผู้เล่นคนหนึ่งเกมโอเวอร์ไป และพวกเขาก็ต้องได้รับฟังกฎและเงื่อนไขอันน่าสิ้นหวัง ซึ่งพวกเขาไม่มีทางหนีไปได้

เกมเซอร์ไววัลเอาชีวิตรอดของหนุ่มสาวทั้ง 13 เริ่มขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : Rensa no Carneades ที่ชื่อญี่ปุ่นเขียนว่า カルネアデス (karuneadesu) แต่ออกเสียงว่า Carneades จ้า แต่ถ้าให้เรียกง่ายๆกว่านั้น เรียกมันว่า Danganronpa ภาคใหม่ก็ได้นะ 555+

เรื่องราวของเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เอา Danganronpa มารวมกับแนวเกมออนไลน์นั่นเอง หรือพูดให้ชัดๆก็คือเป็นแนวที่ตัวเอกหลุดเข้าไปในเกมออนไลน์ และก็แน่นอน ตามมาตรฐานพล็อตแนวนี้ เกมออนไลน์นี้ log out ไม่ได้ 555+ มันก็แหงอยู่แล้วล่ะ แทบจะเป็นกฎพื้นฐานของนิยายแนวนี้ไปล่ะ และก็แน่นอนว่าความเบสิคยังไม่จบแค่นั้น การเกมโอเวอร์ในเกมนี้ก็ตายนะจ๊ะะะะ

ส่วนคอนเซ้ปของเกมนี้จะไม่ใช่ MMORPG ในโลกแฟนตาซีแต่อย่างใด แต่จะเป็นเซอร์ไววัลเกม ที่เพลเยอร์จะต้องฆ่ากัน โดยมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะกลับออกไปยังโลกจริงได้

แต่ถ้าจะให้ฆ่ากันอย่างไร้รสนิยมมันก็ไม่สนุก โมโนคุมะ...เอ๊ย เวต้าจัง เกมมาสเตอร์ประจำเกมนรกนี้ก็เลยตั้งกฎขึ้นมาว่า คนที่จะฆ่า ต้องส่ง sms มาให้เวต้าจังก่อน ว่าตัวเองจะลงมือฆ่าแล้วนะ แต่ไม่ต้องบอกว่าฆ่ายังไง บลาๆๆ นะ รายละเอียดไม่ต้อง ขอแค่บอกว่าจะลงมือก็พอ เวต้าจังจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้อย่างพร้อมเพรียงกันว่ามีคนประกาศว่าจะฆ่าคนอื่นแล้วนะ เตรียมตัวเตรียมใจฆ่ากันได้แล้ว หากคนส่ง sms ฆ่าสำเร็จก็จะเคลียร์ อ๊ะ แต่ถ้าลงมือแล้วพลาด ตัวเองก็เกมโอเวอร์นะ

แน่นอนว่าการฆ่า ถ้าให้ฆ่ากันด้วยวิธีการปกติมันก็ไม่สนุก เวต้าจังเลยให้พลังพิเศษไปคนล่ะอย่าง คล้าย Danganronpa ที่ตัวละครแต่ล่ะตัวจะเป็นอัจฉริยะทางด้านต่างๆ เรื่องนี้ก็เช่นกัน ตัวเอกจะได้พลังพิเศษจากเกมที่ตัวเองถนัดไป ยกตัวอย่างเช่น สาวน้อยมอนฮัน ผู้มีพลังพิเศษแบบเกมมอนฮัน หรือไอ้หนุ่มสตรีทไฟเตอร์ที่มีพลังพิเศษแบบตัวละครสตรีทไฟเตอร์ หรือพลังพิเศษสายบุ๋น เช่น ไอ้หนุ่ม objection ที่สามารถสอบสวนชาวบ้านได้ และคำตอบที่ได้มานั้น จะเป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้แน่นอน

แต่พลังพิเศษแบบนั้น มันก็ไม่สมดุล ดังนั้นผู้ที่มีพลังพิเศษแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็จะแบกรับความเสี่ยงที่จะพลังจะล้มเหลวจนทำลายตัวเองจนเกมโอเวอร์ไว้มากเท่านั้น ส่วนผู้ที่พลังพิเศษอ่อนแอ ความเสี่ยงก็จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแทบจะถือว่าไม่มีเลยก็ได้ เป็นต้น ดังนั้นเลยเป็นสไตล์ที่จะพึ่งพาพลังพิเศษอย่างเดียวไม่ได้ ถ้าไม่มีหัวคิด ก็ไร้ค่า

ซึ่งไอ้พระเอกของเราก็เป็นผู้ใช้พลังพิเศษจากเกมแนว Strategy (เกมวางแผน ตั้งฐาน รบกันน่ะ) เป็นสายบุ๋นเต็มสูบ เพราะใครที่เล่นเกมแนวนี้คงจะรู้กันอยู่แล้ว มันเป็นเกมที่เน้นสกิลเพลย์จากเพลเยอร์ในการคิด การวางแผน ส่งยูนิตกลุ่มนั้นไปทางนั้น ส่งยูนิตสอดแนมนี้ไปทางนี้ ควรส่งยูนิตไหนโจมตีตอนไหน ควรขยับยูนิตไหนไปตรงไหน อีกฝั่งเคลื่อนไหวแบบนี้ เราควรทำยังไง บลาๆๆ 

และพระเอกมันตั้งเป้าที่จะไม่ยอมฆ่าใคร แต่หันความเป็นศัตรูไปหาเวต้าจัง เกมมาสเตอร์ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะไม่ยอมเล่นไปตามเกมของเวต้าจังหรอก ส่วนเวลาที่เวต้าจังประกาศ sms เขาและคนอื่นๆที่เขาคิดว่าเชื่อใจได้ในตอนนั้น ก็จะสืบหาตัวจริงของคนส่ง sms เพื่อจะได้ระวังตัวกัน ประมาณนั้น เป็นอารมณ์แบบ Danganronpa น่ะแหละ แต่เรื่องนั้นจะหาตัวฆาตกร ส่วนเรื่องนี้จะหาตัวคนที่กำลังจะเป็นฆาตกร

อาา แต่เป้าหมายของเขาจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะเบสิคแล้ว เนื้อเรื่องทำนองนี้ ฝั่งเกมมาสเตอร์จะต้องมีคนแฝงตัวอยู่ในกลุ่มเพลเยอร์อยู่แล้วในฐานะเพลเยอร์คนนึง เวลาที่เพลเยอร์ไม่ยอมให้เกมดำเนินต่อ คนๆนี้ซึ่งปะปนอยู่ในกลุ่มเพลเยอร์ก็ต้องหาทางสร้างสถานการณ์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการลงมือเอง หรือหลอกล่อให้เพลเยอร์คนอื่นลงมือก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

รวมๆแล้วเลยยังหาจุดที่แตกต่างจาก Danganronpa อย่างเห็นได้ชัดไม่เจอเลยอะนะ อรรถรสในการชิมเรื่องนี้มันค่อนข้างคล้ายกัน เป็น LN โคลนไม่ผิดแน่ เพียงแต่ว่า ในไทยมันไม่มี LN แบบ Danganronpa เลยนี่นา ถ้าจำไม่ผิด LN ที่ถูก LC เข้ามายังไม่มีแนวนี้เลยด้วยสิ ถ้ามองจากมุมของคนที่ไม่ได้เสพยุ่น เรื่องนี้ก็เลยน่าสนใจเป็นธรรมดาล่ะนะ แม้ว่าที่ยุ่นจะถูกตัดจบก็เถอะ
ความน่าสนใจ : 3/5

17/4/59

Mojo-kai no Futekisetsu na Nichijou / ชมรมสาวเพื้ยนไขคดีผี 4 มิติ

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Romantic Drama
จำนวนเล่ม : 3 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "ชมรมสมาคมชายหญิงร่วมสร้างชีวิตในโรงเรียนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น" หรือที่โดนคนทั่วไปย่อแบบเพี้ยนๆว่า "ชมรมสาวต้องสู้" ของพวกผมเป็นชมรมที่ไม่มีคนนิยม แต่กระนั้นสมาชิกชมรมก็เป็นคนที่มีชีวิตชีวา ทั้งน้องสาวบุญธรรมขี้โวยวาย สาวน้อยนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง และรุ่นพี่แสนสวยที่รักของผม

แม้กิจกรรมชมรมอาจจะเพี้ยนๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน แต่เราก็อยู่กันอย่างสงบสุข จนกระทั่งเจอเด็กสาวคนนั้น นั่นทำให้ผม ฮานาวะ เมงุรุรู้ว่าชีวิตประจำวันของพวกนั้น จริงๆแล้วไม่สมเหตุสมผล...

เด็กสาวที่เรียกตัวเองว่า ไอ ดอ ล่า นั้นปรากฎตัวต่อหน้าผมและสอนผมย้อนเวลาเพื่อแก้ไขอดีตที่ทำให้ผมต้องจบชีวิตลงพร้อมกับเงื่อนงำปริศนาที่เราไม่เคยรับรู้มาก่อน
ความเห็นส่วนตัว : Mojo-kai no Futekisetsu na Nichijou หรือ Mojo-kai no I-do-la na Nichijou นั้นเป็นเรื่องที่อ่านรอบ2รอบก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่ว่าจะอ่านของยุ่นหรือของไทยก็ไม่รู้เรื่อง..........แต่นั่นไม่ได้เป็นเพราะคนแปลแปลไม่ดี หรือคนแต่งบรรยายไม่ดีอะไรนะครับ แต่เป็นเพราะเนื้อเรื่องมันโหด และซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกิน จนไม่คิดเลยว่าจะเป็นผลงานของคนเขียนยายะหุ่นหื่น

และเพราะระดับความซับซ้อนของเรื่องราวสูงเกิน ผมจะพยายามพูดถึงตามความเข้าใจที่น้อยนิดของตัวเอง โดยที่ระวังให้สปอยน้อยที่สุดนะครับ

เรื่องราวนั้นจะเปิดฉากแบบเลิฟคอมในรั้วโรงเรียนทั่วไป ที่ระดับความสมเหตุสมผลต่ำ แต่เพราะเรื่องนี้ความไม่สมเหตุสมผลเป็นธีมอยู่แล้วก็เลยปล่อยผ่านได้ (แต่ตอนอ่านครั้งแรกก็ไม่รู้นะ เลยหงุดหงิดอยู่ช่วงนึงเหมือนกัน 555+)

จนกระทั่งพ้นช่วงแนะนำตัวไป ผู้อ่านรู้จักตัวละครในเรื่องครบถ้วนดีแล้ว ก็จะเข้าสู่ช่วงดราม่าทันที ตัวหลักล้มตาย กระทั่งพระเอกเองก็ด้วย แต่แล้วพอพระเอกของเรารู้สึกตัวอีกที เขาก็มาอยู่ในโลกแปลกๆ และตรงหน้ามีสาวสวยปากร้ายและออกจะซึนเดเระอยู่หน่อยๆอยู่ด้วย หลังจากพูดคุยกัน พระเอกก็พอจะจับประเด็นได้ว่า ตัวเองเป็นมนุษย์จำพวกหนึ่ง ที่หลุดออกมาจากการไหลของกระแสแห่งกาลเวลา อันเป็นโลก4มิติ ไม่ได้อยู่ในแกนเดียวกับโลกเดิมที่ตัวเองอยู่ ซึ่งเป็นโลก3มิติ (ใครเข้าใจทฤษฎีของไอน์สไตน์น่าจะเข้าใจนะ)

หลังจากนั้นก็ทฤษฎีมาเต็มครับ เป็นช่วงที่อ่านแล้วเข้าใจยากมาก แต่เอาเป็นว่าพอจะสรุปได้ว่า เมื่ออยู่ในโลก4มิติ อันเป็นมิติที่มีแกนเวลาเพิ่มเข้ามาด้วย พระเอกก็เลยสามารถเดินทางข้ามเวลาได้ ส่วนประเด็นที่ว่าจะเกิดทฤษฎีโลกคู่ขนานเอย ไทม์พาราด็อคเอย โลกเอกเทศ บลาๆๆ อันนั้นไปพยายามทำความเข้าใจกันเองในเรื่องนะครับ บอกแค่ว่า พระเอกมันก็เลยพยายามจะใช้การย้อนเวลานี้ ช่วยเหลือพวกพ้องทั้งหมดนั่นเอง

แต่ระหว่างที่ย้อนเวลาช่วยเหลือพรรคพวก ปริศนาต่างๆก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทุกทีๆ ความจริงค่อยๆปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆ....แต่ เอ๊ะ ในเมื่อคนในโลก4มิติสามารถย้อนเวลา แล้วเข้าแทรกแซงอดีตได้ แล้วเหตุการณ์ไหนคือความจริงที่แท้จริงอันเป็นดั่งเดิมของโลก3มิติมาตั้งแต่ต้นล่ะ ความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากตรงไหน ไทม์พาราด็อคคือตรงไหน โลกไหนคือเอกเทศที่ตัดขาดจากโลกก่อนหน้าแล้ว และไม่มีผลกระทบไปโลกถัดไป และที่สำคัญที่สุด ใครใน4มิติ ที่เป็นคนยื่นมือเข้ามาสร้างความบิดเบี้ยวใน3มิติตั้งแต่ต้น

อาาา ซับซ้อนซ่อนเงื่อน หลอกลวง ทรยศ หักหลัง เข้าใจผิด เศร้าโศก เสียใจ บลาๆๆ เยอะแยะมากมาย เป็นเรื่องราวที่อยากแนะนำให้อ่านรวดเดียวจบ เพื่อให้งงน้อยที่สุด (คือยังไงก็น่าจะงงนะ 555+) และสัมผัสถึงความสนุกของเรื่องราวที่มาพร้อมกับความงง แต่พูดมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไม่งั้นสปอยแน่

ส่วนทางสนพ.ไทยนั้น นอกจากราคาที่สูงกว่าทุกทีนิดหน่อย อย่างอื่นก็ปกติครับ อ้อ ในเล่มมีจุดพิมพ์ผิดที่นึง และอาจทำให้คนอ่านสตันไปยาวๆได้อยู่นะ ก็คือ เขาเขียนชื่อตัวละครผิดอะ ในฉากเป็น A กับ C แต่ในย่อหน้านึง มี B โผล่มาซะงั้น จริงๆคือตรงนั้นต้องเป็น A ไม่ก็ C อะแหละ B มันไม่ได้วาบมาแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเป็นเรื่องทั่วไปก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่เรื่องนี้ เรื่องราวมันซับซ้อนอยู่แล้ว พอผิดตรงนั้นก็เลยจะทำให้สตันกันง่ายๆเลย 555+ อ่านแล้วก็ตั้งสติกันหน่อยนิ

โดยรวมแล้ว เป็นเรื่องที่ไม่ตลาดแน่นอน แต่น่าสนใจไม่สุด เพราะต้องใช้ความสามารถในการทำความเข้าใจสูงพอสมควร เหมาะกับคนชอบเสพเนื้อเรื่องเป็นที่สุด แต่กับคนที่ชอบเซอร์วิส เสพตัวละคร ขอบอกว่า พลาดแล้ว 555+ นอกจากบทแรกๆที่เป็นเลิฟคอม เลยมีเซอร์วิสอันแสนจะน้อยนิดราวกับโอเอซิสกลางทะเลทราย ที่เหลือก็เป็นทุ่งกว้างอันแสนโหดร้ายที่เต็มไปด้วยพายุแห่งเรื่องราวของความสับสน ที่ถ้าไม่ตั้งสติดีๆก็อาจจะถูกดูดกลืนไปได้ง่ายๆ

ส่วนจำนวนเล่มนั้น คิดว่าไม่น่าจะเป็นเพราะถูกตัดจบนะ แต่พล็อตมันยืดเรื่องได้ยาก ก็เลยจบตามโครงเรื่องมากกว่าล่ะมั้ง เอาจริงๆตอนอ่านเล่ม1จบ ความรู้สึกมันยังเหมือนๆเป็นนิยาย 1-2 เล่มจบเลย การที่มีเล่ม3นี่เซอร์ไพร์สพอสมควรแล้ว 555+
ความน่าสนใจ : 4/5

10/4/59

Tatakau Panya to Automaton Waitress / จักรกลสาวกับขนมปังจ้าวนักรบ

สำนักพิมพ์ : Dexpress
แนวเรื่อง : Action Comedy
จำนวนเล่ม : 4 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : หลังสิ้นสุดสงคราม "รูท รันการ์ด" อดีตนายทหารคนกล้าผู้ได้รับฉายา "หมาป่าสีเงิน" ก็ออกจากราชการมาทำตามความฝัน นั่นคือเปิดร้านขนมปัง แต่เพราะหน้าบาก ตาขวาง กล้ามล่ำ ทำให้ไม่มีลูกค้ากล้ามาเข้าร้านสักคน

ตอนที่จวนล้มละลายนั่นเอง เด็กสาวแสนสวยผมเงินตาแดง นามว่า "อาเว่" ก็มาสมัครเป็นพนักงานพร้อมเสนอตัวช่วยกู้วิกฤติร้าน โดยที่รูทไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคืออดีตหุ่นคู่ใจของเขาสมัยทำสงคราม

เรื่องราวของร้านขนมปังไร้เทียมทานจึงเปิดฉากขึ้น
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องใหม่ของคนเขียนโยโรซึยะครับ ก็เลยยังคงเป็นเรื่องราวของการเปิดร้านอะไรสักอย่าง แล้วตัวเจ้าของ & พนักงานร้านเทพเกินคนทั่วไป จนมีฉากแอคชั่นโผล่มาบ่อยๆเช่นเคย

แต่เวทีจะไม่ใช่โลกในยุคปัจจุบันเหมือนเรื่องนั้น แต่จะย้อนไปช่วงหลังสงครามโลกจบใหม่ๆ (จริงๆดูภาพประกอบในเรื่องน่าจะเข้าใจแหละ คงแถวๆยุคเรเนสซองส์) พระเอกเป็นอดีตนักขับหุ่นรบระดับเอสไพลอท แต่เพราะบรรยากาศน่ากลัว ทำให้ร้านขนมปังของเขาที่แม้จะทำอร่อย แต่ก็ไม่มีลูกค้าเลย ไอ้หนุ่มน้อยเพื่อนสนิทต่างวัย ซึ่งเป็นเพื่อนคนแรกและคนเดียวของเขาในเมืองนี้ก็เลยเสนอให้จ้างพนักงานหญิง แล้วให้พระเอกหลบไปอยู่หลังร้านซะ คนจะได้กล้าเข้าร้าน ซึงพระเอกก็เห็นด้วย แต่เปิดรับสมัครมาเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่มีใครกล้าโผล่มา จนกระทั่ง ยัยนางเอกนี่แหละครับ

อดีต AI ประจำกันดั้ม(?)ที่เขาขับสมัยสงคราม มาเกิดใหม่เป็นสาวสวย พอสมัครงานเสร็จ วันแรกเธอก็ใส่ชุดเมดทันที แถมยังขออาศัยอยู่ด้วยกันอีกต่างหาก

เมื่อมีสาวสวยมาเป็นพนักงานขาย + ขนมปังที่อร่อยระดับเทพ สภาพการเงินของร้านก็ดีขึ้นทันที แต่ถ้าเรื่องราวมันเอื่อยๆไปแบบนี้ มันจะกลายเป็นเรื่องสายฮีลลิ่งตระกูลเดียวกับ Aria ไปซะเปล่าๆ 555+ ดังนั้นมันก็เลยต้องมีฉากตื่นเต้นเร้าใจกันบ้าง พวกตัวเอกไปพัวพันกับกลุ่มกบฎ(ขอเรียกงี้ละกัน) ที่ไม่พอใจสภาพบ้านเมืองหลังสงคราม จนกระทั่งต้องโชว์เทพกันจนได้

หลังจากนั้นก็ตามสูตร พอโชว์เทพออกไป ฮาเร็มของพระเอกก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากเมดสาวแล้วก็ยังมีซิสเตอร์ พ่วงด้วยโลลิ อาาา นี่แค่เล่ม1นะเนี่ย

อ้อ แอบบอกไว้หน่อยละกัน หัวหน้าหน่วยของพระเอก สมัยที่พระเอกยังประจำอยู่ที่กองทัพก็เป็นผู้หญิงนะ 555+

และก็นั่นล่ะครับ เรื่องนี้เลยเป็นแอคชั่นคอเมดี้ที่อ่านเพลิน อ่านสนุก แถมเรื่องราวทิ้งท้ายในช่วงหลังของแต่ล่ะเล่ม ยังแสดงให้เห็นถึงสเกลของเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่อีกต่างหาก หากในอนาคตไม่โดนบก.ตัดจบ(ฮา) น่าจะเป็นเรื่องที่น่าติดตามเลยทีเดียว

ทางด้านสนพ.ไทยก็เหมือนเดิมครับ ราคาของสนพ.นี้โหดกว่าสนพ.อื่นอยู่ ดังนั้นตัดสินใจกันตามสภาพคล่องของกระเป๋าตังละกันนิ
ความน่าสนใจ : 5/5

9/4/59

Life Alive!

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Love Comedy
จำนวนเล่ม : 4 เล่มจบ
เรื่องย่อ : โรงเรียนเอกชนเซไก เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ซึ่งมีนักเรียนกว่า 7,000 คน คุซุฮาระ โฮคุโตะ เด็กมีปัญหาที่เหล่านักเรียนต่างหวาดกลัวและเรียกขานเขาว่า "รุ่นพี่สวะ" ในวันหนึ่ง รุ่นน้องอย่างรินดะ ไอริ มาขอร้องโฮคุโตะว่า "ช่วยมาเป็นคนรักปลอมให้ฉันได้มั้ยคะ"

ดูเหมือนว่าไอริต้องการจะยืมมือเด็กเกเรอย่างโฮคุโตะเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งสมาชิกสภานักเรียนให้ได้ แต่ศัตรูก็คือ "เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงประจำโรงเรียน" ที่มีคะแนนนิยมมหาศาล

มิหนำซ้ำไอริยังเป็นเด็กสาวโดดเดี่ยวที่ถูกคนรอบข้างเรียกว่า "ยัยเด็กจืดจาง" อีกด้วย

"รักนะคะ รุ่นพี่"
"อ้อนแหลไปงั้นใช่มั้ยล่ะ"

มาช่วยสรรค์สร้างให้เด็กสาวโดดเดี่ยวอย่างเธอ กลายเป็นคนที่ได้รับความนิยมของโรงเรียนและขึ้นเป็นประธานนักเรียนให้ได้กันเถอะ
ความเห็นส่วนตัว : เป็นเลิฟคอมในรั้วโรงเรียนที่เอาประชาธิปไตยมาล้อเล่นกันอย่างดุเดือดเผ็ดมันได้หน้าตาเฉยมาก ช่วงต้นเรื่อง ผู้เขียนสับประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งประธานนักเรียนผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่มหาศาล (มากกว่าผอ.อีกมั้ง โรงเรียนมันนึกยังไงให้เด็กนักเรียนมานั่งพิจารณางบประมาณของโรงเรียนฟ่ะ) ว่าขอแค่เป็นคนมีชื่อเสียง โผล่หน้าไปให้ผู้คนรู้จักหน่อย ก็สามารถชนะเลือกตั้งได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น แม้จะเป็นนักการเมืองที่มีฝีมือในการบริหารสูงส่งแค่ไหน ถ้าไม่พรีเซ็นต์ตัวเอง เวลาเลือกตั้งก็อาจจะแพ้ให้มือสมัครเล่นอย่างดารา นักร้อง บลาๆๆ ที่หันมาเล่นการเมืองทั้งๆที่ไม่รู้จัดการบริหารอะไรเลยก็ได้

อ้อ ตัวอย่างนี่ คนเขียนมันยกเองนะ ประเด็นละเอียดอ่อนแบบนี้ ผมไม่เมคหรอก

ทำให้ในเรื่อง นางเอกผู้เป็นเด็กจืดจางประจำโรงเรียน เลยต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นที่รู้จักก่อน และทางเลือกของเธอก็คือยืมมือคนที่มีชื่อเสีย(ง)ที่สุดในโรงเรียนอย่างพระเอกนั่นเอง ถ้าพวกเธอเล่นละครต่อหน้าคนอื่นๆว่าเป็นแฟนกันล่ะก็ ยัยนางเอกจะต้องพลอยเป็นที่รู้จักไปด้วยแน่ เนื่องจากชื่อเสีย(ง)ของพระเอกมันโด่งดังสุดๆ ไม่แพ้ไอดอลประจำโรงเรียนอย่างเจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะวีรกรรม "ฆ่าหมี" ของเจ้าพระเอกมัน 555+

หลังจากนางเอกเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว ช่วงหาเสียงก็ประกาศนโยบายที่เล่นกับจิตวิทยามาหาเสียง เอาปมด้อยของตัวเองมาเป็นอาวุธเพื่อให้ได้คะแนนเสียง บลาๆๆ เรียกว่าผู้เขียนมีวิธีเล่นกับช่องโหว่ในจิตใจของคน ประยุกต์เข้าหาประชาธิปไตย เพื่อใช้ประโยชน์ได้ละเอียดดีมาก จนชักสงสัยแล้วว่า ก่อนแกจะมาเขียนนิยาย แกเคยเป็นเลขาฯนักการเมืองนิสัยไม่ดีที่ไหนมาก่อนรึเปล่าฟ่ะ วางหมากแยบยลเกินไปล่ะ

คอนเซ้ปของเรื่องก็จะประมาณนี้ครับ ส่วนดราม่าซับซ้อนในครอบครัวของแต่ล่ะฝ่าย ขอข้ามล่ะกัน ไม่งั้นไม่ต้องอ่านกันพอดี 555+

ทางด้านคาแรคเตอร์ พระเอกจะเหมือนเจ้าโคดากะแห่งไร้เพื่อนไม่มีผิด คือนักเลงหน้าโฉด ฝีมือการต่อยตีก็มี เพียงแค่เหลือบมอง แม้แต่เด็กร้องไห้ก็ยังต้องน้ำลายฟูมปาก(!!) แต่จริงๆแล้วใจดี ทำกับข้าวเก่ง ชอบขนมหวานๆ ชอบอ่านการ์ตูนเด็กผู้หญิง จนมีสกิลปากเสี่ยวๆ เข้าขั้นน้ำเน่า แต่กระชากใจสาวได้เป็นอย่างดี

น้องสาว(ไม่แท้)ของพระเอก เป็นยัยตี2หน้า อยู่โรงเรียนจะวางมาดเป็นนักเรียนดีเด่น ผลการเรียนดี มารยาทเยี่ยม แต่พออยู่กับบ้านปุบ จะกลายเป็นยัยตัวขี้เกียจที่ไม่ยอมทำอะไร นั่งเล่นเกมบ้าง ออดอ้อนพี่ชายบ้าง แน่นอนว่าเป็นบราค่อน แต่เพราะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ดังนั้นก็เลยเซฟฟฟ (เรอะ)

นางเอก เป็นเด็กจืดจางเมื่อเทียบกับพี่สาวผู้เป็นไอดอลประจำโรงเรียน ส่งผลให้มักจะโดนแกล้งอยู่เป็นประจำ แต่เธอก็อดทนเรื่อยมาก มีความพยายามสูง เกลียดการพ่ายแพ้มาก ปัจจุบันมีเป้าหมายอยู่ที่การเอาชนะพี่สาวให้ได้

พี่สาวของนางเอก เป็นไอดอลประจำโรงเรียน มีสาวกนับพัน แถมยังเป็นประธานนักเรียน มีฮาคิราชา(?) ปรากฎตัวที่ไหน ผู้คนที่นั่นจะเชื่อฟังที่เธอพูดตลอด สกิลในการควบคุมฝูงชนเลเวล max พรั่งพร้อมด้วยความสามารถที่ทำให้ยืนอยู่เหนือผู้อื่นได้สบายๆ

เพื่อนสนิทของนางเอก เป็นยัยเตี้ยมากความสามารถ เคยลงสมัครเป็นประธานนักเรียนมาก่อน แล้วก็พ่ายแพ้ต่อฮาคิราชาไปราบคาบ ตั้งใจจะแก้มือ แต่ตัวเองรู้ตัวเองดีว่าเอาชนะไม่ได้ เลยหันมาซัพพอร์ตนางเอกแทน

น้องสาว(แท้ๆ)ของพระเอก เป็นตัวละครลับ ขออุบไว้ล่ะกัน

พูดแล้วเรื่องนี้ ถ้าอ่านแบบไม่คิดอะไรมันก็โอเคอยู่นะ อ่านได้เรื่อยๆดี แต่ถ้าคิดขึ้นมาแล้ว มันก็เป็นอีกเรื่องนึง ไม่ว่าจะเป็นสายการเมืองฮาร์ดคอร์ เจอบทบรรยายที่ถ้าคิดไปไกลหน่อย อาจจะไปถึงจุดที่เข้าใจว่าคนเขียนเสียดสีประชาธิปไตยก็เป็นได้ (ต้องใช้สกิลเลเวลสูงหน่อยนะ) ซึ่งคนแบบนั้นก็มีอยู่จริงนะ เจ้าของหนังสือที่ไอซ์คุงยืมมานี่ มันเป็นแบบนั้นแหละ มันก็เลยโยนเล่มนี้ให้มิตรสหายคนอื่นๆไปเลย บอกว่าใครอยากได้เอาไปเลย เหอๆ

หรือสำหรับพวกที่ชอบเสพเนื้อเรื่อง อ่านแล้วอาจจะเจอจุดไม่สมเหตุสมผลเต็มไปหมดเลยก็ได้ อย่างเพื่อนนางเอก รู้จักกับนางเอกมาตั้งแต่เด็ก ก็ควรจะต้องรู้จักพี่สาวนางเอกด้วย สนิทไม่สนิทอีกเรื่องนึง แต่มันต้องเห็นหน้าค่าตากันมาบ้างแหละ แต่ในเรื่องมันเดินเรื่องเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน

หรือไม่ก็ พี่สาวกับตัวนางเอกเองนั่นแหละ บทบรรยาย และการแสดงออกโดยรวม ยัยพี่สาวเหมือนจะรักน้องมาก แต่ฝ่ายน้องน่ะ เพราะพี่สมบูรณ์แบบเกินไปเลยอึดอัด อันนี้ปกติอยู่นะ แต่ในประเด็นที่ยัยน้อง (ก็นางเอกน่ะแหละ) ถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้ง(แกล้งแบบคนญี่ปุ่นนะ แกล้งจริงจังอะ) ถูกนินทาว่าร้ายในเวบบอร์ดของโรงเรียน บลาๆๆ คุณพี่สาวผู้เป็นประธานนักเรียน เป็นไอดอลประจำโรงเรียน แถมยังมีสาวกกว่าครึ่งของจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียน กลับไม่ทำอะไรเลยไม่พอ ไอ้บรรดาคนที่เข้าไปแกล้งน่ะ รู้ทั้งรู้ว่า พี่สาวเค้า VIP ระดับไหน ยังกล้าที่จะพร้อมใจกันแกล้งอีก มันผิดปกติเกินไปนะ จริงมั้ยล่ะ เหมือนเราๆ รู้ว่านายคนนั้นมีพ่อเป็นนักการเมืองชื่อดัง มีแม่เป็นเจ้าของกิจการระดับประเทศ บลาๆๆ เราจะกล้าเข้าไปหาเรื่องเขาเหรอ ระดับ VIP มันต่างกันเกิ๊นนน

และจุดอื่นอีกมากมาย ที่ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยสมเหตุสมผล ดังนั้นก็บอกไว้เลย ว่าใครเป็นสายการเมืองฮาร์ดคอร์ หรือเป็นพวกอ่านนิยายจะอ่านจริงๆจังๆ หรืออยากเสพเนื้อเรื่อง จะไม่เหมาะกับเรื่องนี้นะ แต่ถ้าอ่านสบายๆ เสพตัวละคร เสพเซอร์วิสเป็นหลัก ก็พอได้อยู่ มีคาแรคเตอร์ที่น่าจะโดนใจคนส่วนใหญ่อยู่หลายตัวเลย
ความน่าสนใจ : 2/5

8/4/59

Netoge no Yome wa Onnanoko ja Nai to Omotta / ถามหน่อยครับ คิดว่าเจ้าสาวผมในเกมออนไลน์เป็นผู้หญิงจริงรึเปล่า

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Love Comedy
จำนวนเล่ม : 10 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ขอแต่งงานกับตัวละครหญิงในเกมออนไลน์...........เสียใจด้วย ตัวจริงเค้าเป็นผู้ชายจ้า

ฮิเดกิ เด็กหนุ่มผู้เก็บซ่อนประวัติศาสตร์อันดำมืดนั้นเอาไว้ถูกขอแต่งงานจากตัวละครหญิงในเกมออนไลน์ ประวัติศาสตร์อันดำมืดนั้นจะซ้ำรอยงั้นเหรอ ทั้งที่เขากังวลเช่นนั้น แต่อาโกะซึ่งกลายเป็นเจ้าสาวในเกมออนไลน์ก็เป็นเด็กผู้หญิงจริงๆเสียนี่

ทว่า เธอกลับเป็นพวกแยกแยะความเป็นจริงกับเกมออนไลน์ไม่ได้ ซะอย่างงั้นล่ะ

"อรุณสวัสดิ์รูเซียน"
ยะ...หยุดนะ มันน่าอาย อย่าเอาชื่อตัวละครมาเรียกในชีวิตจริงนะ

ถึงจะอยู่ต่อหน้าคนอื่น เธอก็เรียกเขาด้วยชื่อในเกมไม่หยุด แถมยังเกาะติดสามี(ในเกมออนไลน์)ไม่ห่างอีกต่างหาก เพื่อ "ปรับความคิด" ของอาโกะผู้แสนอันตรายและสวยจนน่าเสียดายฮิเดกิกับเหล่าเพื่อนพ้องในกิลด์ (แถมยังเป็นสาวงาม) จึงต้องทำอะไรสักอย่าง

และชีวิตประจำวันแสนสนุกสนานซึ่งน่าเสียดายที่ไม่เท่ากับชีวิตเกมออนไลน์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
ความเห็นส่วนตัว : Netoge no Yome wa Onnanoko ja Nai to Omotta หรือ Netgame no Yome wa Onnanoko ja Nai to Omotta นั้น เอาจริงๆ ก่อนงานหนังสือรอบนี้จะเริ่ม ผมเพิ่งอ่านเล่ม2ไปได้ราวๆครึ่งนึงนะเนี่ย พอเห็นมีขายในงานหนังสือด้วยก็รู้สึกประมาณว่า อ้าว มี LC ในไทยด้วยเหรอ 555+

เรื่องนี้เป็นแนวเกมออนไลน์.........จะบอกแบบนี้ก็ไม่ถูกมั้ง เพราะเกมออนไลน์ในเรื่องมันไม่ได้ถูกใช้ให้เป็นเวทีของการผจญภัย ซึ่งผู้เล่น log out ไม่ได้ แถมตัวเกมยังไม่ได้มีอิทธิพลต่อโลกจริง หรือถูกควบคุมด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์กับ AI ระดับพระกาฬอะไรทั้งนั้น เป็นเพียงเกมออนไลน์ธรรมดา เนื้อหาสาระที่ผู้เขียนต้องการจะถ่ายทอดมันไปอยู่ที่เหล่าเพลเยอร์หมดเลย

หรือถ้าให้พูดก็คือ ให้นึกถึง Ro ยุครุ่งเรืองแล้วกัน (ใครเกิดไม่ทันก็พยายามจินตนาการหน่อย) เพลเยอร์ที่เล่นแทบจะมีชีวิตที่2กันในเกมเลย ไม่ได้สักแต่เก็บเวล ตีมอน ล่าของ PvP กิลวอกันอย่างเดียว แต่จะมีการเดินเล่นกันในเมือง นั่งแชทกันทั้งวี่ทั้งวัน กดอีโมฯเล่นกันระหว่างคุยอีกต่างหาก สนิทกันไปสนิทกันมา บางคนแต่งงานกัน มีลูกกันจนถึงทุกวันนี้ก็จากเกมออนไลน์ หรือคนเก่งกันคนอ่อนก็เป็นเพื่อนกันได้ แถมคนเก่งไปช่วยคนอ่อนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็มี แค่เดินผ่านแล้วเห็นเขาลำบากก็เข้าไปช่วย บลาๆๆ เป็นยุคสมัยที่การเล่นเกมออนไลน์ มีอะไรๆมากไปกว่าการวิ่งทำเควสเก็บเลเวลตัวใครตัวมัน

ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน พระเอกเป็นเพลเยอร์ธรรมดา แต่ดันมีแผลใจเพราะไปหลงรักกระเทยออนไลน์ (หมายถึงพวกที่เล่นตัวละครผิดเพศ แล้วดันแอ็คติ้งให้คนเข้าใจผิดอีก เช่นผู้ชายเล่นตัวหญิง แล้วพูดคะ ขา ทำตัวมุ้งมิ้ง) มันก็เลยกลายเป็นคนที่มีมุมมองแบบแบ่งแยกความเป็นจริงกับในเกมออกจากกันชัดเจน อะไรที่เป็นในเกมคือใครเกม อะไรที่อยู่ในโลกจริงก็คือโลกจริง ตัดขาดกันไปเลย


ส่วนตัวละครอื่นในเรื่องก็มาตามสูตรครับ นางเอกเป็นสาวที่เข้ามาจีบพระเอกในเกมออนไลน์ แม้พระเอกจะปฏิเสธเพราะมีแผลใจ เธอก็ยังตามตื้อจนสำเร็จ แถมวันมีตติ้ง พอแสดงตัวให้พระเอกตกใจว่าเธอเป็นผู้หญิงจริงๆแล้ว เธอก็เข้าไปติดหนึบ ทำตัวเหมือนในเกมอีกต่างหาก เหตุผลก็เพราะเธอเป็นพวกที่แยกแยะโลกจริงกับโลกออนไลน์ไม่ได้ จะเอามาปนกันมั่วไปหมด (อาการป่วยมากเลยแฮะ) ซึ่งก็นับว่าโชคดีล่ะมั้ง ที่พระเอกมันเป็นคนดี ถ้าเจอผู้ชายไม่ดีขึ้นมานี่ ยัยนางเอกสงสัยจะ mind break ไปแล้ว 555+ อ้อ คาแรคเตอร์นางเอกไม่หมดแค่นี้นะ เธอยังเป็นฮิกกี้แบบอ่อนๆ ไม่ชอบมาโรงเรียน เป็นคนไม่มีเพื่อน พ่วงด้วยยันเดเระยังไม่พอ ยังเกลียดเรียลจูเข้าไส้ มีนิสัยด้านมืด บลาๆๆ เรียกว่าใส่ไว้ให้เยอะ จะได้มีดราม่าให้เล่นหลายๆเล่มเรอะ

คาแรคเตอร์นอกนั้นก็อย่างที่เห็น มียัยเรียลจูที่เอาแต่ด่าโอตาคุ ทั้งๆที่ตัวเองก็แอบเป็นโอตาคุ แถมยังอาการหนักซะด้วย วันมีตติ้งเลยงานเข้าไป กับ ยัยเทพทรู ที่เล่นเกมด้วยการเติมเงินเป็นหลัก ใช้เงินราวกับบ้านเป็นบ่อน้ำมัน เป็นหัวหน้ากิลของกิลที่มีกันแค่ 4 คน (แก๊งตัวเอก) แต่ตัวเองคนเดียวกับพลังของเงินตราก็พากิลให้มีแรงกิ้งสูงกว่ากิลที่ตั้งหน้าตั้งตาเล่นกันเลือดตาแทบกระเด็น เป็นสุดยอดเทพทรูที่เห็นกันเกลื่อนกลาดในเกมออนไลน์สมัยนี้

แต่แม้จะมีสาวๆหลายคน ก็แน่นอนว่าสงครามกองอวยจะไม่เกิด เพราะเรื่องนี้มันล็อคนางเอกไว้ตั้งแต่ต้น แถมดราม่าส่วนใหญ่ก็จะวนเวียนอยู่กับความสุดโต่งของคู่พระนาง ที่คนนึงแบ่งแยกโลกจริงกับโลกออนไลน์ไว้ชัดเจนเกินไป อีกคนนึงก็แบ่งแยกไม่ได้เลยสักกะนิด การเดินเรื่องหลักๆก็เลยอยู่ตรงนี้ แต่เนื้อเรื่องดันอ่อนไปหน่อยยังไงชอบกล อ่านแล้วรู้สึกอย่างงั้นจริงๆนะ หรือเพราะตัวละครมันสุดโต่งเกินไปเลยไม่อินหว่า

รวมๆก็เลยเป็นเลิฟคอมที่แหวกแนวดีนะครับ ไม่ใช่รั้วโรงเรียนฮาเร็มตามมาตรฐาน แล้วก็แม้จะมีเกมออนไลน์เป็นส่วนประกอบหลัก ก็เป็นแค่เกมธรรมดา ไม่ได้ log out ไม่ได้ตามสูตรพื้นฐานอีกเช่นเดียวกัน หากมีประสบการณ์ เคยสัมผัสกับเกมออนไลน์ในยุครุ่งเรืองมาก่อนก็น่าจะระลึกความหลังในระหว่างที่อ่านกันได้พอสมควร แต่ยังไงก็คิดว่าไม่น่าจะถูกใจเด็กสมัยนี้เท่าไหร่นะ

อ้อ แล้วก็ปกเล่ม3กับปกเล่ม8 พิมพ์ในไทยจะมีปัญหาอะไรรึเปล่านะ คงไม่มั้ง เพราะถ้าให้พูดแล้ว นอกจากเล่ม1กับ7 มันก็ได้ลุ้นทุกปกเลย 555+ อุฮิ กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของเด็กหื่นแล้วจากไปดื้อๆ
ความน่าสนใจ : 4/5

7/4/59

Nareru! SE / กรรมกรไอที ชีวิตนี้ต้องสตรอง!

สำนักพิมพ์ : Animag / A-Plus
แนวเรื่อง : Drama
จำนวนเล่ม : 14 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ซากุระซากะ โคเฮ หนุ่มออฟฟิศหน้าใหม่เพิ่งเรียนจบผ่านการหางานอย่างยากลำบากจนเข้าบริษัทพัฒนาระบบแห่งหนึ่งจนได้ แต่ผู้รับผิดชอบการอบรมของเขา มุโรมิ ริกกะ กลับเป็นผู้หญิงที่ดูยังไงก็อายุแค่หลักสิบ แถมยังเป็นพวกบ้างานสุดยอด!?

โคเฮต้องต่อสู้กับภาระงานภายใต้การควบคุมของเธอผู้มีงานยุ่งมาก และไม่ใจดีเลยสักนิด บางครั้งก็ถูกชี้แนะอย่างเข้มงวด บางครั้งก็ถูกปล่อยปละละเลย แถมเพราะประธานบริษัทไปรับงานมาโดยไม่ดูว่าพนักงานไม่พอ โคเฮจึงโดนจับให้รับผิดชอบงานจริงในทันทีทันใด

เรื่องราวตลกชวนหัวที่สะท้อนความจริงอันโหดร้ายของชีวิตวิศวกรระบบมาถึงแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : ปกเหมือนเลิฟคอม ชื่อไทยเหมือนซีรีย์เกาหลี แต่จริงๆแล้วเนื้อหาดราม่าแบบโคตรน่าสงสารพระเอกเลยนะครับ 555+

เริ่มจากเด็กมหาลัยสายชิวที่หาได้ทั่วไป พอจบใหม่ๆ ก็พยายามวิ่งหางานทำ แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนรับ (เป็นคนทั่วไปแบบที่มองไปทางไหนก็เจอ ผลการเรียนธรรมดา ประสบการณ์ทำงานไม่มี ไม่มีความสามารถโดดเด่นอะไร มันก็แบบนี้ล่ะนะ) เวลาผ่านไปจนเพื่อนร่วมรุ่นได้งานกันไปหมดล่ะ ตัวเองก็เริ่มร้อนรน จนถึงขั้นสมัครงานมั่วแหลก ไม่ตรงสายตัวเองก็เอา บริษัทโนเนมก็เอา ขอให้มีงานไว้ก่อน

สุดท้ายเลยมาได้บริษัทสาย IT ไร้ชื่อเสียงเรียงนามแห่งหนึ่ง ที่ประธานบริษัทก็ให้อารมณ์แบบไอ้เหม่งหัวบาร์โค้ด ที่ชุ่ยมาก ทำงานมั่วซั้ว เวลาปัญหาเกิด เอะอะอะไรก็โยนให้พนักงานซวยตลอด เพื่อนร่วมงานก็มีแต่ซอมบี้ที่โต้รุ่งเพราะแก้บั้คเอย ทำระบบคอมพิวเตอร์เอย ไหนจะหัวหน้าโดยตรงของตัวเองก็เป็นโลลิที่อายุเป็นปริศนา บ้างาน แถมสกิลในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นต่ำเตี้ยเรี่ยดินตามสไตล์อัจฉริยะสาย IT อีก

ชีวิตอันแสนจะน่าสงสารที่เหล่าพนักงานสาย IT ทั้งหลายเข้าใจพระเอกมันแน่นอนก็เลยเริ่มขึ้นด้วยประการละฉะนี้ละครับ เอ้า อะไรที่เสียบปลั๊กได้ ก็โยนให้ IT ซ่อมได้ใช่มั้ย 555+

ซึ่งจุดที่สนุกก็คือ พระเอกมันเป็นพวกไม่ยอมแพ้ครับ แม้สกิลตัวเองจะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แม้จะโดนโยนงานที่เยอะอย่างกับภูเขา พร้อมกำหนดเดทไลน์ "เย็นนี้นะ" หรือโดนโยนงานที่ตัวเองไม่เข้าใจเลยแม้แต่เศษเสี้ยว มันก็ยังกัดฟันสู้ชีวิตไป อ่านแล้วเห็นความพยายามในการฝ่าฟันอุปสรรคเลย

คาแรคเตอร์อื่นๆเองก็ลงตัวมาก นางเอกแม้จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไม่เก่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานแล้ว พอปรับตัวกับการสอนงานพระเอกได้ เธอก็ถ่ายทอดความเป็นหัวหน้าในประเภท Leader ออกมาได้เป็นอย่างดี แม้จะสั่งงานลูกน้อง แต่ก็ดูแลลูกน้องด้วย เช่นให้ทำงานอะไร พอลูกน้องพลาดมา ตัวเองก็ออกหน้ารับ มีครบทั้งพระเดชและพระคุณ แบบอย่างของหัวหน้าที่ลูกน้องนึกจะเกลียดก็เกลียดไม่ลง (ส่วนไอ้ประธานบริษัทก็ Boss ไงล่ะ 555+ แถมยังเป็น Boss ที่แย่ด้วย นอกจากสร้างปัญหา โยนภาระให้ลูกน้องแล้ว ตัวเองไม่เคยทำอะไรให้สมเป็นหัวหน้าเลยสักอย่าง สั่งงานลูกน้องไปแบบไม่เคลียร์ พอลูกน้องผิดพลาด ตัวเองก็โยนความผิดไปเลย เป็นบุคคลประเภทที่ ถ้าชีวิตจริงเป็นหัวหน้าใคร สงสัยลูกน้องจะพยายามหลีกหนีกันหมดแหงๆ)

ส่วนนางรอง....ก็อยากจะเรียกแบบนั้นนะ เพราะบทในเล่มแรกมันชวนให้คิดแบบนั้น แต่ LN เรื่องนี้ออกไปหลักสิบเล่มแล้ว เธอยังไม่ได้ขึ้นปกเลยอะ 555+ นางรองเลยน่าจะเป็นอีกคนมากกว่าที่คาแรคเตอร์ตรงข้ามกับนางเอก ทั้งรูปลักษณ์และนิสัย อืม เอาเถอะ ยัยนั่นยังไม่มีบทในเล่ม1 ข้ามไปก่อน พูดถึงคนนี้ก่อน ว่าเธอก็เป็นคาแรคเตอร์ประเภทเหม่ง...เอ๊ย หน้าผากกว้าง...เอ๊ย พี่สาวใจดี บุคคลผู้มีความสามารถในการฮีลลิ่งพระเอกเพียงหนึ่งเดียวในบริษัท คอยช่วยเหลือพระเอกอยู่เรื่อยๆ แถมยังมีสกิลรอบด้านอีกต่างหาก (คุณเธอทำได้ทุกอย่างจริงๆนะ 555+ ระบบไฟในบริษัทเสีย เธอยังซ่อมสายไฟได้เลยอะ หรือเป็นสกิลพื้นฐานของพวก IT อยู่แล้วหว่า)

ส่วนประธานอันนี้พูดไปแล้ว ข้ามไปที่รุ่นพี่อีกคนล่ะกัน รายนี้โดดเด่นกับบทบาทโนบิตะคุงมาก เข้าฉากทีไร จะมาพร้อมงานกองเท่าภูเขา แล้วขอให้พระเอกช่วยทำตลอด ขนาดบางครั้งเป็นงานนอกเหนือความรับผิดชอบของพระเอก หรืองานในวันหยุด มันยังขอให้พระเอกช่วยทำเลย แน่นอนว่าโอฟรี ไม่มีค่าแรง...อืมมม ตอนอ่านไม่รู้สึกอะไร แต่พอมาเขียนบล็อคแล้วเพิ่งรู้สึกตัวแฮะ คาแรคเตอร์แบบไอ้รุ่นพี่นี่ก็แย่มากเลยนี่หว่า

เรียกว่าถ้าเป็นคนในวัยทำงาน หรือคนที่ใกล้จะสัมผัสชีวิตของวัยทำงาน อ่านแล้วน่าจะถูกใจกันล่ะครับ สะท้อนชีวิตจริงออกมาเป๊ะมาก จะแตกต่างก็แค่...ทำไมที่ทำงานตรูไม่มีสาวน่ารักๆบ้างฟ่ะ อย่างน้อยๆเป็นอาหารตาก็ยังดี 555+

ทางด้านสนพ.ไทยก็ตามปกติของสนพ.นี้ครับ การแปลก็ใช้ได้ หรือเพราะผมไม่มีความรู้ด้านคอมหว่า เอาเป็นว่า ทั่วไปใช้ได้นะ ส่วนประโยคที่เป็นศัพท์เทคนิค ถกเถียงกันแบบศัพท์คอมมาตรึม อันนี้ผมไม่รู้อะ ราคาไม่แพงด้วย ถ้ามีเงินเหลือแล้วไม่รู้จะซื้ออะไร ผมแนะนำเรื่องนี้เลย
ความน่าสนใจ : 5/5

6/4/59

Shiinamachi-Senpai no Anzenbi / วันปลอดภัยของเจ้าหญิงยามราตรี

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 4 เล่มจบ
เรื่องย่อ : "วันนี้เป็นวันปลอดภัยน่ะค่ะ ช่วยมาที่ห้องฉันทีสิคะ"

ผม ซากุราดะมอน จิโร่ จู่ๆก็ถูกคณะกรรมการห้องสมุด รุ่นพี่ชีนะมาจิ บอกเรื่องใจกล้าแบบนั้นออกมา และเมื่อผมที่เต็มไปด้วยความคาดหวังในอกมุ่งไปยัง "ห้องผู้ดูแลนาฬิกา" ที่รุ่นพี่อาศัย.........รุ่นพี่ก็นอนจมกองเลือดอยู่ จากนั้น เรื่องราวก็มุ่งไปยังทิศทางที่เกินความคาดหมายอย่างรวดเร็ว

คนร้ายคือคนที่อยู่ใกล้ๆตัวผม?
อะไรคือความลับของรุ่นพี่?
และสายเลือดกับอดีตที่ผมปกปิดเอาไว้ไม่บอกใครคืออะไร

ผลงานการต่อสู้ด้วยพลังพิเศษที่ยิ่งใหญ่ในรั้วโรงเรียนโดยเคนจิ ไซโต้ X CARNELIAN กำลังเปิดม่านอย่างงดงาม เหล่าหญิงสาวที่ทั้งสวยงามและน่าพิศวงจะดำเนินเรื่องราวที่ไม่เคยมีมาก่อน

ตอนนั้นผมไม่นึกไม่ฝันเลย ว่านั่นจะเป็นวันที่ชีวิตของผมจบลง
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องใหม่ของคนเขียน ร้อยเรื่องเล่าลำดับที่ 101 ครับ และถ้าจำไม่ผิด น่าจะเขียนเรื่องนี้ต่อจากเรื่อง 101 เลยมั้ง พล็อตก็เลยไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่

ถูกต้องครับ เรื่องนี้เลยยังเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับ "เรื่องเล่า" อยู่ และก็แน่นอนว่าเป็นแนวต่อสู้กันด้วยพลังเหนือธรรมชาติเช่นเคย โดยเรื่องก็มีอยู่ว่า สิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งเรียกว่า "ลอร์ด" จะมีพลังพิเศษอยู่ประมาณ 5 แบบแตกต่างกันไป (ลอร์ดแต่ละคน พลังไม่เหมือนกันด้วย) โดยพลังพิเศษนั้น ลอร์ด สามารถมอบมันให้กับคนอื่นๆได้ เพื่อให้คนๆนั้นกลายมาเป็น "ไนท์" ต่อสู้ร่วมไปกับลอร์ด โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ "เรื่องราว" ของลอร์ดคนนั้นเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเรื่องราวของลอร์ดจะเป็นเหมือนชะตาชีวิต ลอร์ดไม่สามารถฝืนเรื่องราวของตัวเองได้ และเรื่องราวนั้นจะปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆในรูปแบบของบทกลอนคำใบ้ในหัวของลอร์ด

อนึ่ง การมอบพลังให้ไนท์นั้น ลอร์ดจะเลือกมีไนท์กี่คนก็ได้ ลอร์ดบางคนจะเก็บพลังพิเศษไว้กับตัว 4 อย่าง และมอบพลังอย่างนึงให้ไนท์ ต่อสู้แบบจับคู่2คน หรือจะทำแบบกลุ่มพระเอกก็ได้ คือลอร์ดมอบพลังให้ไนท์ 4 คน คนล่ะอย่าง กลายเป็นทีม 5 คน

ในส่วนของการเดินเรื่องนั้น ปกติแล้วแอคชั่นแฟนตาซีจะเดินเรื่องคู่ไปกับเลิฟคอมคลายเครียด ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำแบบนั้น เพียงแต่มันไม่เน้นเลิฟคอมอะสิครับ แต่ไปเน้นสืบสวนแทน ออกมาเป็นนิยายที่เปิดเรื่องแบบเลิฟคอม แล้วเข้าสู่แนวสืบสวนไปซะเฉยๆ ก่อนจะตบท้ายด้วยแอคชั่นแฟนตาซี เหตุผลก็เพราะ พระเอกมันถูกฆ่าตั้งแต่ต้นเรื่องเลยครับ 555+ แต่มันไม่ตาย มันก็เลยสืบหาคนฆ่ามัน กลายเป็นโxนันคุงซะอย่างงั้น สวมแว่นแฟชั่นเหมือนกันอีกต่างหาก ซึ่งก็นับว่า มันเป็น LN ที่แปลกใหม่ดีล่ะนะ

พูดรวมๆแล้วก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มันใช้ได้เลยครับ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงถูกตัดจบที่ 4 เล่ม (เรื่องนี้ไม่ได้อ่านยุ่นอะ) ดังนั้นแต่ละคนคงต้องตัดสินใจกันเอาเองละครับ ว่าจะตามอ่านดีมั้ย หรือจะมองว่ามันโดนตัดจบแต่เนิ่นๆแบบนี้ ไม่อ่านดีกว่า
ความน่าสนใจ : 4/5

5/4/59

Imouto sae Ireba ii / คงจะดีถ้ามีน้องสาวสักคน

สำนักพิมพ์ : Luckpim
แนวเรื่อง : Love Comedy
จำนวนเล่ม : 4 เล่ม - ยังไม่จบ (เล่ม4มีปก Limited)
เรื่องย่อ : รอบตัวของฮาชิมะ อิสึกิ นักเขียนนิยายผู้บ้าคลั่งน้องสาว มัักมีคนที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวมารวมกัน

คานิ นายุตะ สาวสวยชั้นเลิศประเภทสวยเสียของ ผู้มีทั้งความรัก และความสามารถระดับเฮฟวี่เวท

ชิราคาวะ มิยาโกะ ผู้กลุ้มใจเรื่องความรัก มิตรภาพ และความฝันครบตามแบบฉบับวัยรุ่น

โอโนะ แอชลีย์ ผู้พิทักษ์ภาษีผู้เหี้ยมโหด

ปั้นท้ายเด้งดึ๋ง(นามปากกา) นักวาดอัจฉริยะ

ต่างคนต่างก็มีความสับสนและความกลุ้มใจขณะวุ่นวายกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ทั้งเล่มเกมบ้าง ไปเที่ยวบ้าง ทำงานบ้าง

ฝ่ายจิฮิโระ ยอดมนุษย์สุดเพอร์เฟ็คน้องชายของอิสึกิ ที่เฝ้ามองทุกคนอย่างอบอุ่นก็ซุกซ่อนความลับยิ่งใหญ่บางอย่างเอาไว้

เลิฟคอเมดี้ของเหล่าวัยรุ่นจากปลายปากกาของโยมิ ฮิราซากะ ผู้แต่ง "ชมรมคนไร้เพื่อน" เปิดฉากขึ้นแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : ดูเหมือนคนเขียนคนนี้จะชอบคาแรคเตอร์ตัวละครหญิงประเภท นอกจากหน้าตาแล้วอย่างอื่นห่วย แฮะ ถูกใจอะไรแม่สาวสวยเสียของหว่า เห็นทุกเรื่องเลย 555+

เอาเถอะ เรื่องนี้เป็นเรื่องของนักเขียนนิยาย ที่ไม่ใช่แนวนักเขียนนิยายครับ เพราะปกติแล้ว แนวนักเขียนส่วนมากจะมีแพทเทิร์นมาตรฐานของมันอยู่แบบที่อ่านแล้วเดาได้เลย แต่เขาเขียนในลักษณะเลิฟคอมตลาดทั่วไป ที่วางพล็อตว่าตัวเอกเป็นนักเขียนนิยายเท่านั้นเอง (อ่านจนจบก็ไม่เคยเห็นมันเขียนนิยายเลยสักครั้งนะ ส่งต้นฉบับไม่ทันจนบก.ตามเฉ่งก็ไม่มี)

ในเรื่องจะเดินเรื่องคล้ายไดอารี่ของคนๆนึง โดยแบ่งเป็นตอนย่อยๆเอาไว้ แต่ละตอนก็จะเป็นแต่ละวัน แล้วหยิบเฉพาะวันสำคัญๆ หรือวันที่มีเหตุการณ์น่าสนุกออกมา อะไรประมาณนั้นเลย เรื่องราวก็เลยจะเดินไปแบบชิวๆ ตัวละครมาสุมหัวกันอยู่ในห้องของพระเอก แล้วก็นั่งเล่นกันไป (อารมณ์แบบไร้เพื่อนน่ะแหละ) คนอ่านก็เลยจะอ่านบ้าง วางไว้บ้าง ไม่ต้องอ่านต่อเนื่องก็ได้ เนื้อหาก็ไม่ได้หนักหนาอะไร เหมาะสำหรับการคลายเครียด

นอกนั้นก็จะเป็นการเล่นมุกที่กระทบเรื่องอื่นอยู่บ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะเลือกแต่เรื่องที่มีชื่อเสียง หรือถ้าไม่ก็เลือกแซะผลงานเรื่องอื่นของตัวเอง ดังนั้นถ้าเป็นคนในวงการนี้อยู่แล้ว คงอ่านแล้วเข้าใจมุกทุกคนแน่นอน ยกตัวอย่างเช่น พระเอกเอาฟิกเกอร์โคบาโตะ x มาเรีย (จากเรื่องไร้เพื่อน) มาเทิดทูนเป็นหนึ่งในท่านเทพแห่งน้องสาว

ส่วนชื่อเฉพาะที่โผล่มาในเรื่องนอกเหนือจากที่กล่าวมา ก็จะวนเวียนอยู่กับแบรนด์ดังๆ อันนี้ถ้าไม่ชอบโลก3D อาจจะมึนบ้าง ก็ปล่อยผ่านแล้วกัน ยกตัวอย่างเช่น รอยส์ อันนี้ทุกคนน่าจะรู้มั้ง ขายที่สนามบินจนเป็นของฝากมาตรฐานเลยนี่ ไม่ก็ โกดิวาเอย A&Wเอย แต่ที่ส่วนใหญ่น่าจะไม่รู้จักแน่ๆ ผมคิดว่าคงเป็นพวกบอร์ดเกมละมั้ง แล้วก็พวก TRPG เพราะพวกนี้มันไม่ค่อยนิยมในไทยนี่นา (เอาจริงๆ ผมก็รู้จักไม่นานเหมือนกัน เพื่อนคนนี้ชอบเล่น แล้วงานพักนี้มันไม่ยุ่ง ก็เลยมักจะชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งเล่นกันบ่อยๆ สนุกดีซะงั้น)

ทางด้านคาแรคเตอร์ก็ตามชื่อเรื่องเลย พระเอกเป็นซิสค่อนขั้นรุนแรงอยากมีน้องสาวใจจะขาด ผองเพื่อนก็มีสาวสวยเสียของ สาวซึนเดเระ สาวแบบยูคิมูระคุง(ไม่ใช่เพศฮิเดโยชิด้วยสิ ขอเรียกว่าเพศยูคิมูระแทนได้มั้ยหว่า) แล้วก็หนุ่มหล่อเพียบพร้อม และไม่มีแฟน ทำตัวเป็นพระรองมองฮาเร็มของพระเอกอยู่เงียบๆ (ทำไมฟ่ะ)

รวมๆก็เลยเป็นเรื่องเล่าอันแสนจะไร้แก่นสารของคนกลุ่มนึง ที่เฮฮาปาร์ตี้กันตลอดศกนั่นแหละครับ
ความน่าสนใจ : 3/5

ปกเล่ม4แบบธรรมดา และ แบบ Limited Edition

4/4/59

Eromanga-sensei / น้องสาวของผมคืออาจารย์เอโรมังกะ

สำนักพิมพ์ : Zenshu
แนวเรื่อง : Love Comedy
จำนวนเล่ม : 6 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : ผมเป็นนักประพันธ์ที่ยังเรียนอยู่ในชั้นม.ปลาย อิซึมิ มาซามูเนะนั้น มีน้องสาวที่เป็นเด็กเก็บตัวอยู่คนหนึ่ง

ตั้งแต่ที่อิซึมิ ซากิริ กลายมาเป็นน้องสาวของผมนั้น เธอยังไม่ยอมออกมาจากห้องเลยแม้แต่ก้าวเดียว วันนี้ก็ยังใช้เท้ากระทืบพื้นดังปังๆเพื่อเรียกให้ผมนำอาหารไปเสิร์ฟถึงหน้าห้อง นี่มันไม่ใช่สายสัมพันธ์ "พี่น้อง" สักหน่อย ผมกำลังหาทางให้น้องสาวออกมาจากห้องตามเจตนารมณ์ของตัวเอง ก็เพราะว่าพวกเราทั้งสองคนนั้นเป็น "ครอบครัว" อยู่ด้วยกันเพียงลำพังนั้นเอง

คู่หูของผม นักวาดภาพประกอบประจำตัว "อาจารย์เอโรมังกะ" นั้น สามารถวาดภาพได้อย่างยอดเยี่ยมและลามกสุดๆ แม้จะไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนก็ตาม คงเป็นพวกโอตาคุน่ารังเกียจล่ะมั้ง แต่ผมก็รู้สึกขอบคุณหมอนั่นอยู่เสมอ...ทว่า ความเป็นจริงที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทำให้ผมรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว "อาจารย์เอโรมังกะ" นั้นก็คือน้องสาวของผมเอง

ผลงานซีรีย์ใหม่ของผู้เขียนและผู้วาด "น้องสาวของผมไม่น่ารักขนาดนั้นหรอก" มาแล้ว
ความเห็นส่วนตัว : สำหรับคนที่ชอบเรื่อง OreImou ก็ซื้อเลยครับ

"ห๊ะ เอากันอย่างงี้เลยเรอะ" 555+ คงมีคนคิดแบบนี้อยู่สินะ แต่ผมพูดจริงๆนะเออ คือมันอารมณ์เดิมเลยครับ เหมือนเดิมเลยด้วย เหมือนเดิมยังไง? เอ้า ลองดูนะ

โครงสร้างคร่าวๆของเรื่องคือ พี่ชาย กับ น้องสาวไม่แท้ (วางพล็อตว่าไม่แท้ไว้ตั้งแต่ต้น ให้รู้สึกผิดศีลธรรมน้อยลง) อาศัยอยู่ด้วยกัน และ ไม่ค่อยสนิทกัน แน่นอนว่าพี่ชายผู้เป็นพระเอกอยากสนิทกับน้องสาวนั่นแหละ แต่น้องสาวไม่ยอมลดการ์ดลงเลย จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่ชายไปรู้ความลับของน้องสาวเข้า ว่าจริงๆแล้วน้องสาวเป็นโอตาคุ...เอ่อ ไม่ใช่ๆ เป็นนักวาดภาพประกอบ Light Novel นั่นแหละ เรื่องราวมันถึงได้เริ่มต้นขึ้น

คาแรคเตอร์สาวคนอื่นๆก็มาตามเดิมเช่นกัน เริ่มจากเพื่อนน้องสาวฝั่งคนธรรมดา ต้องการจะสนิทสนมกับนางเอก ก็เลยพยายามมาหาเธอถึงบ้าน พยายามจะช่วยให้เธอหายจากการเป็นฮิคิโคโมริ แน่นอนว่าการโผล่มาที่บ้านบ่อยๆ แถมนางเอกไม่ค่อยโผล่หน้าออกมาจากห้อง มันเลยทำให้คุณเพื่อนกับคุณพี่ สนิทกันไปโดยปริยาย อ้อ แต่คุณเพื่อนคนนี้ไม่ได้ชื่ออายาเสะหรอกนะ

ส่วนเพื่อนน้องสาวอีกฝั่งหนึ่ง แน่นอนว่าเมื่อนางเอกผู้เป็นน้องสาวเลเวลอัพจากโอตาคุไปเป็นนักวาดภาพประกอบ Light Novel คุณเพื่อนก็เลยคลาสเชนจ์ตามมาเป็นนักแต่ง Light Novel ซะเลย แน่นอนว่าชอบคอสเพลย์เป็นชีวิตจิตใจ แถมยังโรลเพลย์อยู่บ่อยๆด้วย แต่ไม่ใช่แมวดำหรอกนะ งวดนี้มาเป็นเอลฟ์เลย 555+

ตัวละครบทรองๆกว่านั้นลงไปอีกก็ด้วย คือใจคอจะใช้คาแรคเตอร์เซ็ตเดิมเลยก็ว่าได้ละมั้ง อย่างเพื่อนพระเอกที่ดูเป็นผู้เป็นคน คราวนี้น่าจะไม่ได้ใส่แว่นนะ ซึ่งเธอจะคอยให้คำปรึกษาพระเอกอยู่บ่อยๆ เป็นต้น

ทางด้านพ่อแม่ของคู่พระนางนั้น คราวนี้คนเขียนมองว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วยมันลำบากรึไงไม่รู้ ก็เลยวางบทให้ท่านผู้ปกครองทั้งสองไม่อยู่บ้านตลอดกาล 555+ คือไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศก็ไม่รู้ล่ะ แล้วปล่อยให้พี่น้องไม่แท้อยู่กันตามลำพัง จะได้ไม่ต้องคอยระวังดราม่าฝั่งผู้ปกครองละมั้ง หรือไม่ก็คงไม่อยากเล่นดราม่าซ้ำกับของเก่าก็ไม่รู้เหมือนกันนะ

ในขณะที่การเดินเรื่องก็ตามสไตล์เลิฟคอมละครับ คงสัมผัสกันได้หมดอยู่แล้วล่ะ คงไม่ต้องอธิบายก็ได้มั้งเนอะ ส่วนธีมของเรื่องราว เนื่องจากเป็นนักแต่งนิยาย ก็เลยวนเวียนอยู่กับเนื้อเรื่องมาตรฐานอย่างการปล่อยเรื่องแรกออกไป แล้วเกิดมุกตัน แต่งเรื่องต่อไปไม่ออก โดนบก.ตีกลับ เลยเที่ยวหาแรงบันดาลใจ สุดท้ายก็มาได้แรงบันดาลใจจากคนใกล้ตัว เลยเอามาแต่งเป็นนิยาย แค่นั้นแหละ เรียกว่าเป็นรูปแบบพื้นฐานของเนื้อเรื่องแนวนี้เลยก็ว่าได้ ไม่มีจุดให้เซอร์ไพร์สอะไร

เพราะงั้นถ้าจะให้สรุปก็อย่างบรรทัดแรกนั่นแหละครับ แฟนๆแนวนี้ซื้อเถอะ รับรองอ่านแล้วรสชาติเดิมเลย ส่วนคนที่ไม่ชอบแนวนี้ หรือเบื่อเรื่องโคลนนิ่งแล้วก็คงต้องปล่อยผ่านละมั้งครับ

หันมาทางด้านสนพ.ไทยกันบ้าง สำหรับสนพ.นี้ ทุกคนคงรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและวีรกรรมกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องลงรายละเอียดก็ได้มั้ง พูดสาระสำคัญในส่วนที่ต้องเตือนๆกันไว้เลยก็ได้ว่า เล่มในมือของผมนี้ ตัดขอบกระดาษเข้าเล่มไม่ดีเลยอะ ตัดออกมาฝั่งนึงเบียดชิดตกขอบ อีกฝั่งนึงก็เหลือที่ว่างไว้เตะฟุตบอล เป็นหลายสิบหน้าเลยด้วย หวังว่าคงเป็นเฉพาะเล่มในมือของผมก็แล้วกันเนอะ นอกนั้นก็ same same ครับ
ความน่าสนใจ : 2/5

Blue Steel Blasphemer / คนบาป ปืนเทวะ

สำนักพิมพ์ : Dexpress
แนวเรื่อง : Action Fantasy
จำนวนเล่ม : 4 เล่ม - ยังไม่จบ
เรื่องย่อ : อามาโนะ ยูกินาริ เด็กหนุ่มธรรมดาผู้คลั่งไคล้ปืน เขาประสบอุบัติเหตุเพลิงไหม้บ้านพร้อมกับพี่สาวสุดที่รัก แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบว่าตัวเองอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก

ขณะหลบหนีการตามล่าพร้อม ดาชา เด็กสาวที่พบในต่างโลก ยูกินาริเผลอไปสังหาร เทพ ที่คุ้มครองเมืองหนึ่งเข้า เขาจึงถูกขอร้องแกมบังคับให้เป็นเทพองค์ใหม่แทน

การผจญภัยพร้อมปืนคู่ใจในต่างโลกของชายหนุ่มจึงเริ่มขึ้น
ความเห็นส่วนตัว : เรื่องนี้สมควรอ่านเรื่องย่อนะครับ โดยเฉพาะย่อหน้าแรก เพราะในเรื่องมันแทบไม่พูดถึงเลยล่ะ ว่าพระเอกเป็นใคร มีสกิลอะไร แล้วตายได้ไง คือเปิดเรื่องมา ก็ตอนพระเอกมันอยู่ในกองไฟแล้วซะงั้นเลยน่ะนะครับ เอาจริงๆผมก็เพิ่งรู้ตะกี้ ตอนกำลังเขียนบล็อคนี่อะนะ ว่าพระเอกชาติก่อนมันคลั่งไคล้ปืน 555+

เอาล่ะ ถึงตรงนี้คงไม่ต้องบอกแล้วมั้งว่ามันเป็นเรื่องราวกลับชาติมาเกิดใหม่ อืมๆ ก็ตามนั้นแหละ แต่มันจะแตกต่างกับเรื่องอื่นอยู่นิดหน่อยนะครับ เพราะเรื่องนี้ มันคือการกลับชาติมาเกิดใหม่ + หลุดไปต่างโลก

หรือพูดให้ละเอียดก็คือ ส่วนใหญ่แนวกลับชาติมาเกิดใหม่จะเป็นการไปเกิดเป็นทารกที่โลกอื่น แล้วก็ใช้สกิลจากชาติที่แล้ว ทำให้กลายเป็นเทพในชาตินี้สินะ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ครับ เพราะในจังหวะที่พระเอกกำลังจะตาย วิญญาณของพระเอกก็ถูกอัญเชิญไปยังโลกอื่น ไปเฉพาะวิญญาณด้วยนะ ไปสิงอยู่ในร่างเทียม ที่นักเล่นแร่แปรธาตุคนนึงสร้างขึ้น แถมสกิลในชาติก่อน(หรือต้องใช้คำว่าโลกเดิมหว่า) นอกจากเรื่องที่คลั่งไคล้ปืนแล้ว ก็ไม่มีอย่างอื่น ความเทพทั้งหลายมาจากร่างเทียมนี้ล้วนๆ มันก็เลยแตกต่างจากเรื่องอื่นๆอยู่ตรงนี้ล่ะครับ

หลังจากนั้นก็ตามเรื่องย่อข้างบน พระเอกมีเหตุให้ต้องหลบหนีจากกองอัศวินในอาณาจักรนั้น ระหว่างหลบหนีก็เผลอใช้ กันเบลด อาวุธคู่ใจ ไปฆ่าเทพ บลาๆๆ ตามข้างบนเลย ว่าแต่การฆ่าเทพเนี่ย ฆ่าได้แบบเผลอๆด้วยแฮะ เป็นฉากโชว์เทพของพระเอกมันว่าเหนือชั้นยิ่งกว่าว่างั้นเหอะ 555+

**ย่อหน้านี้สปอย**
เมื่อพระเอกรู้ว่า เทพ ของหมู่บ้านนั้น จะคอยทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ทำให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล ไอ้พระเอกก็ซวยล่ะ เพราะการที่มันฆ่าเทพไป หมู่บ้านก็จะเดือดร้อนแน่ๆ เขาก็เลยคิดจะรับผิดชอบ ด้วยการใช้วิชาความรู้ต่างๆจากชาติที่แล้ว (ในที่สุดก็พูดถึงสกิลอื่นนอกจากคลั่งปืนสักที 555+) มาช่วยพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งในเล่มแรกจะจบตรงที่พระเอกวางแผนจะพัฒนาดิน จะใช้การเกษตรแบบขั้นบันได จะมีการผันน้ำ บลาๆๆ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเรื่องแม่ชีมากับดวงเลยแฮะ แต่ทางนั้นจะเน้นความรู้ด้านวิศวกรรมเป็นหลัก อ้อ และก็แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นแอคชั่นแฟนตาซี ดังนั้นฉากบู้ต้องมาครับ 555+ ช่วงท้ายๆ พระเอกกำลังวางแผนพัฒนาหมู่บ้านอยู่ดีๆ กองอัศวินก็โผล่มาจนได้

โดยรวมแล้วต้องบอกว่า ถ้าเป็นคนที่ชื่นชอบแนวนี้ เรื่องนี้น่าจะถูกใจนะครับ มันดูเหมือนตลาด แต่อ่านแล้วไม่รู้สึกตลาดอย่างที่คิด หรือต้องบอกว่า มันแทบจะไม่เหมือนแนวนี้เรื่องอื่นๆเลยก็ว่าได้ ส่วนจุดอื่นๆก็ตามปกติของสนพ.นี้อยู่แล้ว เลยไม่ต้องพูดถึงก็ได้มั้ง
ความน่าสนใจ : 4/5

2/4/59

Psycome

สำนักพิมพ์ : First Page Pro
แนวเรื่อง : Love Comedy
จำนวนเล่ม : 6 เล่มจบ (กับอีก 1 เล่มพิเศษ)
เรื่องย่อ : "โรงเรียนดัดสันดานเพอร์กาทอเรียน" คือสถานทัณฑสถานสำหรับอาชญากรวัยเยาว์ที่ต้องโทษสถานหนัก "โรงเรียนใหม่" ของเด็กหนุ่มคามิยะ เคียวสึเกะ ที่ทำผิดข้อหาฆาตกรรม 12 ศพ

โรงเรียนที่เต็มไปด้วยสาวสวยที่...ล้วนต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์ยิ่งกว่าเคียวสึเกะ ยกตัวอย่างเช่น ฮิคาว่า เร็งโกะ สาวสุดอึ๋มผู้สวมหน้ากากแก๊สตลอดเวลา ผู้ถูกระบุเป็นภัยพิบัติ 2 ขา...ที่พยายามตีสนิทเคียวสึเกะโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วแบบนี้เคียวสึเกะจะอยู่รอดปลอดภัยไปจนเรียนจบ (พ้นโทษ) ออกไปได้ไหมเนี่ย

ขอเชิญพบกับนิยายเลิฟคอมเมดี้ที่เต็มไปด้วยคาวเลือดจากปลายปากกาของผู้ชนะรางวัล "เอนทาเมะ" ครั้งที่14 ได้แล้ว ณ บัดนี้
ความเห็นส่วนตัว : เอ้า ใครยังไม่ได้อ่านเรื่องย่อข้างบนก็ไม่ต้องอ่านนะครับ ดีแล้วๆ 555+ มันสปอยไปหน่อยอะนะ แม้จะไม่ใช่จุดสำคัญสักเท่าไหร่ก็เถอะ

แต่พูดไปเรื่องนี้มันมีให้อ่านบนเน็ตได้ด้วยนี่นา คงอ่านกันหมดแล้วมั้ง มาเตือนระวังสปอยตอนนี้คงช้าไปแล้วล่ะ เนอะ......ชะเฮ้ย แบบนี้ไม่ได้ดิ เดี๋ยวสายฟรีทั้งหลายก็ไปเซิจกันรัวๆกันหมดพอดี ทำงั้นไม่ได้นะเฟ้ย ถูกใจชอบใจก็ควักกระเป๋าอุดหนุนเค้าบ้าง เค้าจะได้มีแรงใจ(และแรงเงิน)สรรหาของใหม่ๆมาให้เสพอีกไง

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า ในเรื่องนี้เป็นเรื่องในโรงเรียนดัดสันดาน ดังนั้นเพื่อนร่วมชั้นเลยเป็นพวกนักโทษต่างๆน่ะแหละ แน่นอนว่าตัวพระเอกเองก็เป็นฆาตกร 12 ศพ เหมือนกัน แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกใส่ร้ายก็เถอะ


ด้านการเดินเรื่องก็เป็นแนวรั้วโรงเรียนทั่วไปครับ แม้จะวางว่าเป็นโรงเรียนดัดสันดานแต่ก็ไม่ได้มีอะไรโหดร้ายเท่าของจริงหรอก ก็เรียนตามปกติ กินข้าวเที่ยงกันตามปกติ แล้วก็ตั้งฮาเร็มตามปกติ (เอ๊ะ ตั้งฮาเร็มนี่ปกติเหรอ) แม้ว่าสาวๆที่รายล้อมอยู่รอบๆจะมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาก็เถอะ อย่างฆาตกรสาว 6 ศพสายซึนเดเระ ฆาตกรสาวโลลิจอมซุ่มซ่าม ฆาตกรสาวโนตมตัวแจกเซอร์วิส

ส่วนฟิลลิ่งในการอ่านออกจะคล้ายๆพวกโรงเรียนนักเลงอะไรประมาณนั้นอะนะ ครูบาอาจารย์เองก็ดิบเถื่อน ฟาดหัวนักเรียนด้วยท่อเหล็กซะเลือดสาด นักเรียนเองก็กระทืบกันได้หน้าตาเฉย แต่ก็ยังไม่มีใครตาย

ทางด้านคาแรคเตอร์ พระเอกจะตัดกับเนื้อเรื่องครับ คือเป็นคนธรรมดา แต่ถูกใส่ร้าย แล้วก็ถูกจับโยนมาอยู่รวมกับฆาตกรโหด เจ้าตัวเลยตั้งความหวังว่าจะพยายามเอาตัวรอดไปให้ได้จนเรียนจบ ซึ่งก็โชคดี ว่าข้อหาของพระเอกที่ว่าฆ่า 12 ศพเนี่ย มันเยอะติดอันดับต้นๆ ทำให้เจ้าตัวพอจะใช้มันมาเนียนในสถานการณ์ต่างๆได้อยู่บ้าง อารมณ์คล้ายๆบากี้ (จากวันพีช) เลยอะนะ 555+ แตกต่างกันหน่อยตรงที่พระเอกมันมีฝีมือติดตัวอยู่ในระดับนึง

ส่วนก๊วนสาวๆในฮาเร็มก็อย่างที่พูดแตะๆไว้ข้างบนแล้ว จะมีตัวที่ต้องคอมเม้นเป็นพิเศษก็คือ ยัยนางเอกใส่หน้ากากกันแก๊สไว้ตลอดเวลานี่สิ ปิดบังไม่ให้คนอื่นเห็นหน้าจริงด้วยจุดประสงค์บางอย่าง

หน้าปกของภาค Unplagued Omnibus
เนื้อเรื่องในเล่ม 1 นั้นยังไม่มีอะไรเท่าไหร่ เหมือนเน้นเกริ่นนำ อธิบายเรื่องราว พร้อมแนะนำตัวละครเป็นหลัก ก็เลยจะเป็นคอเมดี้เป็นหลัก แต่ทำไมอ่านแล้วกลับรู้สึกสนุกกว่าคอเมดี้อื่นๆก็ไม่รู้นะ ฉากแอคชั่นสู้กันมีแค่ช่วงท้ายๆ ที่ฆาตกร 12 ศพเก๊ๆ มาเจอกับฆาตกรตัวจริงเสียงจริง

ส่วนเล่มหลังๆ ตัวละครใหม่ที่เพิ่มเข้ามาก็จะเป็นตัวที่เกี่ยวพันกับตัวเดิมอยู่แล้ว เช่นน้องสาวพระเอก ตัวละครน้องสาวทวินเทล หรือพวกญาติพี่น้องของแม่สาวซึนเดเระเองก็ยกขบวนมากันเป็นทิวแถว

รวมๆแล้ว รสชาติที่ได้จากการอ่าน นับว่าแปลกใหม่แน่นอน ในหมู่ LN LC ในไทยตอนนี้ ยังไม่มีเลิิฟคอมในรั้วโรงเรียนที่แหวกออกจากแถวมาราวๆนี้เลยนี่นา

ในขณะที่ด้านสนพ.ไทยนั้น เรื่องความต่อเนื่องว่าจะออกได้ไหลลื่นไปยาวๆรึเปล่านั้น คงต้องลุ้นกันหน่อย ไม่ให้ชะงักกลางคันอะนะ

เรื่องการแปล แม้ปกหลัง ลองพลิกอ่านดูแล้วจะน่าเป็นห่วง เพราะวรรคตอนเอย บรรทัดเอย พิมพ์ผิดเอย มีเยอะแยะเต็มไปหมด(ในเรื่องย่อข้างบนนั่น แก้ให้แล้วนะ) แต่ในเล่มนั้น ไม่เป็นปัญหาขนาดนั้นครับ แปลได้โอเคเลยล่ะ โดยเฉพาะความดิบเถื่อน ให้ผ่านในระดับนึง (คือในเรื่องมันคุยกันกุ้ยพอตัวอะนะ)

การเข้าเล่มโอเค การตัดขอบ ปกนอก ปกในก็ไม่แย่มาก ส่วนราคาก็สูงกว่าปกตินิดนึง
ความน่าสนใจ : 5/5